เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

วิธีการแบ่งเกรดตัวอ่อน เพื่อประเมินคุณภาพและระดับความพร้อม

ผู้หญิงตั้งครรภ์หลังใช้วิธีประเมินเกรดตัวอ่อน เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดี

Table of Contents

Key Takeaway

การคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้ว โดยนักวิทยาศาสตร์จะใช้วิธีประเมินเกรดตัวอ่อนอย่างละเอียดเพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนย้ายกลับเข้าสู่มดลูก ซึ่งการเลือกตัวอ่อนที่มีเกรดสูงจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการฝังตัวและทำให้ความฝันในการมีบุตรของหลายครอบครัวเป็นจริงได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น

การมีบุตรถือเป็นความปรารถนาของหลาย ๆ คู่ แต่บางครั้งก็อาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ โชคดีที่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์ได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะการทำเด็กหลอดแก้ว ทั้งแบบผสมเทียม IVF และแบบอิ๊กซี่ (ICSI) ที่ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้กับคู่สามีภรรยาที่มีบุตรยาก

โดยหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของกระบวนการนี้ คือ การแบ่งเกรดตัวอ่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนการประเมินคุณภาพและความสมบูรณ์ของตัวอ่อนก่อนการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวอ่อนเกรด AA ที่ถือเป็นตัวอ่อนคุณภาพสูงสุด ซึ่งมักมีอัตราความสำเร็จในการฝังตัวที่ดี และเพื่อช่วยให้คู่สมรสที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์เข้าใจว่า เกรดตัวอ่อนคืออะไรและทำไมต้องมีการแบ่งเกรดตัวอ่อน บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลน่ารู้มาให้อย่างครบถ้วน

วางแผนมีบุตรด้วยวิธีประเมินเกรดตัวอ่อนที่แม่นยำที่ VFC Center

ผลสำเร็จของการรักษาผู้ที่เกิดภาวะมีบุตรยากจากการประเมินเกรดตัวอ่อนก่อนย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก

การแบ่งเกรดตัวอ่อนคืออะไร ?

การแบ่งเกรดตัวอ่อน เป็นขั้นตอนสำคัญในการผสมเทียมซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วทั้งแบบ IVF และ ICSI ที่เป็นการเพิ่มโอกาสของการปฏิสนธิ

โดยวิธีประเมินเกรดตัวอ่อนจะช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์คุณภาพและระดับความพร้อมของตัวอ่อนได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูก เนื่องจากตัวอ่อนแต่ละตัวมีการพัฒนาที่แตกต่างกัน ทีมแพทย์จึงต้องทำการประเมินคุณภาพตัวอ่อนอย่างละเอียด โดยมักจะตรวจเช็กในช่วงวันที่ 3 และวันที่ 5 หลังการเก็บไข่ เพื่อทำการแบ่งเกรดคุณภาพตัวอ่อนในลำดับต่อไป

การแบ่งเกรดตามระยะตัวอ่อน

ในการทำเด็กหลอดแก้ววิธีประเมินเกรดตัวอ่อนจะมีความแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของการพัฒนา โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะสำคัญ ดังนี้

1. ตัวอ่อนอายุ 3 วันหรือระยะคลีเวจ (Cleavage)

เป็นระยะแรกของการพัฒนาตัวอ่อน ซึ่งจะเริ่มหลังจากไข่ได้รับการปฏิสนธิกับสเปิร์มแล้ว 24-72 ชั่วโมง โดยจะประเมินรูปร่างและโครงสร้าง ตามปัจจัยพื้นฐานของการแบ่งเกรดตัวอ่อนในระยะเริ่มต้น ได้แก่

จำนวนเซลล์

ในระยะนี้ ตัวอ่อนจะเริ่มแบ่งตัวออกเป็นเซลล์เล็ก ๆ โดยการแบ่งเซลล์ที่เหมาะสมสำหรับตัวอ่อนคลีเวจที่ดีที่สุดคือ 6-10 เซลล์ ซึ่งตัวอ่อนที่มีจำนวนเซลล์ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ถือว่ามีคุณภาพดี และมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตเป็นระยะบลาสโตซิสต์และฝังตัวในมดลูกได้ ส่วนตัวอ่อนที่มีการแบ่งเซลล์ 3-6 เซลล์ ก็ยังถือว่ามีโอกาสที่จะเติบโตเป็นทารกได้เช่นกัน

ลักษณะของเซลล์

การประเมินลักษณะเซลล์ของแต่ละคลินิกอาจมีเกณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งลักษณะของเซลล์ที่มีคุณภาพจะมีรูปร่างกลมสวยในขนาดเท่า ๆ กัน โดยจะมีการแบ่งเกรดคุณภาพตัวอ่อนออกเป็น 1, 2, 3 ตามลำดับสูงไปต่ำสุด และควรมีเศษเซลล์ขนาดเล็กที่ผิดปกติ หรือ Fragmentation น้อยกว่า 20% ซึ่งเซลล์ที่มีรูปร่างไม่กลม มีขนาดแตกต่างกันมาก และมีเศษเซลล์ขนาดเล็กที่ผิดปกติ จะถือว่าคุณภาพไม่ดี และมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตเป็นระยะบลาสโตซิสต์ได้ไม่เต็มที่

