เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

รู้จักอาการและวิธีรักษาซีสต์รังไข่ แก้ไขภาวะมีบุตรยาก

ผู้หญิงปวดท้องเพราะมีอาการซีสต์รังไข่

Table of Contents

Key Takeaway:

ซีสต์รังไข่เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยบางชนิดสามารถเกิดขึ้นและหายไปได้เองตามธรรมชาติ แต่ในบางกรณีซีสต์อาจส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ คุณภาพของไข่ หรือโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะซีสต์ที่เกี่ยวข้องกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ การตรวจวินิจฉัยและติดตามอาการอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญ เพื่อประเมินชนิดของซีสต์และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอาการ การใช้ยา หรือการผ่าตัด รวมถึงการวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรและดูแลสุขภาพระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงในระยะยาว

ซีสต์รังไข่ เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิง ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่า “หากเป็นเป็นซีสต์รังไข่ จะมีลูกได้หรือไม่ ?” บทความนี้จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับซีสต์ในรังไข่และซีสต์นอกรังไข่ ว่าจะมีผลกระทบอย่างไรต่อสุขภาพและการมีบุตร รวมถึงวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

ตรวจสุขภาพและวางแผนการรักษาซีสต์รังไข่ที่ VFC Center

ซีสต์รังไข่ คืออะไร ?

ซีสต์ (Cyst) รังไข่ หรือ ถุงน้ำรังไข่ อีกหนึ่งภัยเงียบที่ผู้หญิงต้องระวัง เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากการตกไข่ที่ผิดปกติ ส่งผลให้เกิดถุงที่เต็มไปด้วยของเหลวในรังไข่ทั้งสองข้าง โดยการเกิดซีสต์ สามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ

  • ซีสต์ที่เกิดโรค คือถุงน้ำที่มีความผิดปกติ และทำให้เกิดโรคที่ส่วนของอวัยวะที่เป็นซีสต์ได้ ซึ่งอาจเป็นโรคซีสต์ทั่วไป หรือซีสต์ที่เป็นมะเร็ง
  • ซีสต์ที่เกิดขึ้นและหายได้เองตามธรรมชาติ โดยปกติแล้วในรังไข่จะมีการผลิตไข่แล้วตกไปรอบละ 1 ใบ แต่หากรังไข่ผิดปกติ ไม่สามารถทำการตกไข่ได้ ก็จะทำให้เกิดเป็นซีสต์หรือถุงน้ำที่ค้างอยู่ภายในรังไข่ แต่จะสามารถหายได้เองภายใน 3 เดือน ถือเป็นซีสต์ที่เกิดโดยธรรมชาติ

การวินิจฉัยชนิดของซีสต์รังไข่ ในเบื้องต้นแพทย์จะยังไม่สามารถยืนยันได้ ส่วนใหญ่จะต้องตรวจและติดตามอาการก่อน 2-3 เดือน และดูว่าซีสต์นั้นสามารถหายได้เองตามธรรมชาติหรือไม่ หากเป็นซีสต์ที่เกิดโรคจะไม่สามารถหายเองได้และแพทย์จะทำแผนการรักษาต่อไป

สัญญาณเตือนอาการซีสต์รังไข่

ซีสต์ที่รังไข่ เป็นถุงน้ำขนาดเล็กที่เกิดขึ้นภายในรังไข่ อาจไม่มีอาการใด ๆ หรือมีอาการรบกวนชีวิตประจำวันได้ ซึ่งอาการซีสต์รังไข่ที่สามารถสังเกตและมักพบได้ มีดังนี้

  • ปวดหน่วงท้องน้อย โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือน
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือมีเลือดออกหลังหมดประจำเดือน
  • ปัสสาวะบ่อย เนื่องจากซีสต์เริ่มโตขึ้นไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ
  • เจ็บหรือปวดหลังส่วนล่าง
  • เจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ หากซีสต์มีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้ช่องคลอด
  • คลำเจอก้อนเนื้อที่หน้าท้อง
  • หน้าท้องโตขึ้นผิดปกติ

ตรวจสุขภาพและวางแผนการรักษาซีสต์รังไข่กับทีมแพทย์ที่ VFC Center

ซีสต์ในรังไข่ และซีสต์นอกรังไข่

สำหรับคุณผู้หญิงที่มีความกังวลใจว่า หากเป็นซีสต์ในรังไข่จะมีลูกได้ไหม ? คงต้องบอกว่าโดยทั่วไปแล้ว ซีสต์ที่ทำให้เกิดปัญหาการตั้งครรภ์และเป็นสาเหตุของโรค มักจะเป็นช็อกโกแลตซีสต์ หรือ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากและลดโอกาสในการมีลูกของคุณแม่ได้ โดยปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งภายในรังไข่และภายนอกรังไข่

ผลกระทบของซีสต์ในรังไข่

ซีสต์ขนาดเล็ก

เมื่อเกิดขึ้นในรังไข่หรือยังมีขนาดเล็กอยู่ ไข่อาจเจริญเติบโตได้ตามปกติ แต่คุณภาพของไข่ที่ได้รับผลกระทบจากช็อกโกแลตซีสต์จะมีสารเคมีบางอย่างที่ทำให้ไข่ที่ตกในรังไข่ข้างนั้นด้อยคุณภาพลง และเจริญเติบโตได้น้อยกว่าอีกข้างที่ไม่มีซีสต์

ซีสต์ขนาดใหญ่

หากขนาดซีสต์ใหญ่ขึ้นถึง 5 เซนติเมตร พื้นที่ในรังไข่จะเหลือน้อยลง และไข่จะเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ อาจทำให้ไข่ไม่ไปตกในข้างที่มีซีสต์เลย เมื่อไข่ไม่ตกในข้างที่มีซีสต์ก็ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลงตามไปด้วย

