เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

+66 2734-0000
ติดตามเรา

การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (Intrauterine Insemination)

การฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (Intrauterine Insemination)

การฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกหรือ IUI (intrauterine insemination)

การฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกหรือ IUI นั้นมีข้อได้เปรียบกว่าการผสมเทียมวิธีอื่น ๆ เช่น การฉีดอสุจิเข้าที่ปากมดลูก (ICI; intracervical insemination) เพราะในขั้นตอนของการเตรียมอสุจิ จะมีการปั่นเลือกเฉพาะตัวอสุจิที่มีการเคลื่อนไหวดีมาอยู่ในน้ำยาเพาะเลี้ยง (culture medium) ที่มีปริมาตรเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 0.4 – 0.5 มิลลิลิตร) ทำให้แก้ปัญหาการที่มีตัวอสุจิน้อยหรือมีตัวที่เคลื่อนไหวน้อยในความผิดปกติของฝ่ายชายที่ไม่รุนแรงได้ และการที่แยกตัวอสุจิออกจาก seminal plasma ทำให้สามารถฉีดอสุจิที่ผ่านการเตรียมแล้วเข้าสู่โพรงมดลูกได้โดยไม่มีผลจากสารที่มีใน seminal plasma เช่น โปรตีน prostaglandins หรือแม้กระทั่งแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำอสุจิ

ในปัจจุบัน การทำ IUI เป็นการรักษาเบื้องต้นของภาวะมีบุตรยากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติของทางฝ่ายชายที่ไม่รุนแรง ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกระยะที่ 1-2 ภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ (unexplained infertility) เพื่อลดโอกาสได้รับเชื้อ HIV ในรายที่สามีมีการติดเชื้อ (serodiscordant couple) หรือแม้กระทั่งในรายที่กระตุ้นไข่เพื่อที่จะทำการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์แล้วการตอบสนองไม่ดี (poor responder) ก็สามารถเปลี่ยนเป็น IUI ได้ถ้าท่อนำไข่ยังดี

 

การกระตุ้นไข่ (ovarian stimulation) สำหรับการทำ IUI

การรักษาด้วยวิธีนี้สามารถทำได้ทั้งในรอบเดือนธรรมชาติที่ไม่มีการกระตุ้นไข่ หรือรอบเดือนที่ทำการกระตุ้นไข่เพื่อให้มีไข่ตกหลายใบขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

ก่อนทำ IUI แพทย์จะทำการกระตุ้นการตกไข่ของฝ่ายหญิง ด้วยการให้รับประทานยาหรือฉีดยาเพื่อให้เกิดการตกไข่ โดยจะมีการใช้ยาในวันที่ 3 หลังจากประจำเดือนมา จากนั้นแพทย์จะต้องอัลตราซาวด์เพื่อดูขนาดของไข่ หากมีขนาดที่พอเหมาะและพร้อมผสมกับอสุจิแล้ว จึงจะนัดวันฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตก

เมื่อไข่ตกภายใน 24 – 40 ชั่วโมง แพทย์จะฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้อสุจิที่แข็งแรงว่ายเข้ามาผสมกับไข่ โดยมีการนอนพักประมาณ 15 – 30 นาที แล้วให้กลับไปพักที่บ้าน ซึ่งเราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่จะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์เฉพาะวันที่ฉีดน้ำเชื้อ ส่วนวันอื่นยังคงมีได้ตามปกติและไม่ควรยกของหนัก

 

การเตรียมอสุจิสำหรับทำ IUI

เนื่องจากในน้ำอสุจินั้นนอกจากจะมีปริมาตรที่มากเกินกว่าจะทำการฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกแล้ว ในน้ำอสุจิยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ซึ่งนอกจากจะไม่มีประโยชน์ต่อการตั้งครรภ์แล้วบางอย่างก็ทำให้มีผลเสียได้ ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการเตรียมเชื้ออสุจิ เพื่อให้ได้อสุจิที่มีคุณภาพฉีดเข้าโพรงมดลูก

