เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

เนื้องอกมดลูกกับการตั้งครรภ์ ส่งผลต่อการมีบุตรหรือไม่ ?

คู่รักตั้งครรภ์ได้ หลังรักษาเนื้องอกมดลูกเพื่อมีบุตรแล้ว

Table of Contents

Key Takeaway :

เนื้องอกมดลูกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และอาจทำให้หลายคนกังวลว่า เนื้องอกมดลูกมีผลต่อการมีลูกไหม ซึ่งความจริงแล้วโอกาสในการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด จำนวน และตำแหน่งของเนื้องอกมดลูก ทั้งนี้ ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยยังสามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ หากได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งในบางกรณีอาจพิจารณารักษาเนื้องอกมดลูกเพื่อมีบุตรด้วยการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำ ICSI และ IVF เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร การตรวจพบเนื้องอกมดลูกอาจทำให้เกิดความกังวลว่า เนื้องอกมดลูกกับการตั้งครรภ์ จะส่งผลต่อโอกาสมีลูกหรือไม่ เพราะเนื้องอกที่เกิดขึ้นบริเวณมดลูกอาจเกี่ยวข้องกับการฝังตัวของตัวอ่อนและกระบวนการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจว่าเนื้องอกมดลูกคืออะไร มีอาการอย่างไร และหากตรวจพบแล้วจะยังสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่ รวมถึงจะมีแนวทางการรักษาอย่างไรที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรในอนาคต

ปรึกษาแนวทางมีบุตรหลังรักษาเนื้องอกมดลูก ที่ VFC Center

เนื้องอกมดลูกคืออะไร พบได้บ่อยหรือไม่ ?

เนื้องอกมดลูก คือก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของกล้ามเนื้อมดลูก ซึ่งพบได้ค่อนข้างบ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยมีโอกาสตรวจพบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้หญิง เนื้องอกลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่ง เช่น ภายในโพรงมดลูก ภายในผนังมดลูก หรือบริเวณด้านนอกมดลูก

แม้เนื้องอกส่วนใหญ่จะเป็นชนิดไม่ร้ายแรง แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการผิดปกติบางอย่าง และในบางกรณีอาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้หญิงหรือการตั้งครรภ์ได้

อาการของเนื้องอกมดลูก

อาการของเนื้องอกมดลูกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • คลำพบก้อนบริเวณหน้าท้อง
  • ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง
  • ปวดท้องน้อยหรือรู้สึกแน่นบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • ท้องผูกบ่อย
  • ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
  • รู้สึกอึดอัดหรือแน่นท้อง
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

แม้เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่จะไม่ใช่เนื้อร้าย แต่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์และความสามารถในการมีบุตรได้

ผลกระทบของเนื้องอกมดลูกต่อความสามารถในการมีบุตร

เนื้องอกบางตำแหน่งอาจรบกวนกระบวนการตั้งครรภ์ และส่งผลต่อโอกาสในการมีบุตรได้ เช่น

  • ขัดขวางการเดินทางของอสุจิ ทำให้โอกาสปฏิสนธิลดลง
  • ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เรียบ ส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อน
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร จากการรบกวนการไหลเวียนเลือดในมดลูก
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด เนื่องจากมดลูกอาจหดตัวผิดปกติ
  • อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด เช่น รกเกาะต่ำ หรือทารกอยู่ในตำแหน่งที่คลอดยาก

หากตรวจพบเนื้องอกมดลูกมีผลต่อการมีลูกไหม ?

แม้ว่าภาวะเนื้องอกในมดลูกอาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ แต่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ตรวจพบภาวะนี้ก็ยังสามารถตั้งครรภ์และคลอดบุตรได้ตามปกติ เนื่องจากเนื้องอกภายในมดลูกไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะมีบุตรยากเสมอไป ทั้งนี้ โอกาสในการมีบุตรจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • ขนาด จำนวน และตำแหน่งของเนื้องอกมดลูก หากเนื้องอกมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก หรืออยู่ในตำแหน่งที่ไปขัดขวางการเดินทางของอสุจิหรือการฝังตัวของตัวอ่อน ก็อาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้น
  • อายุของฝ่ายหญิง อายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อจำนวนและคุณภาพของไข่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตั้งครรภ์
  • สุขภาพโดยรวมของผู้หญิง หากร่างกายแข็งแรง ฮอร์โมนสมดุล และไม่มีโรคประจำตัวรุนแรง ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้
  • สุขภาพและคุณภาพอสุจิของฝ่ายชาย หากฝ่ายชายมีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีคุณภาพน้ำเชื้อต่ำ ก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีบุตรได้ยาก

 

