น้ำในโพรงมดลูก คือภาวะที่มีของเหลวคั่งอยู่ภายในโพรงมดลูก ซึ่งปกติควรแห้งและพร้อมให้ ตัวอ่อนฝังในโพรงมดลูก ได้อย่างสมบูรณ์ ภาวะนี้มักตรวจพบระหว่างการ ตรวจภาวะมีบุตรยาก หรือช่วงเตรียมย้ายตัวอ่อนในการทำ ICSI โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ท่อนำไข่อุดตัน (Hydrosalpinx) การอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก ความผิดปกติของโครงสร้างมดลูก และความไม่สมดุลของฮอร์โมน หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ เพิ่มความเสี่ยงแท้ง และลดอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ดังนั้นการวินิจฉัยหาสาเหตุและรักษาให้โพรงมดลูกพร้อมก่อนตั้งครรภ์จึงเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างยิ่ง
การวางแผนตั้งครรภ์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่เพียงแต่ต้องอาศัยสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย แต่ยังต้องอาศัย “สภาพแวดล้อมภายในมดลูก” ที่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน โดยหนึ่งในภาวะที่อาจไปขัดขวางกระบวนการนี้ก็คือ ภาวะ “น้ำในโพรงมดลูก” ที่มักตรวจพบระหว่างการประเมินภาวะมีบุตรยากหรือในช่วงเตรียมย้ายตัวอ่อนในรอบทำเด็กหลอดแก้วหรือการทำ ICSI
รู้จักภาวะน้ำในโพรงมดลูก
น้ำในโพรงมดลูก (Endometrial Cavity Fluid: ECF) คือ ภาวะที่พบของเหลวสะสมอยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งปกติพื้นที่บริเวณนี้ควรแห้ง สะอาด และปลอดสิ่งรบกวน เพื่อให้ตัวอ่อนสามารถเกาะและฝังตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาวะนี้อาจพบได้ชั่วคราว เช่น ในช่วงตกไข่ แต่หากพบในปริมาณมาก หรือพบในช่วงเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อย้ายตัวอ่อน จะต้องตรวจหาสาเหตุและรักษาอย่างถูกวิธี เพราะมีผลต่ออัตราการตั้งครรภ์โดยตรง
อาการที่พบ
ผู้ที่มีภาวะนี้อาจมีอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการเลย โดยสัญญาณที่พบโดยทั่วไป ได้แก่
- ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ หรือมาผิดปกติ
- ปวดท้องน้อยหรือหน่วงท้องน้อยเรื้อรัง
- มีตกขาวปริมาณมากผิดปกติ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งบ่งชี้การติดเชื้อในโพรงมดลูกหรือปากมดลูก
แนวทางการวินิจฉัย
- อัลตราซาวนด์ช่องคลอด (TVS) : ใช้ตรวจดูปริมาณของเหลว ลักษณะเยื่อบุโพรงมดลูก และความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้อง
- การฉีดสีท่อนำไข่ (HSG) : ใช้ประเมินว่าท่อนำไข่ตีบตันหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีต้องสงสัยว่าเกิดภาวะ Hydrosalpinx หรือท่อนำไข่บวมน้ำ
- การส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy) : เป็นวิธีที่เห็นความผิดปกติภายในโพรงมดลูกได้ชัดที่สุด รวมถึงสามารถรักษาอาการบางอย่างได้ในคราวเดียว เช่น พังผืดในโพรงมดลูก
มีอาการผิดปกติ นัดหมายตรวจวินิจฉัยภาวะน้ำในโพรงมดลูกได้ที่ VFC Center
น้ำในโพรงมดลูกเกิดจากสาเหตุใด ?
