Key Takeaway:
ซีสต์รังไข่เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยบางชนิดสามารถเกิดขึ้นและหายไปได้เองตามธรรมชาติ แต่ในบางกรณีซีสต์อาจส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ คุณภาพของไข่ หรือโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะซีสต์ที่เกี่ยวข้องกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ การตรวจวินิจฉัยและติดตามอาการอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญ เพื่อประเมินชนิดของซีสต์และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอาการ การใช้ยา หรือการผ่าตัด รวมถึงการวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรและดูแลสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงในระยะยาว
ซีสต์รังไข่ เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิง ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า “หากเป็นเป็นซีสต์รังไข่ จะมีลูกได้หรือไม่ ?” บทความนี้จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับซีสต์ในรังไข่และซีสต์นอกรังไข่ ว่าจะมีผลกระทบอย่างไรต่อสุขภาพและการมีบุตร รวมถึงวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
ตรวจสุขภาพและวางแผนการรักษาซีสต์รังไข่ที่ VFC Center
ซีสต์รังไข่ คืออะไร ?
ซีสต์ (Cyst) รังไข่ หรือ ถุงน้ำรังไข่ อีกหนึ่งภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องระวัง เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากการตกไข่ที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดถุงที่เต็มไปด้วยของเหลวในรังไข่ทั้งสองข้าง โดยการเกิดซีสต์ สามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ
- ซีสต์ที่เกิดโรค คือถุงน้ำที่มีความผิดปกติ และทำให้เกิดโรคที่ส่วนของอวัยวะที่เป็นซีสต์ได้ ซึ่งอาจเป็นโรคซีสต์ทั่วไป หรือซีสต์ที่เป็นมะเร็ง
- ซีสต์ที่เกิดขึ้นและหายได้เองตามธรรมชาติ โดยปกติแล้วในรังไข่จะมีการผลิตไข่แล้วตกไปรอบละ 1 ใบ แต่หากรังไข่ผิดปกติ ไม่สามารถทำการตกไข่ได้ ก็จะทำให้เกิดเป็นซีสต์หรือถุงน้ำที่ค้างอยู่ภายในรังไข่ แต่จะสามารถหายได้เองภายใน 3 เดือน ถือเป็นซีสต์ที่เกิดโดยธรรมชาติ
การวินิจฉัยชนิดของซีสต์รังไข่ ในเบื้องต้นแพทย์จะยังไม่สามารถยืนยันได้ ส่วนใหญ่จะต้องตรวจและติดตามอาการก่อน 2-3 เดือน และดูว่าซีสต์นั้นสามารถหายได้เองตามธรรมชาติหรือไม่ หากเป็นซีสต์ที่เกิดโรคจะไม่สามารถหายเองได้และแพทย์จะทำแผนการรักษาต่อไป
สัญญาณเตือนอาการซีสต์รังไข่
ซีสต์ที่รังไข่ เป็นถุงน้ำขนาดเล็กที่เกิดขึ้นภายในรังไข่ อาจไม่มีอาการใด ๆ หรือมีอาการรบกวนชีวิตประจำวันได้ ซึ่งอาการซีสต์รังไข่ที่สามารถสังเกตและมักพบได้ มีดังนี้
- ปวดหน่วงท้องน้อย โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน
- มีเลือดออกผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือมีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน
- ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากซีสต์เริ่มโตขึ้นไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ
- เจ็บหรือปวดหลังส่วนล่าง
- เจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ หากซีสต์มีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้ช่องคลอด
- คลำเจอก้อนเนื้อที่หน้าท้อง
- หน้าท้องโตขึ้นผิดปกติ
ตรวจสุขภาพและวางแผนการรักษาซีสต์รังไข่กับทีมแพทย์ที่ VFC Center
ซีสต์ในรังไข่ และซีสต์นอกรังไข่
สำหรับคุณผู้หญิงที่มีความกังวลใจว่า หากเป็นซีสต์ในรังไข่จะมีลูกได้ไหม ? คงต้องบอกว่าโดยทั่วไปแล้ว ซีสต์ที่ทำให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์และเป็นสาเหตุของโรค มักจะเป็นช็อกโกแลตซีสต์ หรือ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากและลดโอกาสในการมีลูกของคุณแม่ได้ โดยปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งภายในรังไข่และภายนอกรังไข่
ผลกระทบของซีสต์ในรังไข่
ซีสต์ขนาดเล็ก
เมื่อเกิดขึ้นในรังไข่หรือยังมีขนาดเล็กอยู่ ไข่อาจเจริญเติบโตได้ตามปกติ แต่คุณภาพของไข่ที่ได้รับผลกระทบจากช็อกโกแลตซีสต์จะมีสารเคมีบางอย่างที่ทำให้ไข่ที่ตกในรังไข่ข้างนั้นด้อยคุณภาพลง และเจริญเติบโตได้น้อยกว่าอีกข้างที่ไม่มีซีสต์
ซีสต์ขนาดใหญ่
หากขนาดซีสต์ใหญ่ขึ้นถึง 5 เซนติเมตร พื้นที่ในรังไข่จะเหลือน้อยลง และไข่จะเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ไข่ไม่ไปตกในข้างที่มีซีสต์เลย เมื่อไข่ไม่ตกในข้างที่มีซีสต์ก็ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลงตามไปด้วย
ผลกระทบของซีสต์นอกรังไข่
- ผลกระทบต่ออวัยวะอื่น ซึ่งซีสต์ที่เกิดนอกรังไข่อาจทำให้มีโรคในอวัยวะอื่น ๆ ภายในช่องท้องหรือในมดลูกได้
- การเกิดพังผืด อาจจะทำให้มีพังผืดเกิดขึ้นที่ปีกมดลูกจนทำให้ท่อรังไข่อุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไข่กับสเปิร์มไม่สามารถผสมกันและเกิดการปฏิสนธิได้
- ผลกระทบต่อมดลูก หากมีการแทรกเข้ามาในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกแล้ว อาจทำให้มดลูกมีขนาดที่โตขึ้น หรือมีสภาพที่ผิดธรรมชาติไป ส่งผลให้ตัวอ่อนจะฝังตัวยากขึ้นหรือไม่สามารถฝังตัวได้ ทำให้ตั้งครรภ์ได้ยาก