การรักษาเนื้องอกมดลูกเพื่อมีบุตรด้วยการผ่าตัดแบบส่องกล้อง

 

วิธีรักษาเนื้องอกมดลูกเพื่อมีบุตร และเพิ่มโอกาสและความปลอดภัยในการตั้งครรภ์

หากตรวจพบเนื้องอกมดลูกที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสมีบุตร โดยจะประเมินจากขนาด จำนวน และตำแหน่งของเนื้องอกเป็นสำคัญ ซึ่งวิธีการรักษาที่มักใช้ ได้แก่

  1. การรักษาโดยยาฮอร์โมน ช่วยควบคุมขนาดและจำนวนของเนื้องอกมดลูก เหมาะสำหรับเนื้องอกที่มีขนาดเล็ก และมีจำนวนไม่มาก อย่างไรก็ตาม เมื่อหยุดยา เนื้องอกอาจกลับมาโตขึ้นได้อีก
  2. การผ่าตัดส่องกล้อง เหมาะกับเนื้องอกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงและมองเห็นได้ง่ายด้วยการส่องกล้อง
  3. การผ่าตัดแบบเปิด เหมาะสำหรับเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถผ่าตัดด้วยวิธีส่องกล้องได้

ทางเลือกเพิ่มโอกาสมีบุตร หลังรักษาเนื้องอกมดลูก

หลังการรักษาเนื้องอกมดลูก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาฮอร์โมนหรือการผ่าตัด ผู้ป่วยจำนวนมากยังสามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการมีบุตร หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูกกับการตั้งครรภ์ แพทย์อาจแนะนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดการปฏิสนธิและตั้งครรภ์ได้มากขึ้น เช่น

การทำอิ๊กซี่ (ICSI)

การทำอิ๊กซี่ (ICSI)คือเทคนิคที่คัดเลือกไข่ 1 ใบ และอสุจิ 1 ตัวที่สมบูรณ์ที่สุด มาปฏิสนธิกันภายนอกร่างกาย โดยใช้เข็มขนาดเล็กฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง เมื่อเกิดการปฏิสนธิแล้ว จึงนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)

การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เป็นการนำไข่และอสุจิมาผสมกันในห้องปฏิบัติการ หลังจากเกิดการปฏิสนธิและพัฒนาเป็นตัวอ่อนแล้ว แพทย์จะนำตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์

การฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)

การฉีดเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก (IUI)เป็นการนำอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกและเตรียมแล้ว ฉีดเข้าในโพรงมดลูกโดยตรง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดการปฏิสนธิภายในร่างกายตามธรรมชาติ

ตรวจประเมินภาวะมีบุตรยากและวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center (V-Fertility Center)

การตรวจพบเนื้องอกมดลูกไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถมีบุตรได้เสมอไป เพราะโอกาสในการตั้งครรภ์ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก รวมถึงสุขภาพของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย หากกำลังกังวลเรื่อง เนื้องอกมดลูกกับการตั้งครรภ์ หรือกำลังมองหาแนวทางรักษาเนื้องอกมดลูกเพื่อมีบุตร สามารถเข้ารับคำปรึกษากับสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่  VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมดูแลตั้งแต่การประเมินเพื่อหาวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ โดยมีแพ็กเกจทำ ICSI และ IVF ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

 

บทความโดย นายแพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเนื้องอกมดลูกกับการตั้งครรภ์ (FAQs)

เนื้องอกที่มีขนาดใหญ่กว่า 4-5 เซนติเมตร อยู่ภายในโพรงมดลูก หรือทำให้โพรงมดลูกผิดรูป มักเป็นกรณีที่แพทย์แนะนำให้รักษาก่อนตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด หรือการฝังตัวของตัวอ่อนไม่สำเร็จ โดยการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์หรือการส่องกล้องจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น

โดยทั่วไปควรรอประมาณ 3-6 เดือน เพื่อให้ผนังมดลูกฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์ก่อนเริ่มตั้งครรภ์ ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก รวมถึงวิธีการผ่าตัด แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความพร้อมของมดลูกก่อนเริ่มวางแผนมีบุตร

บางกรณีสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หากเนื้องอกไม่ส่งผลต่อโพรงมดลูก แต่หากก้อนเนื้อทำให้โพรงมดลูกผิดรูปหรือมีพังผืด แพทย์มักแนะนำให้รักษาก่อน เพื่อช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของการทำ IVF หรือ ICSI และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์

โอกาสตั้งครรภ์หลังการรักษาจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ คุณภาพของไข่ และสุขภาพโดยรวมของผู้หญิง หากเนื้องอกเป็นสาเหตุหลักที่รบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน การรักษาสามารถช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

Book a consultation with Dr. Worawat Siripoon at our infertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.