น้ำในโพรงมดลูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ สำหรับสาเหตุที่พบโดยทั่วไป ได้แก่
1. ท่อนำไข่บวมน้ำ (Hydrosalpinx)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งภาวะของท่อนำไข่ที่อุดตันจะมีของเหลวสะสม และไหลย้อนกลับเข้ามาในโพรงมดลูก ทำให้เยื่อบุไม่พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน แม้จะรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ ICSI ก็ตาม
2. การอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometritis)
เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการอักเสบเรื้อรังภายในโพรงมดลูก ทำให้มีสารคัดหลั่งและน้ำสะสม เกิดเป็นของเหลวลักษณะขุ่นและมีน้ำค้างอยู่ในโพรงมดลูก
3. ความผิดปกติของโครงสร้างโพรงมดลูก
โครงสร้างโพรงมดลูกที่ผิดปกติทำให้ของเหลวระบายออกลำบากและคั่งอยู่ในโพรงมดลูกมากขึ้น มีหลายรูปแบบ เช่น พังผืดในโพรงมดลูก เนื้องอกในโพรงมดลูก หรือมีแผลจากการผ่าตัดคลอด
4. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไป ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาและมีของเหลวคั่งอยู่
- ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำเกินไป ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกทำงานผิดปกติ จึงเกิดการคั่งของน้ำภายในโพรงมดลูกได้ง่ายขึ้น
- ผลข้างเคียงจากยากระตุ้นไข่หรือการเตรียมผนังมดลูกในรอบการทำ ICSI

ผลกระทบของน้ำในโพรงมดลูกต่อสุขภาพและการตั้งครรภ์
ภาวะน้ำในโพรงมดลูกส่งผลต่อสุขภาพของฝ่ายหญิง รวมทั้งโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์หลายประการ ทั้งในกรณีตั้งครรภ์ธรรมชาติและการทำ ICSI ดังนี้
ผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูกจากการตั้งครรภ์ธรรมชาติ
ตัวอ่อนต้องการสภาพแวดล้อมที่แห้ง สะอาด และพร้อมสำหรับการเกาะติด การมีของเหลวในโพรงมดลูกทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ และอาจถูกดันออกจากโพรงมดลูก ทำให้การตั้งครรภ์ล้มเหลว
ผลต่ออัตราความสำเร็จในการทำ ICSI
หากพบน้ำในโพรงมดลูกในวันที่จะย้ายตัวอ่อน แพทย์จะถือว่าโพรงมดลูกไม่พร้อมต่อการฝังตัว และแนะนำให้เลื่อนการย้ายตัวอ่อน เพื่อรักษาให้โพรงมดลูกแห้งสนิทจากต้นเหตุ เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในรอบถัดไป
ผลต่อสุขภาพของมดลูกและความเสี่ยงการเกิดภาวะแท้ง
ภาวะน้ำในโพรงมดลูกที่เกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกเสื่อมคุณภาพ เกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีการอักเสบลุกลามไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนอื่น ทำให้สุขภาพมดลูกอ่อนแอลง และมีความเสี่ยงต่อการแท้ง การติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ และปัญหาการพัฒนาของตัวอ่อนสูงขึ้น
มีน้ำในโพรงมดลูกสามารถทำ ICSI ได้ นัดปรึกษาสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
วิธีการรักษาเพื่อเตรียมตัวย้ายตัวอ่อนและตั้งครรภ์
เมื่อทราบผลกระทบของการมีน้ำในโพรงมดลูกแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่คู่สมรสที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ต้องเข้าใจ คือการรักษาและเตรียมโพรงมดลูกให้พร้อมที่สุดก่อนการย้ายตัวอ่อน ส่วนจะเลือกวิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นหลัก
การรักษาตามสาเหตุของน้ำในโพรงมดลูก
- ภาวะท่อนำไข่อุดตัน : ผ่าตัดตัดท่อนำไข่หรือผูกปิดท่อนำไข่ก่อนทำ ICSI
- ภาวะติดเชื้อหรืออาการอักเสบ : ให้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อที่พบ
- พังผืดในโพรงมดลูก : ผ่าตัดส่องกล้องโพรงมดลูกเพื่อรักษาพังผืด
- ความผิดปกติของฮอร์โมน : แพทย์จะปรับโปรแกรมฮอร์โมนใหม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับรอบย้ายตัวอ่อน
การดูดน้ำออกจากโพรงมดลูก (Endometrial Fluid Aspiration)