ซึ่งฝ่ายชายจะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ 2 – 3 วัน ก่อนแพทย์นัดมาทำ IUI เมื่อถึงวันนัดฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก นักวิทยาศาสตร์จะทำการคัดกรองน้ำอสุจิโดยใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง

ส่วนการฉีดอสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกต้องอาศัยหลักปราศจากเชื้อและทำให้เกิดการกระทบกระเทือนน้อยที่สุดเพื่อลดการอักเสบติดเชื้อ และลดการกระตุ้นให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูก โดยหลังฉีดจะให้ผู้ป่วยนอนพักประมาณ 15 นาที และทำตัวได้ตามปกติ แต่งดการมีเพศสัมพันธ์ ในวันที่ฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก ส่วนวันอื่น ๆ สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ

 

อัตราการตั้งครรภ์จากการรักษาโดยวิธี IUI

อัตราการตั้งครรภ์ของการฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกนั้นมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และยังมีความแตกต่างตามวิธีการกระตุ้นไข่ จึงทำให้ตัวเลขอัตราความสำเร็จของแต่ละสถาบันแตกต่างกันไป  ส่วนปัจจัยที่มีผลกระทบต่อโอกาสสำเร็จจากการทำ IUI นั้นมีดังนี้

  1. อายุของคู่สมรสทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นของคู่สมรสฝ่ายหญิงจะสัมพันธ์กับคุณภาพของไข่และคุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกที่ต่ำลง
  2. อัตราการตั้งครรภ์จค่อนข้างดีใน 3 รอบแรกของการรักษา จึงมีการแนะนำให้ทำไม่เกิน 4-6 รอบ/เดือน หากไม่มีการตั้งครรภ์ ควรแนะนำวิธีเด็กหลอดแก้ว
  3. ความสมบูรณ์ของอสุจิ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการรักษา

โอกาสการตั้งครรภ์จากการทำ IUI มีประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ โดยปกติโอกาสการตั้งครรภ์แบบธรรมชาติเฉลี่ยอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ และจะมีโอกาสตั้งครรภ์มากขึ้น ถ้าฝ่ายหญิงใช้ยากระตุ้นรังไข่ เพื่อให้ไข่ตกมากกว่า 1 ใบในรอบเดือนนั้น แต่ก็มีโอกาสได้ลูกแฝดด้วย

 

ภาวะแทรกซ้อนของการรักษา

ภาวะแทรกซ้อนที่พบจากการทำ IUI นั้นอาจเกิดได้จากหลายขั้นตอน เช่น จากการกระตุ้นไข่ เช่น มีโอกาสเกิดภาวะ ovarian hyperstimulation syndrome หรือ OHSS ได้, การตั้งครรภ์โดยเฉพาะที่มีทารกมากกว่า 2 คน ถือว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เป็นผลจากการที่มีการเจริญของไข่จำนวนหลายใบ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในขณะที่ตั้งครรภ์และมีผลกระทบต่อทั้งมารดาและทารก ความเสี่ยงที่เกิดในช่วงของการเตรียมอสุจิ เช่น การสลับของอสุจิของคู่สมรสต่างคู่กัน ซึ่งสามารถป้องกันได้ถ้ามีระบบควบคุมคุณภาพที่ดี หรือโอกาสที่จะถ่ายทอดโรคติดเชื้อโดยเฉพาะโรคเอดส์จากสามีไปยังภรรยาได้  ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่เป็นผลจากการะบวนการฉีดอสุจินั้น อาจเกิดการอักเสบติดเชื้อในโพรงมดลูกจากเชื้อแบคทีเรียมีอยู่ในช่องคลอดและปากมดลูกแล้วถูกนำเข้าสู่โพรงมดลูกจากการฉีดอสุจิได้ ภาวะอื่นอาจเกิดการหดรัดตัวของมดลูกซึ่งอาจเป็นผลจากการกระทบกระเทือนจากการใส่สาย

Share