Key Takeaway :
หลังการทำ ICSI วิธีตรวจตั้งครรภ์ที่แม่นยำคือการตรวจระดับ hCG โดยเฉพาะการตรวจเลือดตามช่วงเวลาที่แพทย์แนะนำ พร้อมกับตรวจซ้ำเพื่อดูแนวโน้มของฮอร์โมน ไม่ควรรีบสรุปผลจากการตรวจเพียงครั้งเดียว ควบคู่กับการสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและปฏิบัติตามแผนการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เช่น การใช้ยาฮอร์โมนตามคำแนะนำ รวมถึงการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ และเพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แก่การตั้งครรภ์
สำหรับคู่สมรสที่เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ ICSI หลังกระบวนการฝังตัวอ่อนเสร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นเรื่องปกติที่ว่าที่คุณพ่อคุณแม่อยากจะรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์สำเร็จหรือไม่ ซึ่งแพทย์จะทำการนัดหมายเพื่อตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะ 10-14 วันหลังการใส่ตัวอ่อน แต่ผู้ที่เข้ารับการฝังตัวอ่อนก็สามารถใช้วิธีตรวจตั้งครรภ์เบื้องต้นได้ด้วยตนเองเช่นกัน
วิธีตรวจตั้งครรภ์มีกี่แบบ ต้องรอกี่วันจึงสามารถตรวจได้ ?
สำหรับคนที่สงสัยว่าหลังจากฝังตัวอ่อนแล้ว ต้องตรวจตั้งครรภ์กี่วันจึงจะรู้ผล คำตอบคือควรรอถึง 7-14 วัน จากนั้นสามารถตรวจด้วยวิธีเหล่านี้
1. การตรวจตั้งครรภ์แบบจุ่ม (Test Strip)
วิธีตรวจตั้งครรภ์แบบจุ่ม (Test Strip) เป็นวิธีที่ง่ายและราคาประหยัดที่สุด ทั้งยังสามารถตรวจได้ด้วยตนเอง เพียงแค่ปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วจุ่มแผ่นทดสอบลงในปัสสาวะ แช่ไว้ประมาณ 3-5 วินาที จากนั้นจึงค่อยนำเอาแผ่นทดสอบขึ้นมา วางทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อรออ่านผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้น โดยสามารถตรวจได้หลังจากการฝังตัวอ่อนประมาณ 7-14 วัน
2. การตรวจตั้งครรภ์แบบหยดหรือแบบตลับ (Pregnancy Test Cassette)
อีกหนึ่งวิธีที่สามารถตรวจตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง ด้วยอุปกรณ์ตรวจครรภ์แบบหยดหรือแบบตลับ (Pregnancy Test Cassette) โดยมีขั้นตอนการตรวจที่ทำได้ง่าย ๆ เริ่มจากการปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นนำหลอดดูดน้ำปัสสาวะ แล้วนำไปหยดลงในตลับตรวจครรภ์ประมาณ 3-4 หยด ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อรออ่านผลลัพธ์ สำหรับวิธีนี้สามารถตรวจได้หลังจากการฝังตัวอ่อนประมาณ 7-14 วัน
3. การตรวจตั้งครรภ์แบบปากกาหรือแบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests)
สำหรับผู้ที่อยากตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง สามารถตรวจได้โดยใช้อุปกรณ์ชนิดปากกาในแบบปัสสาวะผ่าน (Pregnancy Midstream Tests) มีวิธีการใช้งานง่าย ๆ เริ่มจากการถอดฝาครอบออก แล้วถือแท่งตรวจครรภ์ขึ้น โดยให้ถอดฝาครอบบริเวณหัวปากกาออก จากนั้นปัสสาวะลงตรงบริเวณที่ต่ำกว่าลูกศรให้ชุ่มประมาณ 30 วินาที แล้วปล่อยทิ้งไว้ในแนวราบ รออ่านผลประมาณ 3-5 นาที สามารถตรวจได้เร็วสุด 7-14 วันหลังปฏิสนธิและฝังตัวอ่อน
4. การตรวจตั้งครรภ์จากปัสสาวะ (Urine Pregnancy Test: UPT)
สำหรับคนที่มีอาการเหมือนตั้งท้องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ แต่ไม่แน่ใจว่าจะตรวจเจอไหม แนะนำให้ใช้วิธีการตรวจปัสสาวะ ซึ่งเป็นการส่งตรวจในห้องแล็บของสถานพยาบาล โดยนักเทคนิคการแพทย์ เพื่อตรวจหาค่า HCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกิดเฉพาะผู้หญิงตั้งครรภ์ สามารถตรวจได้เร็วสุด 7-14 วันหลังการฝังตัวอ่อน
5. การตรวจตั้งครรภ์แบบเจาะเลือด (Blood Test)
การตรวจการตั้งครรภ์แบบเจาะเลือด (Blood Test) เพื่อหาค่า HCG เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม และต้องดำเนินการที่โรงพยาบาล โดยสามารถรู้ผลลัพธ์ได้ภายในวันที่เจาะเลือดส่งตรวจ ซึ่งคนที่สงสัยว่ากี่วันตรวจครรภ์ได้ สำหรับวิธีนี้สามารถตรวจตั้งครรภ์ได้เร็วสุดตั้งแต่ 7-10 วันหลังการฝังตัวอ่อน และนับเป็นวิธีซึ่งมีความแม่นยำมากที่สุด

