Key Takeaway :
ภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดได้ทั้งชายหญิง ดังนั้นเมื่อพยายามตั้งครรภ์มาแล้วระยะหนึ่งแต่ยังไม่สำเร็จ การประเมินภาวะมีบุตรยากอย่างเป็นระบบ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคุณภาพอสุจิ การตกไข่ ท่อนำไข่ มดลูก หรือปัจจัยด้านสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของทั้งคู่ โดยเฉพาะคู่สมรสที่กำลังวางแผนรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ การประเมินภาวะมีบุตรยากก่อนทำ ICSI/IVF จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงที่พึงประสงค์
ในอดีต คนมักจะมองว่าภาวะมีบุตรยากย่อมเกิดจากปัญหาสุขภาพของฝ่ายหญิงเป็นหลัก เนื่องจากเป็นผู้ที่ตั้งครรภ์โดยตรง แต่ในทางการแพทย์ปัจจุบันพบว่าภาวะมีบุตรยากสามารถเกิดได้จากทั้งชายหญิง และในหลายกรณีสาเหตุของการมีบุตรยากยังอาจมีปัจจัยร่วมมาจากทั้งสองฝ่าย
สำหรับคู่สามีภรรยาที่กำลังเผชิญกับปัญหาภาวะมีบุตรยาก พยายามเท่าไหร่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์จนกลายเป็นความกดดันและอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตแต่งงาน ลองมาประเมินภาวะมีบุตรยากก่อนทำ ICSI หรือ IVF จากสาเหตุเหล่านี้ และเรียนรู้แนวทางการตรวจภาวะมีบุตรยากเบื้องต้น เพื่อให้เห็นภาพของการรักษาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ไขข้อสงสัย แค่ไหนจึงเรียกว่าภาวะมีบุตรยาก?
ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) คือภาวะที่คู่สมรสไม่ประสบความสำเร็จในการมีบุตร หลังจากมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอและไม่มีการคุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลา 1 ปีขึ้นไป หรือในกรณีที่ฝ่ายหญิงมีอายุ มากกว่า 35 ปี แพทย์มักแนะนำให้เริ่มเข้ารับการตรวจประเมินหากพยายามตั้งครรภ์มาแล้วประมาณ 6 เดือน เนื่องจากอายุมีผลต่อคุณภาพไข่และโอกาสในการตั้งครรภ์โดยตรง
โดยการประเมินนี้ไม่ได้ตรวจเฉพาะฝ่ายหญิงเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยของภาวะมีบุตรยากทั้งชายหญิงร่วมกัน เพื่อให้เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการตั้งครรภ์ที่ไม่สำเร็จ
นัดหมายปรึกษาภาวะมีบุตรยากที่ VFC Center กับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
สาเหตุภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายชาย
สำหรับปัญหาสุขภาพของฝ่ายชายนั้น สามารถตรวจภาวะมีบุตรยากได้จากการวิเคราะห์คุณภาพของน้ำเชื้อ เพื่อดูถึงระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน รวมถึงการตรวจอัลตราซาวนด์ลูกอัณฑะและหลอดเลือด
โดยสาเหตุที่พบบ่อยและส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากของเพศชาย ได้แก่
1. มีภาวะฮอร์โมนเพศต่ำ
ภาวะฮอร์โมนเพศต่ำหรือ Hypogonadism เป็นภาวะที่ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีความผิดปกติ ส่งผลให้ความต้องการทางเพศและปริมาณของตัวอสุจิน้อยลง อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่สมบูรณ์ และลูกอัณฑะมีขนาดเล็กลง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ทั้งสิ้น
2. เส้นเลือดขอดที่อัณฑะ
อาการเส้นเลือดขอดที่อัณฑะ (Varicocele) คือภาวะที่หลอดเลือดดำภายในถุงอัณฑะโป่งพอง ทำให้คุณภาพน้ำอสุจิลดลงและขัดขวางการเคลื่อนตัวของอสุจิ โอกาสที่จะตั้งครรภ์สำเร็จจึงลดลงตามไปด้วย
3. เป็นโรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์
