เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

ข้อควรรู้ก่อนทำ IUI หากมีประวัติติดเชื้ออุ้งเชิงกราน

ผู้หญิงมีอาการปวดท้องน้อยจากภาวะติดเชื้ออุ้งเชิงกราน

Key takeaway / Summary of topic answer

ผู้หญิงที่มีประวัติภาวะติดเชื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease: PID) การวางแผนตั้งครรภ์ต้องได้รับการพิจารณาและประเมินจากแพทย์อย่างละเอียด เพราะแม้ว่าภาวะ PID จะส่งผลกระทบต่อการมีบุตร แต่ยังสามารถตั้งครรภ์ได้โดยการประเมินและวางแผนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการตรวจท่อนำไข่ คุณภาพของไข่ และการประเมินความเสี่ยงการท้องนอกมดลูก ซึ่งอาจสูงขึ้นจากการติดเชื้อในอดีต การทำ IUI (Intrauterine Insemination) ถือเป็นทางเลือกที่ดีได้หากท่อนำไข่ยังเปิดอยู่และไข่กับอสุจิมีคุณภาพดี การประเมินร่างกายและการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและประสบผลสำเร็จ

Table of Contents

สำหรับผู้หญิงที่เคยมีประวัติติดเชื้ออุ้งเชิงกราน การวางแผนตั้งครรภ์มักมาพร้อมคำถามและความกังวลที่ไม่กล้าถามใครตรง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสตั้งครรภ์ที่ลดลง ความเสี่ยงที่มองไม่เห็นในระบบสืบพันธุ์ หรือความไม่แน่ใจว่าแนวทางรักษาแบบใดเหมาะกับร่างกายของตนเองมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าการติดเชื้อในอดีตอาจส่งผลต่อท่อนำไข่และการฝังตัวของตัวอ่อน

ในขณะเดียวกัน หลายคู่สมรสยังมองหาทางเลือกที่ไม่ซับซ้อนเกินไปอย่างการทำ IUI แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ประวัติการติดเชื้ออุ้งเชิงกรานจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ การเข้าใจกลไกของร่างกายอย่างถูกต้องและการประเมินอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้การตัดสินใจเรื่องการมีบุตรเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น

มีปัญหาสุขภาพ เคยติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ปรึกษาเพื่อวางแผนตั้งครรภ์ที่ VFC Center

รู้จัก ‘ภาวะติดเชื้ออุ้งเชิงกราน’ ภัยเงียบทำร้ายระบบสืบพันธุ์

ภาวะติดเชื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease: PID) คือ การติดเชื้อแบคทีเรียในอวัยวะสืบพันธุ์ภายในของผู้หญิง ได้แก่ มดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ โดยร่างกายจะได้รับเชื้อแบคทีเรียจากช่องคลอดหรือปากมดลูก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดพังผืดและการอักเสบเรื้อรัง สำหรับสาเหตุของการติดเชื้อสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • คู่นอนเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคหนองใน ทั้งหนองในแท้และหนองในเทียม
  • การติดเชื้อจากแบคทีเรียในช่องคลอดโดยทั่วไป
  • พฤติกรรมของผู้ป่วยที่ทำจนไปรบกวนระบบป้องกันธรรมชาติของช่องคลอด เช่น การสวนล้างช่องคลอดบ่อยเกินไป
  • การใส่ห่วงคุมกำเนิด
  • การทำหัตถการหลังคลอด

อาการของการติดเชื้ออุ้งเชิงกราน

อาการของ PID มีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง และบางรายอาจแทบไม่แสดงอาการ ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่ามีการติดเชื้อ ซึ่งอาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ปวดท้องน้อยหรือปวดเชิงกราน
  • ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น
  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ประจำเดือนผิดปกติ
  • มีไข้ อ่อนเพลีย

