Key Takeaway :
การแท้งบุตรเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในการตั้งครรภ์ระยะแรก โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมของตัวอ่อน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความผิดปกติของมดลูก ฮอร์โมนไม่สมดุล อายุของคุณแม่ และโรคประจำตัวบางชนิด แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และเข้ารับการฝากครรภ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยลดความเสี่ยงของการแท้งและเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น
ในช่วงการตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์แรก คุณแม่ผู้ตั้งครรภ์จะต้องระมัดระวังและดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแท้งได้ง่าย ทั้งนี้ เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เราจะขอพาคุณแม่ไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุการแท้งลูก และปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแท้ง รวมไปถึงวิธีป้องกันมาแนะนำกัน
วางแผนการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)
การแท้งคืออะไร?
การแท้งเป็นภาวะผิดปกติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ โดยมักจะเกิดขึ้นในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ บางรายอาจจะเกิดอาการแท้งตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ตัวว่าตั้งครรภ์เสียด้วยซ้ำ ซึ่งมักมีสัญญาณเตือน คือ
- มีเลือดออกจากช่องคลอด โดยจะเริ่มออกจากปริมาณเล็กน้อย และค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น
- มีเยื่อบุถูกขับออกมาทางช่องคลอด
- มีเมือกขาวอมชมพูถูกขับออกมาทางช่องคลอด
- เกิดอาการปวดเกร็งช่องท้องส่วนล่าง
- อาการแพ้ท้องหายไป
ด้วยอาการเหล่านี้ จะนำไปสู่การที่คุณแม่ต้องสูญเสียตัวอ่อนในครรภ์ไปในที่สุด
7 สาเหตุการแท้งลูก ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องรู้
สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า แล้วภาวะลูกหลุดเกิดจากอะไร? เราจะมาแนะนำปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะประกอบไปด้วยสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
ความผิดปกของโครโมโซมเด็กในครรภ์
เนื่องจากโครโมโซมเป็นตัวกำหนดลักษณะของทารก ไม่ว่าจะเป็นเพศ สีผม สีดวงตา รวมไปถึงพัฒนาการในด้านต่าง ๆ หากโครโมโซมเกิดความเสียหาย หรือผิดปกติ จะส่งผลให้เด็กไม่สามารถมีพัฒนาการเหมือนเด็กทารกทั่วไป ก็อาจเป็นสาเหตุการแท้งลูกได้
ความผิดปกติของมดลูก
สำหรับคุณแม่ที่มีความผิดปกติของมดลูกไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด หรือมีก้อนเนื้อในโพรงมดลูก ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแท้งได้ง่าย
นอกจากนี้ การที่ตัวอ่อนไปฝังตัวในตำแหน่งของมดลูกที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีอาหารและเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ ก็มีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะแท้งได้เช่นกัน
อายุของแม่ที่ตั้งครรภ์
คุณแม่ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแท้งได้มากกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อย เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้นเซลล์ไข่จะมีความผิดปกติสูง และอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาด้านการเติบโตของทารกที่อยู่ในครรภ์
ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายของแม่
หากคุณแม่มีปัญหาความผิดปกติบริเวณรังไข่ จะส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายขาดความสมดุล เนื่องจากรังไข่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือโปรเจนเตอโรนได้เพียงพอ จนทำให้การเจริญเติบโตของตัวอ่อนในครรภ์ผิดปกติ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแท้งได้
โรคประจำตัวของแม่ที่ตั้งครรภ์
หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เป็นสาเหตุการแท้งลูก คือการที่แม่ตั้งครรภ์มีปัญหาสุขภาพ เช่น ระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่ปกติ ความเครียดสูงสะสมเรื้อรัง การทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการมีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็น โรคความดันโลหิตสูง โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือโรคติดเชื้อต่าง ๆ
การใช้ยาหรือได้รับสารเคมีบางชนิด
การรับประทานยา เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง หรือการได้รับสารเคมี เช่น สารตะกั่ว หรือสารพิษอื่น ๆ จากโรงงาน อุตสาหกรรม ก็เป็นสาเหตุการแท้งลูกได้ด้วยเช่นกัน
พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคุณแม่ก็มีผลอย่างยิ่งต่อการตั้งครรภ์ เพราะถ้าหากคุณแม่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สารเสพติด สารเหล่านี้จะผ่านเข้าสู่กระแสเลือด และตรงไปทำร้ายพัฒนาการของทารกในครรภ์ จนเกิดเป็นภาวะแท้งในที่สุด
>> อ่านเพิ่มเติมอยากท้องต้องเลิก! 7 พฤติกรรมเสี่ยงมีบุตรยาก

วางแผนการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ที่ VFC Center
วิธีป้องกันการแท้ง เพื่อการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย
เมื่อได้รู้แล้วถึงปัจจัยเสี่ยงแท้งบุตรกันไปแล้ว เราไปดูวิธีป้องกันความเสี่ยงในการแท้งลูกกัน ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และใช้สารเสพติดทุกประเภท เพราะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อทารกในครรภ์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีอันตราย เช่น ยาฆ่าแมลง หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารเคมี
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิด หรือควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกครั้งก่อนการรับประทานยา
- ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตามระยะเวลาของอายุครรภ์
- ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หรือมีรสจัด
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ทำให้เกิดการกระแทก เช่น การวิ่ง หรือการกระโดด
- หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่มีคนแออัด เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่าย
- ควรไปพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อตรวจติดตามการตั้งครรภ์ รวมถึงการพบแพทย์เฉพาะทางสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว
ทั้งหมดนี้ คงทำให้คุณแม่เข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุการแท้งและวิธีป้องกันได้มากขึ้น และสำหรับผู้ที่ต้องการมีลูก แต่ไม่สามารถมีได้ด้วยวิธีตามธรรมชาติ และกำลังมองหาคลินิกมีบุตรยากแต่ไม่รู้ว่าที่ไหนดีสามารถมาปรึกษากับเราได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เรามีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์พร้อมให้คำปรึกษา ครบครันด้วยเครื่องมือคุณภาพสูงคอยให้บริการ
บทความโดย แพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีป้องกันการแท้ง (FAQs)
แท้งบุตรในช่วง 12 สัปดาห์แรกมักเกิดจากสาเหตุใดมากที่สุด ?
สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อน ซึ่งมักเกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ได้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของคุณแม่โดยตรง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ความผิดปกติของโครงสร้างมดลูก หรือโรคประจำตัวของคุณแม่ที่ควบคุมได้ไม่ดี การตรวจประเมินหลังการแท้งจึงช่วยค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและช่วยวางแผนป้องกันการแท้งซ้ำได้
หากเคยแท้ง 1 ครั้ง จำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุทันทีหรือไม่ ?
โดยทั่วไปการแท้งเพียง 1 ครั้งอาจเกิดจากความผิดปกติแบบสุ่ม และยังไม่จำเป็นต้องตรวจเชิงลึกทันที แต่หากมีประวัติแท้งซ้ำตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป หรือฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่า 35 ปี แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจฮอร์โมน การประเมินโครงสร้างมดลูก หรือการตรวจปัจจัยทางพันธุกรรม เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป
ปัจจัยเสี่ยงแท้งบุตรที่สามารถควบคุมได้มีอะไรบ้าง ?
ปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือโรคไทรอยด์ให้เหมาะสม การปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพก่อนและระหว่างตั้งครรภ์สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการแท้งได้
วิธีป้องกันการแท้งก่อนตั้งครรภ์ควรเริ่มต้นอย่างไร ?
การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ ควรเริ่มจากการตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจฮอร์โมน ประเมินโรคประจำตัว และตรวจโครงสร้างมดลูก หากพบความผิดปกติจะได้รักษาก่อนตั้งครรภ์จริง รวมทั้งควรรับประทานกรดโฟลิก ควบคุมน้ำหนัก และดูแลสุขภาพโดยรวมให้เหมาะสม
หลังแท้ง ควรรอเวลากี่เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์ใหม่ ?
โดยทั่วไปสามารถเริ่มวางแผนตั้งครรภ์ได้เมื่อร่างกายฟื้นตัวและมีประจำเดือนกลับมาเป็นปกติประมาณ 1-2 รอบเดือน แต่ในกรณีที่มีประวัติแท้งซ้ำ หรือมีโรคประจำตัว ควรเข้ารับการตรวจประเมินเพิ่มเติมก่อน เพื่อหาสาเหตุและลดโอกาสเกิดการแท้งซ้ำในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.