เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

ดื่มกาแฟมีลูกยากจริงไหม ? คนที่กำลังวางแผนมีบุตรควรรู้

ดื่มกาแฟมีลูกยากจริงไหม ? คนที่กำลังวางแผนมีบุตรควรรู้

Table of Contents

Key Takeaway :

หลายคนอาจสงสัยว่าดื่มกาแฟมีลูกยากจริงไหม สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร คาเฟอีนในกาแฟอาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้ หากได้รับในปริมาณมาก เนื่องจากจะไปรบกวนสมดุลของฮอร์โมน การทำงานของท่อนำไข่ รวมถึงคุณภาพของอสุจิ ซึ่งจะทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดลงได้ ดังนั้นผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรจึงควรจำกัดปริมาณคาเฟอีน และดูแลสุขภาพให้พร้อมเพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้สำเร็จ

การดื่มกาแฟทุกวันอาจเป็นพฤติกรรมที่หลายคนขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะนักศึกษาและวัยทำงาน เพราะในกาแฟมี“คาเฟอีน”ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว สดชื่น และลดความง่วงระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้แก่ร่างกาย แต่หากบริโภคในปริมาณมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับโอกาสในการมีบุตร

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์หรือเตรียมตัวมีบุตร จึงควรใส่ใจกับปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับในแต่ละวัน เพราะการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงมีบุตรยากได้

เริ่มต้นวางแผนมีบุตรอย่างเหมาะสม พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ที่ VFC Center 

คาเฟอีนส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากอย่างไร ?

หลายคนอาจสงสัยว่า คาเฟอีนเสี่ยงมีบุตรยากจริงหรือไม่ ในความเป็นจริง คาเฟอีนสามารถส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะหากได้รับในปริมาณมากหรือดื่มเป็นประจำ ทำให้ส่งผลต่อโอกาสการตั้งครรภ์ให้ลดลง

1. ผลกระทบต่อผู้หญิง

คาเฟอีนอาจรบกวนการทำงานของระบบสืบพันธุ์ในผู้หญิง เช่น

  • อาจส่งผลต่อการทำงานของท่อนำไข่ ทำให้ไข่เคลื่อนที่ไปพบอสุจิได้ยากขึ้น
  • อาจกระทบต่อสมดุลของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่
  • อาจทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงมดลูกลดลง ซึ่งมีผลต่อการเตรียมตัวของมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์

2. ผลกระทบต่อผู้ชาย

การได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากอาจส่งผลต่อคุณภาพของอสุจิในด้านต่าง ๆ เช่น

  • จำนวนอสุจิอาจมีปริมาณน้อยลง
  • อสุจิอาจเคลื่อนที่ได้ช้าลง ทำให้โอกาสปฏิสนธิลดลงไปด้วย
  • ในบางกรณีอาจส่งผลต่อความสมบูรณ์ของสารพันธุกรรมในอสุจิ

3. ผลต่อการดูดซึมสารอาหาร

นอกจากนี้ คาเฟอีนยังอาจรบกวนการดูดซึมสารอาหารบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวตั้งครรภ์ หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้

ดื่มกาแฟมากแค่ไหนถึงเริ่มเสี่ยงมีบุตรยาก ?

หลายคนอาจสงสัยว่า หากกำลังวางแผนมีบุตรยังสามารถดื่มกาแฟได้หรือไม่ คำตอบคือ สามารถดื่มได้ แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายพร้อมต่อการมีลูกมากที่สุด

1. ฝ่ายชาย

การได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงเป็นประจำ เช่น ประมาณ 265 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่ากับกาแฟ 2 แก้วขึ้นไป) อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากได้ เนื่องจากคาเฟอีนอาจไปรบกวนกระบวนการสร้างอสุจิ จนส่งผลต่อจำนวนและคุณภาพของอสุจิที่ลดลง

คำแนะนำ : หากกำลังวางแผนมีบุตร ควรจำกัดปริมาณคาเฟอีนให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในปริมาณมากต่อเนื่องเป็นเวลานาน

2. ฝ่ายหญิง

สำหรับผู้หญิง การได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากอาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มกาแฟในปริมาณสูงเป็นประจำ ซึ่งอาจทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มในปริมาณน้อย

นอกจากนี้ หากดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงให้มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ เช่น การแท้งบุตร หรือส่งผลต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ได้

อยากมีลูก ควรลดคาเฟอีนอย่างไรให้เหมาะสม ?

