เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

วิธีตรวจตั้งครรภ์หลังทำ ICSI พร้อมสัญญาณบ่งบอกว่าท้องแล้ว

คู่รักใช้วิธีตรวจตั้งครรภ์ด้วยตัวเองหลังการทำ ICSI

Table of Contents

Key Takeaway :

หลังการทำ ICSI วิธีตรวจตั้งครรภ์ที่แม่นยำคือการตรวจระดับ hCG โดยเฉพาะการตรวจเลือดตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ พร้อมกับตรวจซ้ำเพื่อดูแนวโน้มของฮอร์โมน ไม่ควรรีบสรุปผลจากการตรวจเพียงครั้งเดียว ควบคู่กับการสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและปฏิบัติตามแผนการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เช่น การใช้ยาฮอร์โมนตามคำแนะนำ รวมถึงการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ และเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แก่การตั้งครรภ์

สำหรับคู่สมรสที่เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ ICSI หลังกระบวนการฝังตัวอ่อนเสร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นเรื่องปกติที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่อยากจะรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์สำเร็จหรือไม่ ซึ่งแพทย์จะทำการนัดหมายเพื่อตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะ 10-14 วันหลังการใส่ตัวอ่อน แต่ผู้ที่เข้ารับการฝังตัวอ่อนก็สามารถใช้วิธีตรวจตั้งครรภ์เบื้องต้นได้ด้วยตนเองเช่นกัน

วิธีตรวจตั้งครรภ์มีกี่แบบ ต้องรอกี่วันจึงสามารถตรวจได้ ?

สำหรับคนที่สงสัยว่าหลังจากฝังตัวอ่อนแล้ว ต้องตรวจตั้งครรภ์กี่วันจึงจะรู้ผล คำตอบคือควรรอถึง 7-14 วัน จากนั้นสามารถตรวจด้วยวิธีเหล่านี้

1. การตรวจตั้งครรภ์แบบจุ่ม (Test Strip)

วิธีตรวจตั้งครรภ์แบบจุ่ม (Test Strip) เป็นวิธีที่ง่ายและราคาประหยัดที่สุด ทั้งยังสามารถตรวจได้ด้วยตนเอง เพียงแค่ปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วจุ่มแผ่นทดสอบลงในปัสสาวะ แช่ไว้ประมาณ 3-5 วินาที จากนั้นจึงค่อยนำเอาแผ่นทดสอบขึ้นมา วางทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อรออ่านผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้น โดยสามารถตรวจได้หลังจากการฝังตัวอ่อนประมาณ 7-14 วัน

2. การตรวจตั้งครรภ์แบบหยดหรือแบบตลับ (Pregnancy Test Cassette)

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถตรวจตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง ด้วยอุปกรณ์ตรวจครรภ์แบบหยดหรือแบบตลับ (Pregnancy Test Cassette) โดยมีขั้นตอนการตรวจที่ทำได้ง่าย ๆ เริ่มจากการปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นนำหลอดดูดน้ำปัสสาวะ แล้วนำไปหยดลงในตลับตรวจครรภ์ประมาณ 3-4 หยด ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อรออ่านผลลัพธ์ สำหรับวิธีนี้สามารถตรวจได้หลังจากการฝังตัวอ่อนประมาณ 7-14 วัน

3. การตรวจตั้งครรภ์แบบปากกาหรือแบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests)

สำหรับผู้ที่อยากตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง สามารถตรวจได้โดยใช้อุปกรณ์ชนิดปากกาในแบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) มีวิธีการใช้งานง่าย ๆ เริ่มจากการถอดฝาครอบออก แล้วถือแท่งตรวจครรภ์ขึ้น โดยให้ถอดฝาครอบบริเวณหัวปากกาออก จากนั้นปัสสาวะลงตรงบริเวณที่ต่ำกว่าลูกศรให้ชุ่มประมาณ 30 วินาที แล้วปล่อยทิ้งไว้ในแนวราบ รออ่านผลประมาณ 3-5 นาที สามารถตรวจได้เร็วสุด 7-14 วันหลังปฏิสนธิและฝังตัวอ่อน

4. การตรวจตั้งครรภ์จากปัสสาวะ (Urine Pregnancy Test: UPT)

สำหรับคนที่มีอาการเหมือนตั้งท้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ แต่ไม่แน่ใจว่าจะตรวจเจอไหม แนะนำให้ใช้วิธีการตรวจปัสสาวะ ซึ่งเป็นการส่งตรวจในห้องแล็บของสถานพยาบาล โดยนักเทคนิคการแพทย์ เพื่อตรวจหาค่า HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกิดเฉพาะผู้หญิงตั้งครรภ์ สามารถตรวจได้เร็วสุด 7-14 วันหลังการฝังตัวอ่อน