สัญญาณที่บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์
นอกจากวิธีตรวจตั้งครรภ์หลังทำ ICSI แล้ว การสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนเอง เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เห็นถึงสัญญาณของการตั้งครรภ์ได้ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งสัญญาณที่สำคัญ ได้แก่
- ประจำเดือนขาด เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ
- รู้สึกคลื่นไส้หรืออาเจียน มักเกิดขึ้นในช่วงเช้า แต่บางคนอาจเกิดได้ตลอดทั้งวัน
- เจ็บหรือคัดเต้านม และไวต่อการสัมผัส เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น
- อ่อนเพลียและง่วงนอน เพราะร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้น ในการเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์
- ปัสสาวะบ่อยขึ้น มีสาเหตุมาจากมดลูกขยายตัว จนไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงมีเลือดไหลเวียนมายังบริเวณอุ้งเชิงกรานมากขึ้น
- ท้องอืดและรู้สึกไม่สบายท้อง เนื่องจากระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง
- อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ซึ่งเป็นผลจากความแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกาย
- มีเลือดออกเล็กน้อย หรือที่เรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก ซึ่งเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนในผนังมดลูก
ควรทำอย่างไรเมื่อมีสัญญาณการตั้งครรภ์หลังการทำ ICSI ?
ผู้ที่เข้ารับการทำ ICSI และเริ่มมีสัญญาณการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจ HCG ในเลือด เพราะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด โดยแพทย์จะนัดหมายตรวจในช่วงเวลาที่เหมาะสม หากผลตรวจยืนยันว่าตั้งครรภ์ แพทย์จะช่วยดูแลและวางแผนการตั้งครรภ์ต่อไป เช่น
- พิจารณาจ่ายยาบำรุงหรือฮอร์โมนตามความเหมาะสม
- ตรวจ Beta-hCG ซ้ำเพื่อติดตามแนวโน้มของฮอร์โมน
- นัดอัลตราซาวด์ในช่วงสัปดาห์ที่ 5-6 เพื่อยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์
ส่วนคู่แต่งงานที่กำลังเผชิญกับภาวะการมีบุตรยาก ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V Fertility Center) เป็นคลินิกมีบุตรยากที่ให้บริการแพ็กเกจทำ ICSI ในราคาคุ้มค่า โดยทีมสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์
บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
ข้อมูลอ้างอิง
- Pregnancy Tests. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 จาก https://www.webmd.com/baby/pregnancy-tests
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีตรวจตั้งครรภ์ (FAQs)
หากไม่มีอาการแพ้ท้อง แปลว่ายังไม่ตั้งครรภ์หรือไม่ ?
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะผู้หญิงจำนวนมากไม่มีอาการแพ้ท้องในระยะแรก แต่ยังมีภาวะตั้งครรภ์ได้ตามปกติ
จำเป็นต้องหยุดยาฮอร์โมนก่อนตรวจตั้งครรภ์หรือไม่ ?
ไม่ควรหยุดยาเองโดยเด็ดขาด เพราะยาฮอร์โมนมีบทบาทในการพยุงการฝังตัว ควรใช้ต่อเนื่องตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
การตรวจตั้งครรภ์ตอนเช้ากับตอนเย็นให้ผลต่างกันหรือไม่ ?
การตรวจช่วงเช้ามักให้ผลชัดเจนกว่า เนื่องจากฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงกว่า โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นของการตั้งครรภ์
หากตรวจครรภ์แล้วขึ้นสองขีดจาง ๆ หลังการทำ ICSI หมายความว่าอย่างไร ?
ผลตรวจที่ขึ้นสองขีดจาง ๆ อาจเกิดจากระดับฮอร์โมน hCG ที่ยังไม่สูงมากในระยะเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะหลังการฝังตัวอ่อนไม่นาน แนะนำให้ตรวจซ้ำหลังจากนั้น 2-3 วัน หรือเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อยืนยันผลอย่างชัดเจน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.