เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

การแบ่งเกรดตัวอ่อน เพื่อประเมินคุณภาพและระดับความพร้อม

การแบ่งเกรดตัวอ่อนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การแบ่งเกรดตัวอ่อน เพื่อประเมินคุณภาพและระดับความพร้อม

การแบ่งเกรดตัวอ่อนเป็นขั้นตอนสำคัญในการผสมเทียมซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ ICSI ที่เป็นการเพิ่มโอกาสของการปฏิสนธิ ซึ่งการแบ่งเกรดตัวอ่อนจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินคุณภาพและระดับความพร้อมของตัวอ่อนได้อย่างแม่นยำ และเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสมสำหรับการย้ายกลับเข้าไปในมดลูก เพราะตัวอ่อนแต่ละตัวอาจมีช่วงเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป จึงต้องมีการคัดเกรด โดยมักจะทำการประเมินคุณภาพตัวอ่อนในวันที่ 3 และ 5 หลังเก็บไข่ เพื่อทำการแบ่งเกรด โดยสามารถติดตามและทำความรู้จักการแบ่งเกรดตัวอ่อนให้มากขึ้นได้ในบทความนี้

 

การแบ่งเกรดตามระยะตัวอ่อน

1. ตัวอ่อนอายุ 3 วันหรือระยะคลีเวจ (Cleavage)

เป็นระยะแรกของการพัฒนาตัวอ่อน ซึ่งจะเริ่มหลังจากไข่ได้รับการปฏิสนธิกับสเปิร์มแล้ว 24-72 ชั่วโมง โดยจะประเมินรูปร่างและโครงสร้าง ตามปัจจัยสำคัญเหล่านี้

จำนวนเซลล์

ในระยะนี้ ตัวอ่อนจะเริ่มแบ่งตัวออกเป็นเซลล์เล็ก ๆ โดยการแบ่งเซลล์ที่เหมาะสมสำหรับตัวอ่อนคลีเวจที่สุดคือ 6-10 เซลล์ ซึ่งตัวอ่อนที่มีจำนวนเซลล์ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด ถือว่ามีคุณภาพดี และมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตเป็นระยะบลาสโตซิสต์และฝังตัวในมดลูกได้ แต่ตัวอ่อนที่มีการแบ่งเซลล์ 3-6 เซลล์ ก็ยังถือว่ามีโอกาสที่จะเติบโตเป็นทารกได้เช่นกัน

ลักษณะของเซลล์

การประเมินลักษณะเซลล์ของแต่ละที่อาจมีเกณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งลักษณะของเซลล์ที่มีคุณภาพจะมีรูปร่างกลมสวยในขนาดเท่า ๆ กัน โดยจะมีการแบ่งเกรดออกเป็น A, B, C ตามลำดับสูงไปต่ำสุด และควรมีเศษเซลล์ขนาดเล็กที่ผิดปกติ หรือ Fragmentation น้อยกว่า 20% ซึ่งเซลล์ที่มีรูปร่างไม่กลม มีขนาดแตกต่างกันมาก และมีเศษเซลล์ขนาดเล็กที่ผิดปกติ ถือว่ามีคุณภาพไม่ดี มีแนวโน้มที่จะไม่เจริญเติบโตเป็นระยะบลาสโตซิสต์ได้ไม่เต็มที่
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่แพทย์อาจนำมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น การรวมตัวของเซลล์ หรือการตรวจดูน้ำภายในเซลล์ แต่โดยสรุปรวมแล้วตัวอ่อนระยะคลีเวจที่ดี ควรมีจำนวน 8 เซลล์ ที่จะได้รับการแบ่งเกรดให้เป็นเกรด A และมีเศษเซลล์ขนาดเล็กที่ผิดปกติน้อยกว่า 20% จากทั้งหมด

2. ตัวอ่อนอายุ 5 วันหรือตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst)

เป็นระยะหลังจากไข่ได้รับการปฏิสนธิกับสเปิร์มแล้ว 5-6 วัน ซึ่งเป็นระยะที่จะมี Inner cell mass (ICM) ซึ่งเป็นกลุ่มเซลล์ที่จะอยู่ข้างใดข้างหนึ่งของตัวอ่อน เพื่อกลายไปเป็นตัวทารกในอนาคต และเซลล์รอบ ๆ (Trophectoderm Epithelium – TE) ที่จะกลายเป็นส่วนของรกและเนื้อเยื่อที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ โดยจะวัดจากปัจจัยสำคัญและมีการแบ่งเกรด ดังนี้

Expansion of Blastocyst

เป็นการดูถึงระยะของการเติบโตของบลาสโตซิสต์ หรือช่องกลวงในบลาสโตซิสต์ โดยแบ่งออกเป็น 6 เกรด ดังนี้