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่แพทย์อาจนำมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น การรวมตัวของเซลล์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวมเข้ากับกระบวนการวิธีประเมินเกรดตัวอ่อน เพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น แต่โดยสรุปแล้ว ตัวอ่อนระยะคลีเวจที่ดีควรมีจำนวน 8 เซลล์ โดยตัวอ่อนเหล่านี้จะถูกแบ่งเกรดให้เป็นเกรด 1 และมีเศษเซลล์ขนาดเล็กที่ผิดปกติน้อยกว่า 20 %

แพทย์กำลังวิธีประเมินเกรดตัวอ่อนและความสำคัญของคุณภาพตัวอ่อนใน IVF

2. ตัวอ่อนอายุ 5 วันหรือตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst)

เป็นระยะหลังจากไข่ได้รับการปฏิสนธิกับสเปิร์มแล้ว 5-6 วัน ซึ่งเป็นระยะที่มีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว เพราะตัวอ่อนจะเริ่มแยกส่วนประกอบชัดเจน ระหว่าง Inner cell mass (ICM) หรือกลุ่มเซลล์ที่จะเติบโตเป็นตัวทารก และ Trophectoderm Epithelium (TE) ซึ่งจะกลายเป็นรกในอนาคต โดยวิธีประเมินเกรดตัวอ่อนในระยะนี้จะวัดจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

Expansion of Blastocyst

เป็นการประเมินการเจริญเติบโตของช่องว่างภายในตัวอ่อน (Blastocoel) ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ระดับ

  • เกรด 1 Early Blastocystมีช่องว่างภายในตัวอ่อนน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาตรตัวอ่อน
  • เกรด 2 Blastocystช่องว่างภายในมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาตรตัวอ่อน
  • เกรด 3 Full Blastocystช่องว่างขยายเต็มพื้นที่ภายในผนังเปลือกไข่ (Zona Pellucida)และตัวอ่อนเริ่มขยายขนาด
  • เกรด 4 Expanded Blastocystตัวอ่อนมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน และผนังเปลือกไข่เริ่มบางลง
  • เกรด 5 Hatching Blastocystเซลล์บางส่วนเริ่มยื่นออกจากผนังเปลือกไข่
  • เกรด 6 Hatched Blastocystตัวอ่อนฟักตัวออกจากผนังเปลือกไข่แล้ว

Inner Cell Mass

เกณฑ์นี้เป็นส่วนสำคัญที่ใช้พิจารณาเกรดของตัวอ่อนว่ามีคุณภาพแค่ไหน โดยดูจากกลุ่มเซลล์ที่จะกลายเป็นทารก แบ่งเป็น 3 ระดับ

  • เกรด A มีเซลล์จำนวนมาก และยึดเกาะกันเป็นกลุ่มก้อนชัดเจน (คุณภาพสูงสุด)
  • เกรด B มีเซลล์จำนวนปานกลาง และมีการรวมกลุ่มกันแบบหลวม ๆ
  • เกรด C มีเซลล์จำนวนน้อยมาก กระจัดกระจาย ไม่เห็นการรวมกลุ่มที่ชัดเจน

Trophectoderm Epithelium (3 เกรด)

ประเมินส่วนของเซลล์ที่จะกลายเป็นรก ซึ่งมีความสำคัญต่อการฝังตัว แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  • เกรด A มีเซลล์จำนวนมาก ยึดเกาะกันแน่น และเรียงตัวสม่ำเสมอสวยงาม
  • เกรด B มีเซลล์จำนวนน้อย ยึดเกาะกันหลวม ๆ และขนาดไม่สม่ำเสมอ
  • เกรด C มีเซลล์จำนวนน้อยมากและมีลักษณะบาง ไม่สมบูรณ์

เมื่อรวมผลการประเมินทั้ง 3 ส่วนเข้าด้วยกัน จะได้เป็นตัวอ่อนในเกรดต่าง ๆ เช่น 5AA ซึ่งหมายถึงตัวอ่อนระยะ Hatching Blastocyst ที่มีทั้ง ICM และ TE อยู่ในระดับดีมาก มักสัมพันธ์กับโอกาสในการฝังตัวและตั้งครรภ์ที่สูงขึ้น ซึ่งข้อมูลการประเมินเหล่านี้ จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมต่อไป

วางแผนมีบุตรด้วยวิธีประเมินเกรดตัวอ่อนที่แม่นยำที่ VFC Center

หญิงสาวถือที่ตรวจครรภ์และสงสัยว่าเกรดตัวอ่อนกับโอกาสตั้งครรภ์เกี่ยวข้องกันอย่างไร

การแบ่งเกรดตัวอ่อนช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ?