โรคที่ส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ของผู้ชายมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน โรคตับ โรคไต การติดเชื้อที่ระบบอวัยวะเพศหรืออวัยวะสืบพันธุ์ โรคทางพันธุกรรม ภาวะโรคแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่เกิดจากโรคเบาหวาน และโรคเม็ดเลือดขาวรูปเคียว ซึ่งควรได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้
4. อัณฑะมีความผิดปกติ
อัณฑะถือเป็นอวัยวะสำคัญในระบบสืบพันธุ์ หากมีความผิดปกติ ย่อมส่งผลต่อการประเมินภาวะมีบุตรยากโดยตรง โดยความผิดปกติที่พบบ่อย ได้แก่
- อัณฑะบิด ทำให้การส่งเลือดไปเลี้ยงที่ลูกอัณฑะถูกตัดขาด
- มีอัณฑะข้างเดียว หรืออัณฑะไม่ลงถุง ส่งผลให้ผลิตอสุจิได้น้อยกว่าคนทั่วไป
- อัณฑะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ
5. ปัจจัยอื่น ๆ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
พฤติกรรมการใช้ชีวิตก็จัดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มีบุตรยาก ทั้งการทำงานหนักเกินไป ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่จัด ขาดสารอาหารกลุ่ม Folic Acid และ Lycopene การอาบน้ำร้อนบ่อย ๆ การได้รับสารพิษกลุ่มตะกั่ว ทองแดง ยาฆ่าแมลงอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการใส่กางเกงที่รัดจนเกินไป
สาเหตุภาวะมีบุตรยากที่เกิดจากฝ่ายหญิง
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการมีบุตรยาก สาเหตุเกิดขึ้นได้จากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง สำหรับฝ่ายหญิงนั้น การตรวจภาวะมีบุตรยากทำได้หลายวิธีเช่นกัน คือการตรวจระดับฮอร์โมนและพันธุกรรม การตรวจมดลูกและรังไข่ด้วยวิธีอัลตราซาวนด์ การส่องกล้องเพื่อตรวจโพรงมดลูก และการตรวจเอกซเรย์ฉีดสีตรวจโพรงมดลูกและท่อนำไข่ ส่วนสาเหตุภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายหญิงที่พบบ่อย มีดังนี้
1. ปัญหาจากการตกไข่
ถือเป็นปัญหาที่พบในคู่สมรสที่มีบุตรยากมากถึง 25% ซึ่งการตกไข่จะปกติหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับฮอร์โมน อายุ น้ำหนักตัว ความเครียด และถุงน้ำรังไข่ โดยสามารถซื้อชุดทดสอบการตกไข่จากร้านขายยามาตรวจเองเบื้องต้นได้ แต่ถ้าหากมีความผิดปกติเป็นเวลานาน ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกวิธีเพื่อรับการรักษาให้ตรงจุด
2. ความผิดปกติของท่อนำไข่
ไม่ว่าจะเป็นท่อนำไข่บวมน้ำหรือท่อนำไข่ตีบตัน ก็ล้วนเป็นความผิดปกติที่ก่อให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้เช่นกัน โดยท่อนำไข่บวมน้ำเกิดจากการติดเชื้อหรือพังผืดที่ปลายท่อ ทำให้ของเหลวภายในทำลายการฝังตัวของตัวอ่อน ส่วนท่อนำไข่ตีบตันเป็นภาวะที่ทำให้ไข่ไม่สามารถเดินทางผ่านเพื่อมาปฏิสนธิกับอสุจิได้ จึงทำให้การตั้งครรภ์ล้มเหลวนั่นเอง
3. มดลูกและปากมดลูกผิดปกติ
ความผิดปกติของมดลูกและปากมดลูกอาจเป็นโดยกำเนิดหรือเป็นภายหลังก็ได้ เช่น เนื้องอกในโพรงมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก และพังผืดในโพรงมดลูก ซึ่งจะส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนและเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตรได้
4. ปัญหาจากเยื่อบุภายในช่องท้อง
เยื่อบุช่องท้องคือเนื้อเยื่อที่ปกคลุมอวัยวะภายในช่องท้อง อุ้งเชิงกราน มดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ หากมีการอักเสบหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ อาจก่อให้เกิดแผลเป็นหรือพังผืดจนกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ได้เช่นกัน
ทำไมควรประเมินภาวะมีบุตรยากตั้งแต่เนิ่น ๆ ?