  • เกรด 1 Early Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่จะมีบลาสโตซิสต์น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาตรตัวอ่อน
  • เกรด 2 Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่จะมีบลาสโตซิสต์มากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดตัวอ่อน
  • เกรด 3 Full Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่บลาสโตซิสต์เจริญเต็มที่อยู่ในตัวอ่อน และขนาดตัวอ่อนเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • เกรด 4 Expanded Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่จะมีปริมาตรของบลาสโตซิสต์มีขนาดใหญ่กว่า 3 ระยะแรกของตัวอ่อน และผนังเซลล์ไข่ หรือ Zona pellucida จะบางลงครึ่งหนึ่ง
  • เกรด 5 Hatching Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่จะมีส่วนที่จะเติบโตไปเป็นรกหรือ Trophectoderm เริ่มโผล่ออกมานอกผนังเซลล์ไข่แล้ว
  • เกรด 6 Hatched Blastocyst ซึ่งเป็นระยะที่จะมีตัวอ่อนฟักตัวหลุดออกมาจากผนังเซลล์ไข่แล้ว

Inner Cell Mass

เป็นการพิจารณาจากกลุ่มเซลล์ภายในบลาสโตซิสต์ซึ่งมีโอกาสจะกลายเป็นทารกในครรภ์ โดยให้คะแนนแบ่งเป็น 3 เกรด A, B, C โดย A เป็นเกรดที่ดีและมีคุณภาพที่สุด ดังนี้

  • เกรด A เซลล์มีจำนวนมาก และยึดเกาะกันเป็นกลุ่มก้อนอย่างเห็นได้ชัด
  • เกรด B เซลล์มีจำนวนไม่มาก และมีการรวมกลุ่มกันแบบหลวม ๆ
  • เกรด C เซลล์มีจำนวนน้อยมาก และมีความกระจัดกระจาย มองไม่เห็นการรวมกลุ่ม

Trophectoderm Epithelium (3 เกรด)

เป็นเซลล์ที่จะกลายเป็นส่วนของรกและเนื้อเยื่อที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ โดยให้คะแนนแบ่งเป็น 3 เกรด A, B, C ดังนี้

  • เกรด A มีเซลล์ที่ยึดเกาะกันแน่นจำนวนมากและมีขนาดเรียงตัวกันสม่ำเสมอ
  • เกรด B มีเซลล์จำนวนน้อย มีการยึดเกาะกันหลวม ๆ และมีขนาดไม่สม่ำเสมอ
  • เกรด C มีเซลล์จำนวนน้อยมากและมีขนาดเล็กบาง ไม่สม่ำเสมอ

โดยตัวอ่อนที่มีอายุ 5 วัน ที่ได้เกรด 5AA คือตัวอ่อนที่เริ่มโผล่ออกมานอกเปลือก โดยยังไม่หลุดออกมาจากผนังเซลล์ไข่ และเซลล์เริ่มเกาะเป็นกลุ่มก้อนอย่างเห็นได้ชัด จึงมีแนวโน้มที่จะฝังตัวและเติบโตไปเป็นทารกได้สำเร็จ

การแบ่งเกรดตัวอ่อนเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้จริงไหม

 

การแบ่งเกรดตัวอ่อนช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้หรือไม่?

หลายคนคาดหวังว่าการคัดเกรดตามระยะตัวอ่อนจะช่วยให้สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้มีการการันตีว่าการคัดเกรดตัวอ่อนจะส่งผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้ เพราะยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาร่วมกันด้วย เช่น

  • ติดตามการพัฒนาของตัวอ่อนหลังการคัดเกรด เพราะไม่ใช่ว่าพอคัดเกรดแล้วทุกอย่างจะเสร็จสมบูรณ์ การพัฒนาของตัวอ่อนหลังคัดเกรดก็ส่งผลเช่นกัน เช่น ตัวอ่อนที่ประสิทธิภาพต่ำอาจเริ่มพัฒนาขึ้นมาได้ภายในวันเดียว หรือถึงแม้ว่าจะเป็นตัวอ่อนที่มีคะแนนสูง แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ถึงผลสำเร็จ จึงต้องคอยติดตามการตั้งครรภ์อย่างใกล้ชิด
    อาจเกิดตัวแปรและความไม่แน่นอน เนื่องจากการคัดเกรดเป็นการประเมินคุณภาพตัวอ่อนเท่านั้น ไม่ได้ประเมินถึงปัจจัยอื่นที่อาจกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์
  • ถึงแม้ว่าการแบ่งเกรดตัวอ่อนจะช่วยประเมินคุณภาพของตัวอ่อนได้ แต่ผลที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล สิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรได้ คือการปรึกษาผู้มีประสบการณ์โดยตรง เพื่อวางแผนเกี่ยวกับการทำ ICSI ที่ศูนย์รักษาการมีบุตรยาก VFC Center ที่ช่วยดูแลในราคาสมเหตุสมผล ที่พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการรักษาโดยเทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์สำเร็จได้อย่างปลอดภัย

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline : 082-903-2035
LINE Official : @vfccenter
บทความโดยแพทย์หญิงศรมน ทรงวีรธรรม

แหล่งอ้างอิง

  1. การแบ่งเกรดตัวอ่อน สำหรับทำเด็กหลอดแก้ว. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/ivf-embryo-grading
  2. Understanding Embryo Grading. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก https://www.genesisfertility.com/blog/understanding-embryo-grading/
  3. All About IVF Embryo Grading. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 จาก https://www.healthline.com/health/infertility/embryo-grading#charts 
No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.