หลายคนคาดหวังว่าการคัดเกรดตามระยะตัวอ่อนจะช่วยให้สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้มีการการันตีว่าการคัดเกรดคุณภาพตัวอ่อนจะส่งผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์เพียงปัจจัยเดียว เพราะเกรดตัวอ่อนกับโอกาสตั้งครรภ์ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาร่วมกันด้วย เช่น

ติดตามการพัฒนาของตัวอ่อนหลังการคัดเกรด

การประเมินเกรดตัวอ่อนเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งของการคัดเลือกตัวอ่อนเท่านั้น เพราะหลังจากคัดเกรดแล้ว ตัวอ่อนยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ต่อเนื่อง เช่น ตัวอ่อนที่มีคุณภาพระดับกลางอาจพัฒนาได้ดีขึ้นในระยะถัดไป จึงจำเป็นต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด

ตัวแปรและความไม่แน่นอนอื่น ๆ 

เนื่องจากวิธีประเมินเกรดตัวอ่อน เป็นเพียงการประเมิน “คุณภาพทางกายภาพ” หรือรูปลักษณ์ภายนอกของตัวอ่อนเท่านั้น แต่ไม่ได้ประเมินถึงปัจจัยภายในที่สำคัญอย่างความปกติของโครโมโซม หรือสภาพความพร้อมของโพรงมดลูก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลบางประการที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเกรดตัวอ่อนกับโอกาสตั้งครรภ์ อย่างเช่น แม้ว่าตัวอ่อนเกรด CC จะถูกประเมินว่ามีคุณภาพทางกายภาพต่ำกว่า แต่ในบางกรณี ตัวอ่อนเหล่านี้ก็สามารถพัฒนาและนำไปสู่การตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ได้หากมีโครโมโซมที่ปกติและความพร้อมของร่างกายคุณแม่

เพิ่มโอกาสสำเร็จด้วยเกรดตัวอ่อนกับโอกาสตั้งครรภ์ที่ VFC Center

ดังนั้น ถึงแม้ว่าการแบ่งเกรดตัวอ่อนจะช่วยประเมินคุณภาพของตัวอ่อนได้บางส่วน แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตร คือการปรึกษาผู้มีประสบการณ์โดยตรงเพื่อวางแผนการรักษา

สำหรับคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยาก และต้องการวางแผนมีบุตร การทำ ICSI ที่ศูนย์รักษาการมีบุตรยาก VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)เราพร้อมใช้วิธีประเมินเกรดตัวอ่อนอย่างละเอียดและแม่นยำ เพื่อดูแลคุณในราคาสมเหตุสมผล โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่มีประสบการณ์สูง ด้วยเทคโนโลยีของห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยระดับสากล ช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สำเร็จได้อย่างปลอดภัย

 

บทความโดย แพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline : 082-903-2035

LINE Official : @vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเกรดตัวอ่อนกับโอกาสตั้งครรภ์ (FAQs)

โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดก่อน เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ในรอบแรก อย่างไรก็ตาม ตัวอ่อนเกรดรองลงมาก็ยังสามารถใช้ได้ การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับจำนวนตัวอ่อนที่มี อายุของฝ่ายหญิง และแผนการรักษาในแต่ละรอบ

โดยส่วนใหญ่แพทย์จะเลือกย้ายตัวอ่อนที่มีคุณภาพสูงก่อน เนื่องจากมีแนวโน้มเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น เช่น ระยะตัวอ่อน (Day 3 หรือ Day 5) และความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

แม้ว่าตัวอ่อนจะมีเกรดดี แต่การตั้งครรภ์ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก
  • ความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
  • ความผิดปกติทางโครโมโซมของตัวอ่อน

ดังนั้น เกรดตัวอ่อนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถการันตีผลลัพธ์การตั้งครรภ์ได้

โดยทั่วไป การแช่แข็งตัวอ่อนด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เช่น Vitrification สามารถรักษาคุณภาพของตัวอ่อนได้ดี หลังการละลายตัวอ่อนส่วนใหญ่ยังคงมีคุณภาพใกล้เคียงเดิม และสามารถนำไปใช้ย้ายตัวอ่อนได้ตามแผนการรักษา

ควรพิจารณาทั้งเกรดตัวอ่อนและปัจจัยอื่นร่วมกัน เนื่องจากแม้เกรดตัวอ่อนจะเป็นส่วนสำคัญในการประเมินคุณภาพตัวอ่อน แต่ปัจจัยอื่น เช่น อายุของฝ่ายหญิง สุขภาพมดลูก และแผนการรักษา ก็มีผลต่อโอกาสตั้งครรภ์เช่นกัน การวางแผนร่วมกับแพทย์จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จได้อย่างเหมาะสมที่สุด

Book a consultation with Dr. Worawat Siripoon at our infertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.