วิธีการรักษาภาวะติดเชื้ออุ้งเชิงกราน

การรักษาภาวะติดเชื้ออุ้งเชิงกรานจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ โดยแพทย์อาจเริ่มจากยาเม็ดและให้ยาผ่านทางหลอดเลือดในกรณีที่รุนแรง ร่วมกับการติดตามอาการหลัง 48-72 ชั่วโมงเพื่อประเมินผลและปรับการรักษา หากมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ฝีในอุ้งเชิงกราน อาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดร่วมกับการใช้ยาในการรักษา

ผลกระทบของการติดเชื้ออุ้งเชิงกรานกับการตั้งครรภ์

แม้จะอาการติดเชื้อจะถูกรักษาจนหายดีแล้ว แต่ภาวะติดเชื้ออุ้งเชิงกรานอาจทิ้งผลข้างเคียงต่อระบบสืบพันธุ์เอาไว้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการตั้งครรภ์ทั้งสิ้น

การเกิดพังผืดในท่อนำไข่

การอักเสบจากการติดเชื้ออาจทำให้เกิดพังผืดในท่อนำไข่ ส่งผลให้ท่อนำไข่ตีบหรืออุดตันบางส่วน ทำให้ไข่และอสุจิเคลื่อนที่ได้ยาก ทำให้ไม่สามารถปฏิสนธิได้สำเร็จ

เพิ่มความเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูก

เมื่อท่อนำไข่ทำงานผิดปกติ ตัวอ่อนอาจฝังตัวผิดตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะหากตัวอ่อนเติบโตจนทำให้ท่อนำไข่แตก จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ลดโอกาสตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ

แม้รังไข่จะมีไข่ตกตามปกติ แต่การปฏิสนธิและการเคลื่อนย้ายตัวอ่อนอาจไม่สมบูรณ์ เนื่องจากภาวะพังผืดในท่อนำไข่ ควบคู่กับอาการอักเสบในร่างกาย ย่อมทำให้โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลง

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ก่อนตั้งครรภ์

มีประวัติติดเชื้ออุ้งเชิงกราน สามารถตั้งครรภ์ได้ไหม ?

ผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้ออุ้งเชิงกราน ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่โอกาสและแนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะของแต่ละคน

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ได้แก่

  • ความรุนแรงของการติดเชื้อในอดีต
  • ระยะเวลาที่ปล่อยให้ติดเชื้อก่อนรักษา
  • สภาพของท่อนำไข่
  • อายุและคุณภาพไข่

ส่วนกลุ่มที่ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ใกล้เคียงกับผู้หญิงทั่วไป คือผู้ที่ติดเชื้อไม่รุนแรง รักษาเร็ว และท่อนำไข่ยังเปิดอย่างน้อยหนึ่งข้าง แต่ก็ต้องมีการวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมเช่นกัน

แพทย์อธิบายหลักการและเงื่อนไขการทำ IUI หลังติดเชื้ออุ้งเชิงกรานให้คู่สมรสฟัง

เคยติดเชื้ออุ้งเชิงกรานทำ IUI ได้ไหม ?

การทำ IUI (Intrauterine Insemination) เป็นหนึ่งในวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากที่หลายคู่สมรสสนใจ เนื่องจากเป็นวิธีที่ขั้นตอนไม่ซับซ้อน หลักการสำคัญคือ แพทย์จะฉีดอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกว่าสมบูรณ์และมีคุณภาพดี เข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงที่ผู้หญิงตกไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ โดยไม่ต้องใช้การผสมนอกร่างกายเหมือนการทำเด็กหลอดแก้ว

กรณีที่ผู้มีประวัติติดเชื้ออุ้งเชิงกรานสามารถทำ IUI ได้

  • ท่อนำไข่เปิดปกติอย่างน้อยหนึ่งข้าง
  • ไม่มีพังผืดในโพรงมดลูก
  • ไม่มีประวัติตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • คุณภาพไข่และอสุจิอยู่ในเกณฑ์ดี