ผลกระทบของซีสต์นอกรังไข่

  • ผลกระทบต่ออวัยวะอื่น ซึ่งซีสต์ที่เกิดนอกรังไข่อาจทำให้มีโรคในอวัยวะอื่น ๆ ภายในช่องท้องหรือในมดลูกได้
  • การเกิดพังผืด อาจจะทำให้มีพังผืดเกิดขึ้นที่ปีกมดลูกจนทำให้ท่อรังไข่อุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไข่กับสเปิร์มไม่สามารถผสมกันและเกิดการปฏิสนธิได้
  • ผลกระทบต่อมดลูก หากมีการแทรกเข้ามาในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกแล้ว อาจทำให้มดลูกมีขนาดที่โตขึ้น หรือมีสภาพที่ผิดธรรมชาติไป ส่งผลให้ตัวอ่อนจะฝังตัวยากขึ้นหรือไม่สามารถฝังตัวได้ ทำให้ตั้งครรภ์ได้ยาก

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นซีสต์ที่เกิดในรังไข่หรือนอกรังไข่ ต่างก็ส่งผลกระทบกับการตั้งครรภ์ทั้งสิ้น การตรวจพบและรักษาซีสต์ที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร

ตรวจซีสต์รังไข่ และวางแผนมีบุตรกับทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

วิธีรักษาซีสต์รังไข่ แก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก

สำหรับวิธีการรักษาซีสต์รังไข่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยาก สามารถทำได้ด้วย 2 วิธี คือ

การรักษาด้วยยา

ตัวยาที่ใช้จะมีฤทธิ์คุมกำเนิด โดยจะเข้าไปยับยั้งไม่ให้ไข่เจริญเติบโต ทำให้ผู้ที่ได้รับยาไม่สามารถมีบุตรได้ จึงเป็นวิธีที่ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการมีบุตร

การรักษาคือการผ่าตัด

วิธีการนี้ยังสามารถตรวจดูได้ว่าชิ้นเนื้อนั้นเป็นมะเร็งหรือมีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือไม่ และทำให้คนไข้สามารถมีบุตรตามธรรมชาติได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าหากตรวจพบว่ามีปัญหา สามารถวางแผนการรักษาหรือผ่าตัดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมีบุตรในอนาคตได้

ข้อควรระวัง : การผ่าตัดจะมีการลอกซีสต์ออกจากรังไข่ ซึ่งจะทำให้เนื้อที่ดีของรังไข่ติดกับผนังซีสต์ออกไปด้วย อาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของรังไข่ลดลงไปด้วย

วิธีการรักษาซีสต์รังไข่ของคนไข้แต่ละคนขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของคนไข้รวมถึงการวางแผนการมีบุตรต่อไปได้ในอนาคต

การไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำและการสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย เป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ผู้หญิง สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาซีสต์รังไข่ และมีแผนอยากมีลูก สามารถเข้ารับบริการเพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนการมีบุตรได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เรามีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์

 

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline : 082-903-2035

Line : @vfccenter

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการซีสต์รังไข่และการรักษา (FAQs)

ซีสต์ในรังไข่สามารถกลับมาเกิดซ้ำได้ เนื่องจากรังไข่ยังคงทำงานและมีการตกไข่ในแต่ละรอบเดือน จึงมีโอกาสเกิดถุงน้ำใหม่ขึ้นได้ ผู้หญิงจึงควรสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับการตรวจภายในหรืออัลตราซาวนด์กับสูตินรีแพทย์อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

โดยทั่วไปซีสต์ขนาดเล็กมักไม่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ แต่หากมีขนาดประมาณ 4-5 เซนติเมตรขึ้นไป อาจเริ่มรบกวนการทำงานของรังไข่ เช่น ลดพื้นที่ในการเจริญเติบโตของไข่ หรือทำให้การตกไข่เกิดขึ้นได้ยากขึ้น จึงควรเข้ารับการตรวจประเมินจากสูตินรีแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

ซีสต์ในรังไข่คือถุงน้ำที่เกิดขึ้นในรังไข่เพียงบางตำแหน่ง และอาจเกิดขึ้นชั่วคราวหรือหายไปเองได้ ส่วน PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) เป็นภาวะฮอร์โมนผิดปกติที่ทำให้มีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมากในรังไข่ และมักมีอาการร่วม เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ สิว หรือขนดก ซึ่ง PCOS มักสัมพันธ์กับภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรังและมีบุตรยากมากกว่า

ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในทุกกรณี เพราะซีสต์บางชนิดสามารถยุบหายได้เองตามธรรมชาติ สูตินรีแพทย์จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ขนาดของซีสต์ ลักษณะของซีสต์ อาการของผู้ป่วย และแผนการมีบุตร หากซีสต์มีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดอาการปวด หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน จึงอาจพิจารณาการผ่าตัด

ผู้ที่ตรวจพบซีสต์ในรังไข่ควรตรวจติดตามตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ โดยทั่วไปอาจตรวจทุก 2-3 เดือน เพื่อดูว่าซีสต์มีขนาดเปลี่ยนแปลงหรือยุบหายเองหรือไม่ การติดตามอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สูตินรีแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมได้

แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของซีสต์และสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยา การผ่าตัดเอาซีสต์ออก หรือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IVF หรือ ICSI เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น

A doctor will tell you the treatments for a blighted ovum

ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชวิทยาและเวชศาตร์การเจริญพันธ์ุ

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.