สำหรับคู่สมรสที่กำลังวางแผนมีบุตร การเข้ารับการประเมินภาวะมีบุตรยากก่อนทำ ICSI / IVF หรือก่อนเริ่มการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะจะช่วยให้รู้ว่าบุคคลทั้งคู่มีความบกพร่องตรงจุดใดบ้าง
- วิเคราะห์สาเหตุของภาวะมีบุตรยากได้อย่างชัดเจน
- วางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคู่สมรส
- เพิ่มโอกาสความสำเร็จของการตั้งครรภ์
ในบางกรณี เพียงการปรับพฤติกรรมหรือรักษาปัญหาสุขภาพบางอย่าง ก็อาจช่วยให้ตั้งครรภ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มเติม
นัดหมายตรวจความพร้อมมีบุตรกับ VFC Center
โดยคู่สมรสสามารถเริ่มต้นด้วยการตรวจความพร้อมมีบุตร เพื่อประเมินสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ และรับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมช่วยวิเคราะห์สาเหตุ วางแผนการรักษา และดูแลคุณในทุกขั้นตอน เพื่อเพิ่มโอกาสสู่การตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับคู่สมรสแต่ละคู่
บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาเหตุภาวะมีบุตรยากและการประเมินภาวะมีบุตรยากก่อนทำ ICSI/IVF (FAQs)
ภาวะมีบุตรยากเกิดจากฝ่ายชายได้หรือไม่ ?
สามารถเกิดได้ โดยสาเหตุที่พบบ่อยในผู้ชายคือคุณภาพอสุจิผิดปกติ ฮอร์โมนเพศต่ำ เส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และความเครียดสะสม
การประเมินภาวะมีบุตรยากต้องตรวจอะไรบ้าง ?
การตรวจจะประเมินทั้งสองฝ่าย เช่น การตรวจคุณภาพน้ำเชื้อของฝ่ายชาย การตรวจฮอร์โมน การอัลตราซาวนด์มดลูกและรังไข่ การตรวจท่อนำไข่ หรือการตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
จำเป็นต้องประเมินภาวะมีบุตรยากก่อนทำ ICSI/IVF หรือไม่ ?
แนะนำให้ตรวจประเมินก่อน เพราะการประเมินภาวะมีบุตรยาก ก่อนทำ IVF จะช่วยให้แพทย์เข้าใจสาเหตุของการมีบุตรยากได้ชัดเจน และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคู่สมรสมากที่สุด
หากพบภาวะมีบุตรยาก ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ?
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์หลายรูปแบบ เช่น IUI, IVF และ ICSI ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้ โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมตามสาเหตุของภาวะมีบุตรยากในแต่ละคู่สมรส
หากผลตรวจปกติทั้งคู่ แต่ยังตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ เรียกว่าอะไร ?
กรณีที่ตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติชัดเจน และยังไม่เกิดการตั้งครรภ์ จะเรียกว่า “ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ” ซึ่งพบได้ประมาณ 10-20% ของคู่สมรส ในกรณีนี้แพทย์อาจพิจารณาวิธีรักษาที่เหมาะสม เช่น การกระตุ้นไข่ IUI หรือ IVF ตามปัจจัยอายุและระยะเวลาที่พยายามมาแล้ว

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.