Key Takeaway:
ภาวะมีบุตรยากเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกัน โดยเกณฑ์ทางการแพทย์จะพิจารณาจากระยะเวลาที่พยายามตั้งครรภ์ร่วมกับอายุของฝ่ายหญิง การตรวจประเมินภาวะเจริญพันธุ์อย่างเป็นระบบจึงเป็นก้าวสำคัญในการค้นหาสาเหตุที่แท้จริง ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเฉพาะโภชนาการที่เหมาะสม การเลือกอาหารบำรุงไข่ตก ปรับสมดุลฮอร์โมน และเพิ่มคุณภาพของเซลล์ไข่ รวมถึงการหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจรบกวนระบบสืบพันธุ์ จะช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมต่อการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อาหารเป็นเพียงปัจจัยสนับสนุน การวางแผนมีบุตรที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อวางแผนรักษาอย่างตรงจุดยิ่งขึ้น
ปัญหามีบุตรยากคือหนึ่งในปัญหาครอบครัวที่คู่สมรสหลายคู่ต่างต้องพบเจอ แม้จะทำมาแล้วทุกวิถีทางแต่เจ้าตัวน้อยก็ยังไม่มาเสียที ยิ่งนานวันยิ่งนำมาซึ่งความผิดหวังและทำให้เสียกำลังใจจนไม่กล้าที่จะมีบุตร วันนี้เราขอชวนคู่สามีภรรยาที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้มาทำความรู้จักกับ ‘ภาวะมีบุตรยาก’ ด้วยการเข้าใจความหมายและสาเหตุของการเกิดภาวะนี้ พร้อมแนะนำอาหารบำรุงไข่ตกและเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์เพื่อให้คุณแม่มือใหม่ประสบความสำเร็จในการมีบุตรได้อย่างที่ตั้งใจ
รู้จัก ‘ภาวะมีบุตรยาก’
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คือ ภาวะที่คู่สมรสไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แม้จะมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิด โดยทั่วไป หากฝ่ายหญิงมีอายุต่ำกว่า 35 ปี และพยายามมีบุตรต่อเนื่องนานกว่า 12 เดือนโดยไม่ตั้งครรภ์ จะถือว่าเข้าข่ายภาวะมีบุตรยาก ส่วนผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป จะประเมินเร็วขึ้นที่ประมาณ 6 เดือน เนื่องจากคุณภาพและจำนวนไข่ลดลงตามอายุ
ภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดได้จากทั้งฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกัน โดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของการตกไข่ ท่อนำไข่ มดลูก ฮอร์โมน คุณภาพอสุจิ รวมถึงปัจจัยด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์
ปัจจุบัน มีคู่สมรสนับล้านคู่ที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก ดังนั้น หากใครที่กำลังวางแผนอยากจะมีลูกน้อย การเตรียมความพร้อมด้วยการตรวจสุขภาพทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง รวมถึงการเลือกทานอาหารเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
นัดหมายประเมินสุขภาพก่อนวางแผนมีบุตรที่ VFC Center
สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
สำหรับคู่สมรสที่ประสบปัญหามีบุตรยาก ขั้นตอนแรกก่อนเริ่มรักษา คือต้องแยกประเมินสาเหตุอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้วางแผนการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
ภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายชาย
- จำนวนอสุจิน้อย อสุจิเคลื่อนไหวผิดปกติ หรือรูปร่างอสุจิผิดปกติ
- ความผิดปกติของการแข็งตัวหรือการหลั่ง ทำให้หย่อนสมรรถภาพทางเพศและการมีเพศสัมพันธ์ไม่สมบูรณ์
- โรคหรือภาวะที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศชาย เช่น โรคตับ โรคไต ต่อมลูกหมากอักเสบ การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์
- โรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งอาจกระทบฮอร์โมนและคุณภาพอสุจิ
- ปัจจัยด้านพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ เช่น ความเครียดสะสม การออกกำลังกายหนักเกินไป การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ
ภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายหญิง
- ความผิดปกติของการตกไข่ เช่น ไข่ไม่ตก ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ หรือภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล
- ความผิดปกติของมดลูกหรือท่อนำไข่ เช่น พังผืด เนื้องอกในมดลูก หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