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นซีสต์ที่เกิดในรังไข่หรือนอกรังไข่ ต่างก็ส่งผลกระทบกับการตั้งครรภ์ทั้งสิ้น การตรวจพบและรักษาซีสต์ที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร
ตรวจซีสต์รังไข่ และวางแผนมีบุตรกับทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
วิธีรักษาซีสต์รังไข่ แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก
สำหรับวิธีการรักษาซีสต์รังไข่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก สามารถทำได้ด้วย 2 วิธี คือ
การรักษาด้วยยา
ตัวยาที่ใช้จะมีฤทธิ์คุมกำเนิด โดยจะเข้าไปยับยั้งไม่ให้ไข่เจริญเติบโต ทำให้ผู้ที่ได้รับยาไม่สามารถมีบุตรได้ จึงเป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีบุตร
การรักษาคือการผ่าตัด
วิธีการนี้ยังสามารถตรวจดูได้ว่าชิ้นเนื้อนั้นเป็นมะเร็งหรือมีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ และทำให้คนไข้สามารถมีบุตรตามธรรมชาติได้ง่ายขึ้น
แต่ถ้าหากตรวจพบว่ามีปัญหา สามารถวางแผนการรักษาหรือผ่าตัดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมีบุตรในอนาคตได้
ข้อควรระวัง : การผ่าตัดจะมีการลอกซีสต์ออกจากรังไข่ ซึ่งจะทำให้เนื้อที่ดีของรังไข่ติดกับผนังซีสต์ออกไปด้วย อาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของรังไข่ลดลงไปด้วย
วิธีการรักษาซีสต์รังไข่ของคนไข้แต่ละคนขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของคนไข้รวมถึงการวางแผนการมีบุตรต่อไปได้ในอนาคต
การไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำและการสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย เป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ผู้หญิง สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาซีสต์รังไข่ และมีแผนอยากมีลูก สามารถเข้ารับบริการเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนการมีบุตรได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เรามีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline : 082-903-2035
Line : @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการซีสต์รังไข่และการรักษา (FAQs)
ซีสต์ในรังไข่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หรือไม่ ?
ซีสต์ในรังไข่สามารถกลับมาเกิดซ้ำได้ เนื่องจากรังไข่ยังคงทำงานและมีการตกไข่ในแต่ละรอบเดือน จึงมีโอกาสเกิดถุงน้ำใหม่ขึ้นได้ ผู้หญิงจึงควรสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับการตรวจภายในหรืออัลตราซาวนด์กับสูตินรีแพทย์อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ซีสต์ในรังไข่ขนาดเท่าไรถึงจะเริ่มส่งผลต่อการมีบุตร ?
โดยทั่วไปซีสต์ขนาดเล็กมักไม่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ แต่หากมีขนาดประมาณ 4-5 เซนติเมตรขึ้นไป อาจเริ่มรบกวนการทำงานของรังไข่ เช่น ลดพื้นที่ในการเจริญเติบโตของไข่ หรือทำให้การตกไข่เกิดขึ้นได้ยากขึ้น จึงควรเข้ารับการตรวจประเมินจากสูตินรีแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
ซีสต์ในรังไข่กับภาวะ PCOS แตกต่างกันอย่างไร ?
ซีสต์ในรังไข่คือถุงน้ำที่เกิดขึ้นในรังไข่เพียงบางตำแหน่ง และอาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือหายไปเองได้ ส่วน PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) เป็นภาวะฮอร์โมนผิดปกติที่ทำให้มีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากในรังไข่ และมักมีอาการร่วม เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สิว หรือขนดก ซึ่ง PCOS มักสัมพันธ์กับภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรังและมีบุตรยากมากกว่า
หากมีซีสต์ในรังไข่ จำเป็นต้องผ่าตัดทุกกรณีหรือไม่ ?
ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในทุกกรณี เพราะซีสต์บางชนิดสามารถยุบหายได้เองตามธรรมชาติ สูตินรีแพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ขนาดของซีสต์ ลักษณะของซีสต์ อาการของผู้ป่วย และแผนการมีบุตร หากซีสต์มีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดอาการปวด หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน จึงอาจพิจารณาการผ่าตัด
ผู้หญิงที่มีซีสต์ในรังไข่ควรตรวจติดตามบ่อยแค่ไหน ?
ผู้ที่ตรวจพบซีสต์ในรังไข่ควรตรวจติดตามตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ โดยทั่วไปอาจตรวจทุก 2-3 เดือน เพื่อดูว่าซีสต์มีขนาดเปลี่ยนแปลงหรือยุบหายเองหรือไม่ การติดตามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สูตินรีแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมได้
หากมีซีสต์ในรังไข่ร่วมกับภาวะมีบุตรยาก ควรรักษาด้วยวิธีใด ?
แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของซีสต์และสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยา การผ่าตัดเอาซีสต์ออก หรือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IVF หรือ ICSI เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น

ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชวิทยาและเวชศาตร์การเจริญพันธ์ุ




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.