แต่หากฝ่ายหญิงมีปัญหาท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง เคยติดเชื้ออุ้งเชิงกรานรุนแรงหรือเป็นซ้ำหลายครั้ง และมีความเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูกสูง แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า

นัดหมายวางแผนทำ IUI กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

เช็กลิสต์สิ่งที่ต้องตรวจก่อนทำ IUI หลังติดเชื้ออุ้งเชิงกราน

การเตรียมตัวสำหรับการทำ IUI หลังจากมีประวัติการติดเชื้ออุ้งเชิงกราน เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ โดยกระบวนการตรวจที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่

การตรวจท่อนำไข่ด้วยการฉีดสี (HSG)

การตรวจ HSG ทำเพื่อประเมินสภาพของท่อนำไข่ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ตรวจสอบว่าไม่มีการอุดตันหรือปัญหาที่ท่อนำไข่ที่เป็นอุปสรรคในการปฏิสนธิหรือส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์

การตรวจโพรงมดลูกด้วยอัลตราซาวนด์ หรือกล้องส่องโพรงมดลูก

ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินโครงสร้างภายในโพรงมดลูก เช่น การตรวจหาภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ ติ่งเนื้อ หรือภาวะซีสต์ที่อาจส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อน

การตรวจฮอร์โมนและประเมินคุณภาพไข่

การตรวจระดับฮอร์โมน เช่น FSH, LH และ AMH ช่วยประเมินสุขภาพการทำงานของรังไข่และปริมาณไข่ที่เหลืออยู่ ซึ่งจะมีผลต่อโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์โดยตรง

การประเมินความเสี่ยงตั้งครรภ์นอกมดลูกจากประวัติและผลตรวจทั้งหมด

หากมีประวัติท้องนอกมดลูก การตรวจเพื่อประเมินความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการตั้งครรภ์นอกมดลูกอาจเกิดขึ้นได้อีก หากมีปัจจัยเสี่ยงจากการติดเชื้อหรืออาการที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพฝ่ายหญิง

การที่เคยติดเชื้ออุ้งเชิงกรานมาก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะหมดโอกาสตั้งครรภ์ แต่จำเป็นต้องวางแผนและประเมินระบบสืบพันธุ์อย่างละเอียดก่อนเลือกแนวทางรักษา โดยเฉพาะการทำ IUI ซึ่งต้องอาศัยท่อนำไข่ที่สมบูรณ์ การตรวจและวางแผนอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงในระยะยาว

หากคุณมีประวัติติดเชื้ออุ้งเชิงกรานและกำลังพิจารณาการทำ IUI การเข้ารับการประเมินกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ จะช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนการทำ IUI อย่างถูกต้อง เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสุขภาพ และเตรียมร่างกายให้พร้อม นำไปสู่การเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์

สนใจทำ IUI อย่างถูกวิธี สามารถเข้ารับคำปรึกษาและวางแผนได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ที่พร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน เพื่อให้การเริ่มต้นการตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นใจ

 

บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดเชื้ออุ้งเชิงกรานและการทำ IUI (FAQs)

A : ควรให้เวลาร่างกายฟื้นตัวจากการติดเชื้อและทำการตรวจประเมินสุขภาพระบบสืบพันธุ์กับแพทย์ก่อน เพื่อให้กระบวนการ IUI มีความปลอดภัยและมีโอกาสสำเร็จเพิ่มขึ้น

A : ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อยืนยันว่าเชื้อหายดีแล้ว และควรพักผ่อนเพียงพอและรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์อย่างสม่ำเสมอ

A : การติดเชื้ออุ้งเชิงกรานอาจส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้รอบเดือนผิดปกติได้ เนื่องจากการอักเสบในระบบสืบพันธุ์อาจทำให้การตกไข่ไม่สม่ำเสมอ

Consult with Dr. Sorramon Songveeratham at our leading fertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.