เมื่อทราบแล้วว่าการได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากอาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ คู่รักที่กำลังวางแผนมีบุตรจึงควรเริ่มเตรียมความพร้อมของร่างกาย โดยค่อย ๆ ลดปริมาณกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนลง

การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายชาย

คาเฟอีนอาจส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของอสุจิ ดังนั้น ผู้ชายที่ต้องการมีบุตร ควรลดการดื่มกาแฟให้น้อยลง โดยอาจงดดื่มในบางวันต่อเนื่องประมาณ 2-3 เดือน เพื่อช่วยให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟูและสร้างอสุจิที่แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ

การเตรียมตัวสำหรับฝ่ายหญิง

สำหรับผู้หญิง คาเฟอีนก็อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติหรือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หากกำลังวางแผนมีบุตร ควรจำกัดปริมาณคาเฟอีนต่อวัน หรือหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ประมาณ 3-6 เดือน

คนท้องกินคาเฟอีนได้ไหม ?

นอกจากคำถามที่ว่า ดื่มกาแฟมีลูกยากจริงไหม อีกหนึ่งข้อสงสัยที่ว่าที่คุณแม่หลายคนมักถามคือ คนท้องสามารถดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนได้หรือไม่

โดยทั่วไป แพทย์มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือจำกัดปริมาณคาเฟอีนระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของทารกในครรภ์ เช่น

  • ไปรบกวนการดูดซึมสารอาหาร : เช่นเดียวกับในช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ คาเฟอีนอาจไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารสำคัญอย่างธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของแม่และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้
  • ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดในมดลูก : คาเฟอีนมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดในมดลูกหดตัว จึงอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์ลดลง อีกทั้งยังอาจส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์
  • รบกวนการพักผ่อนของคุณแม่ : คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นที่อาจทำให้คุณแม่นอนหลับยากหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ได้

ดังนั้น หากกำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงเตรียมตัวมีบุตร ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัดการดื่มกาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

ดูแลสุขภาพก่อนตั้งครรภ์และวางแผนมีบุตรกับทีมแพทย์ที่ VFC Center

การดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอกเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำควบคู่กัน เพราะไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของพ่อและแม่เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ด้วย ดังนั้นคู่รักที่กำลังวางแผนมีบุตรจึงควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม

หากกำลังวางแผนมีบุตร หรือกำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก และต้องการรับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ สามารถเข้ามาปรึกษาได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมให้คำแนะนำ และช่วยวางแผนการมีบุตรได้อย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล

บทความโดย แพทย์วนากานต์ สิงหเสนา

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline : 082-903-2035

Line :@vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาเฟอีนกับภาวะมีบุตรยาก (FAQs)

โดยทั่วไปแนะนำให้จำกัดคาเฟอีนไม่เกินประมาณ 100–200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือพิจารณาลดลงให้มากที่สุดในช่วงเตรียมตัวตั้งครรภ์ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงควรเริ่มลดปริมาณคาเฟอีนล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับสมดุลและเตรียมความพร้อมสำหรับการมีบุตร

ในช่วงกระตุ้นไข่หรือทำ ICSI มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะคาเฟอีนอาจไปรบกวนสมดุลฮอร์โมนและอาจส่งผลต่อกระบวนการตกไข่หรือคุณภาพของไข่ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จของการรักษา จึงควรลดหรือหลีกเลี่ยงกาแฟ รวมถึงชาเข้ม เครื่องดื่มชูกำลัง และน้ำอัดลมบางชนิด

การได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงอาจส่งผลต่อจำนวนและคุณภาพของอสุจิ รวมถึงการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิได้ ผู้ชายที่กำลังวางแผนมีบุตรจึงควรลดการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และอาจเว้นช่วงประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้ร่างกายสร้างอสุจิรอบใหม่ที่สมบูรณ์มากขึ้น

การลดคาเฟอีนเป็นเพียงหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพเพื่อสนับสนุนภาวะเจริญพันธุ์ โอกาสในการตั้งครรภ์ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อายุ สุขภาพโดยรวม และสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก หากพยายามตั้งครรภ์แล้วไม่สำเร็จภายใน 6-12 เดือน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

Dr. Wannakan Singhasena, a fertility specialist in Thailand

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.