เป็นการใช้สายสวนผ่านปากมดลูกเพื่อดูดของเหลวออก ข้อดีคือช่วยให้มดลูกแห้งทันที แต่หากไม่ได้รักษาสาเหตุหลัก น้ำอาจกลับมาใหม่ภายในเวลาไม่นาน ดังนั้น วิธีนี้จึงมักใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ไม่ใช่การรักษาเดี่ยว
การปรับสมดุลฮอร์โมนและเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก
- ปรับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนให้เหมาะสม
- ใช้ยาช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาและแข็งแรง
- เลือกวิธีเตรียมผนังมดลูกที่เหมาะกับแต่ละคน
การดูแลสุขภาพก่อนย้ายตัวอ่อนและเตรียมตั้งครรภ์
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่
- รับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผนังมดลูก เช่น วิตามินบี 6 แมกนีเซียม สังกะสี
- จัดการความเครียด เพราะฮอร์โมนความเครียดมีผลต่อรอบเดือนและการตกไข่
การรักษาภาวะน้ำในโพรงมดลูก ต้องอาศัยการวินิจฉัยที่แม่นยำและวางแผนการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ การดูดน้ำออกเพียงอย่างเดียวอาจช่วยได้ในบางกรณี แต่การแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างถูกจุด จะช่วยให้โพรงมดลูกกลับมามีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์
หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่ามีน้ำในโพรงมดลูก แล้วกำลังวางแผนเตรียมตัวก่อนย้ายตัวอ่อน หรือวางแผนรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธีต่าง ๆ สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ของ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจภาวะมีบุตรยาก ไปจนถึงการกระตุ้นไข่ การทำ ICSI และการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อช่วยให้คุณตั้งครรภ์ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตั้งแต่วันแรก
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q : น้ำในโพรงมดลูกสามารถหายได้เองหรือไม่ ?
A : ในบางกรณี เช่น ภาวะน้ำขังชั่วคราวช่วงตกไข่ อาจหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่หากเกิดจากความผิดปกติ อย่างท่อนำไข่อุดตัน การติดเชื้อ หรือพังผืดในโพรงมดลูก มักไม่หายเองและต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความสามารถในการฝังตัวของตัวอ่อนและลดความเสี่ยงแท้งในอนาคต
Q : ทำไมแพทย์จึงมักเลื่อนการย้ายตัวอ่อนเมื่อพบว่ามีน้ำในโพรงมดลูก ?
A : เพราะการพบของเหลวในโพรงมดลูกแสดงว่าเยื่อบุยังไม่พร้อมสำหรับการฝังตัว หากย้ายตัวอ่อนในสภาพที่โพรงมดลูกมีน้ำคั่ง โอกาสฝังตัวจะลดลงอย่างมาก และบางครั้งตัวอ่อนอาจถูกดันออกจากโพรงมดลูก แพทย์จึงต้องรักษาต้นเหตุให้หายก่อน เพื่อเพิ่มอัตราสำเร็จของการตั้งครรภ์ในรอบถัดไป
Q : ภาวะน้ำในโพรงมดลูกเกี่ยวข้องกับรอบเดือนที่ผิดปกติหรือไม่ ?
A : อาจมีความเกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงหรือโปรเจสเตอโรนต่ำ ซึ่งส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ผู้ที่มีการอักเสบเรื้อรังในโพรงมดลูกอาจมีประจำเดือนมาน้อยลง มาผิดปกติ หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอยก่อนรอบเดือนมาปกติ
Q : น้ำในโพรงมดลูกเป็นสัญญาณของโรคอันตรายหรือไม่ ?
A : ส่วนใหญ่ไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าโพรงมดลูกอาจมีความผิดปกติ เช่น การติดเชื้อ พังผืด หรือท่อนำไข่อุดตัน ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อภาวะเจริญพันธุ์ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบเรื้อรัง ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือแท้งในช่วงตั้งครรภ์ได้
Q : หลังรักษาน้ำในโพรงมดลูกแล้ว ต้องรอนานแค่ไหนจึงจะสามารถย้ายตัวอ่อนได้ ?
A : ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุและแนวทางการรักษา โดยหลังกระบวนการรักษาเสร็จสิ้น แพทย์จะนัดประเมินโพรงมดลูกด้วยอัลตราซาวนด์ก่อนตัดสินใจย้ายตัวอ่อนเสมอ
บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.