5. การตรวจตั้งครรภ์แบบเจาะเลือด (Blood Test)

การตรวจการตั้งครรภ์แบบเจาะเลือด (Blood Test) เพื่อหาค่า HCG เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม และต้องดำเนินการที่โรงพยาบาล โดยสามารถรู้ผลลัพธ์ได้ภายในวันที่เจาะเลือดส่งตรวจ ซึ่งคนที่สงสัยว่ากี่วันตรวจครรภ์ได้ สำหรับวิธีนี้สามารถตรวจตั้งครรภ์ได้เร็วสุดตั้งแต่ 7-10 วันหลังการฝังตัวอ่อน และนับเป็นวิธีซึ่งมีความแม่นยำมากที่สุด

คู่สมรสใช้วิธีตรวจตั้งครรภ์ด้วยตัวเองและผลลัพธ์ออกมาสำเร็จ

 

สัญญาณที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์

นอกจากวิธีตรวจตั้งครรภ์หลังทำ ICSI แล้ว การสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนเอง เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เห็นถึงสัญญาณของการตั้งครรภ์ได้ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งสัญญาณที่สำคัญ ได้แก่

  • ประจำเดือนขาด เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ
  • รู้สึกคลื่นไส้หรืออาเจียน มักเกิดขึ้นในช่วงเช้า แต่บางคนอาจเกิดได้ตลอดทั้งวัน
  • เจ็บหรือคัดเต้านม และไวต่อการสัมผัส เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น
  • อ่อนเพลียและง่วงนอน เพราะร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้น ในการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น มีสาเหตุมาจากมดลูกขยายตัว จนไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมีเลือดไหลเวียนมายังบริเวณอุ้งเชิงกรานมากขึ้น
  • ท้องอืดและรู้สึกไม่สบายท้อง เนื่องจากระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ซึ่งเป็นผลจากความแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกาย
  • มีเลือดออกเล็กน้อย หรือที่เรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก ซึ่งเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนในผนังมดลูก

ควรทำอย่างไรเมื่อมีสัญญาณการตั้งครรภ์หลังการทำ ICSI ?

ผู้ที่เข้ารับการทำ ICSI และเริ่มมีสัญญาณการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจ HCG ในเลือด เพราะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด โดยแพทย์จะนัดหมายตรวจในช่วงเวลาที่เหมาะสม หากผลตรวจยืนยันว่าตั้งครรภ์ แพทย์จะช่วยดูแลและวางแผนการตั้งครรภ์ต่อไป เช่น

  • พิจารณาจ่ายยาบำรุงหรือฮอร์โมนตามความเหมาะสม
  • ตรวจ Beta-hCG ซ้ำเพื่อติดตามแนวโน้มของฮอร์โมน
  • นัดอัลตราซาวด์ในช่วงสัปดาห์ที่ 5-6 เพื่อยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์

ส่วนคู่แต่งงานที่กำลังเผชิญกับภาวะการมีบุตรยาก ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V Fertility Center) เป็นคลินิกมีบุตรยากที่ให้บริการแพ็กเกจทำ ICSI ในราคาคุ้มค่า โดยทีมสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์

บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Pregnancy Tests. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 จาก https://www.webmd.com/baby/pregnancy-tests

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีตรวจตั้งครรภ์ (FAQs)

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะผู้หญิงจำนวนมากไม่มีอาการแพ้ท้องในระยะแรก แต่ยังมีภาวะตั้งครรภ์ได้ตามปกติ

ไม่ควรหยุดยาเองโดยเด็ดขาด เพราะยาฮอร์โมนมีบทบาทในการพยุงการฝังตัว ควรใช้ต่อเนื่องตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

การตรวจช่วงเช้ามักให้ผลชัดเจนกว่า เนื่องจากฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงกว่า โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นของการตั้งครรภ์

ผลตรวจที่ขึ้นสองขีดจาง ๆ อาจเกิดจากระดับฮอร์โมน hCG ที่ยังไม่สูงมากในระยะเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหลังการฝังตัวอ่อนไม่นาน แนะนำให้ตรวจซ้ำหลังจากนั้น 2-3 วัน หรือเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อยืนยันผลอย่างชัดเจน

Consult with Dr. Sorramon Songveeratham at our leading fertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.