- ภาวะหมดประจำเดือนก่อนวัย หรือภาวะสำรองไข่ลดลงเร็วกว่าปกติ
- โรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไทรอยด์ หรือโรคหัวใจ ที่อาจรบกวนระบบฮอร์โมน
- ปัจจัยด้านอารมณ์และพฤติกรรม เช่น ความเครียดเรื้อรัง การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือภาวะน้ำหนักตัวผิดปกติ
นอกจากสาเหตุเหล่านี้แล้วยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกมากมายที่อาจทำให้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงประสบกับภาวะมีบุตรยากดังนั้น ผู้ที่วางแผนมีบุตรจึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสาเหตุเพิ่มเติมและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ในฝ่ายหญิงจะเป็นการตรวจด้วยวิธีอัลตราซาวนด์ ส่วนฝ่ายชายจะเป็นการตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ และยังมีการตรวจระดับฮอร์โมนเพื่อค้นหาสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากอีกด้วย
แนะนำอาหารบำรุงให้ไข่ตก ตัวช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์
นอกจากการตรวจสุขภาพของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงเพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ก็คือเคล็ดลับโภชนาการมีบุตรการที่ฝ่ายหญิงปรับพฤติกรรมการทานอาหาร และเลือกทานอาหารบำรุงให้ไข่ตกเพื่อช่วยบำรุงเซลล์ไข่ให้แข็งแรง และพร้อมสำหรับการปฏิสนธิจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง
ธาตุเหล็กคือแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง และยังมีส่วนช่วยในการผลิตไข่ที่มีคุณภาพเพื่อการปฏิสนธิ โดยปกติแล้วผู้หญิงมักจะสูญเสียธาตุเหล็กได้ง่ายจากการมีประจำเดือน การทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงจะช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางและยังเป็นวิตามินบำรุงไข่ที่มีประสิทธิภาพสำหรับคุณแม่มือใหม่ด้วย
ได้แก่ : เนื้อสัตว์และเครื่องในสัตว์, ไข่แดง, อาหารทะเล, ธัญพืช และผักใบเขียว
อาหารที่มีไขมันดี
ไขมันดี คือ ไขมันที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อร่างกาย ทำหน้าที่กำจัดคอเลสเตอรอลที่สะสมอยู่ตามหลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโต ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น
ได้แก่ : อะโวคาโด, น้ำมันมะกอก และน้ำมันรำข้าว
อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
สารต้านอนุมูลอิสระเป็นสารสำคัญที่จะช่วยปกป้องเซลล์ไข่ไม่ให้เสื่อมสภาพ ดังนั้นกลุ่มอาหารเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งอาหารเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ที่อยากมีบุตร
ได้แก่ : ผลไม้ตระกูลเบอร์รี, ผักและผลไม้สีส้ม, ผักใบเขียว และธัญพืช
อาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง
โปรตีนเป็นสารอาหารพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง การทำงานของรังไข่ และการเจริญของเซลล์ไข่ การรับประทานโปรตีนที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยสนับสนุนกระบวนการตกไข่ และเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนการตั้งครรภ์
ได้แก่ : ปลา, ไข่, เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน, ถั่วและธัญพืช, เต้าหู้ และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
อาหารที่มีโฟเลตและวิตามินบีกลุ่มต่าง ๆ
โฟเลตและวิตามินบีเป็นสารอาหารที่มีบทบาทต่อการแบ่งตัวของเซลล์ไข่ และการทำงานของระบบสืบพันธุ์ในช่วงก่อนตั้งครรภ์ การได้รับสารอาหารกลุ่มนี้อย่างเพียงพอจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมร่างกายสำหรับการมีบุตร
ได้แก่ : ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม บรอกโคลี, ถั่วเมล็ดแห้ง, ธัญพืชไม่ขัดสี และอะโวคาโด
อาหารที่ช่วยควบคุมสมดุลฮอร์โมนและการตกไข่
อาหารที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และลดการอักเสบในร่างกาย มีส่วนช่วยให้ระบบฮอร์โมนทำงานได้อย่างสมดุล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตกไข่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีรอบเดือนผิดปกติ
ได้แก่ : ข้าวกล้องและธัญพืชไม่ขัดสี, ผักที่มีใยอาหารสูง, ถั่วเปลือกแข็ง, ปลา และอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป
การเลือกรับประทานอาหารบำรุงไข่ตกและอาหารเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ควรทำควบคู่กับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ การจัดการความเครียด และการประเมินภาวะเจริญพันธุ์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ เนื่องจากเคล็ดลับโภชนาการมีบุตรเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยสนับสนุน ไม่ใช่ตัวกำหนดผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด
รับคำปรึกษาเรื่องโภชนาการจากแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหากกำลังวางแผนตั้งครรภ์
นอกจากการเลือกอาหารบำรุงไข่ตกและสุขภาพระบบสืบพันธุ์แล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากอาหารบางชนิดอาจไปรบกวนสมดุลของฮอร์โมน จนไปเพิ่มการอักเสบในร่างกาย หรือส่งผลต่อคุณภาพของเซลล์ไข่และการฝังตัวของตัวอ่อน ได้แก่
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนและคุณภาพของเซลล์ไข่ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่สมบูรณ์
- อาหารทอด อาหารไขมันทรานส์ และอาหารแปรรูปสูง : กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย และรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมน
- อาหารที่มีน้ำตาลสูงและแป้งขัดขาว : ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดแปรปรวน ส่งผลต่อการตกไข่และสมดุลฮอร์โมน
- อาหารรสจัดหรือเค็มจัด : เพิ่มภาวะบวมน้ำและรบกวนสมดุลของร่างกาย
- คาเฟอีนในปริมาณมาก : ส่งผลต่อระบบประสาทและคุณภาพการพักผ่อน ซึ่งมีผลต่อฮอร์โมนโดยรวม
- สมุนไพรหรืออาหารเสริมบางชนิด : สารอาหารบางอย่างอาจมีผลต่อฮอร์โมนหรือการตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว ควรรับประทานภายใต้คำแนะนำแพทย์เท่านั้น
การเตรียมความพร้อมทางด้านสุขภาพ ด้านจิตใจ และการปรับพฤติกรรมการทานอาหารบำรุงให้ไข่ตกเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำควบคู่กันไป เพื่อให้การตั้งครรภ์ประสบความสำเร็จได้อย่างที่ตั้งใจ หากคู่รักคู่ใดที่กำลังวางแผนมีบุตร สามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพพร้อมปรึกษาภาวะมีบุตรยากได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V Fertility Center) ให้บริการทุกขั้นตอนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่จะช่วยแก้ปัญหาการมีบุตรยากให้กลายเป็นเรื่องจริงได้
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทานอาหารบำรุงไข่ตกและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ (FAQs)
Q : หากทานอาหารเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรทำอย่างไร ?
A : หากปรับโภชนาการแล้วแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ภายใน 6-12 เดือน ควรเข้ารับการตรวจภาวะเจริญพันธุ์ เพื่อประเมินคุณภาพไข่ ฮอร์โมน และการตกไข่ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมร่วมกับแพทย์
Q : ในการวางแผนมีบุตร ฝ่ายชายจำเป็นต้องปรับอาหารและพฤติกรรมหรือไม่ ?
A : จำเป็น เนื่องจากโภชนาการมีผลต่อคุณภาพอสุจิ สมดุลฮอร์โมน และสุขภาพโดยรวมของฝ่ายชาย ซึ่งส่งผลต่อโอกาสการตั้งครรภ์เช่นกัน
Q : รอบเดือนผิดปกติ ปรับอาหารอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ ?
A : อาหารช่วยได้บางส่วน แต่หากรอบเดือนผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ เช่น ภาวะไข่ไม่ตกหรือความผิดปกติของฮอร์โมน
Q : ผู้หญิงอายุเกิน 35 ปี ควรดูแลสุขภาพก่อนวางแผนมีบุตรอย่างไรบ้าง ?
A : ควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต รวมทั้งประเมินฮอร์โมนและภาวะเจริญพันธุ์ร่วมกับแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะสม เนื่องจากคุณภาพและจำนวนไข่ลดลงตามอายุ จึงมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ยากกว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า 35 ปี

ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชวิทยาและเวชศาตร์การเจริญพันธ์ุ




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.