Key Takeaway :
เนื้องอกในโพรงมดลูกถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฝังตัวของตัวอ่อนในการทำ ICSI เนื่องจากตำแหน่งที่เบียดเข้ามาในโพรงมดลูกจะไปขัดขวางการยึดเกาะ รบกวนการเดินทางของอสุจิ และลดคุณภาพของผนังมดลูกลง อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งและการตกเลือดหลังคลอดหากไม่ได้จัดการก่อนตั้งครรภ์ ดังนั้น แนวทางการรักษาจึงเน้นการเตรียมความพร้อมของมดลูกด้วยเทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องที่ทันสมัย เพื่อคืนสภาพโพรงมดลูกที่สมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงทางการแพทย์ และเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการอุ้มท้องจนถึงกำหนดคลอดอย่างปลอดภัย
เนื้องอกในโพรงมดลูก เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และมักถูกค้นพบเมื่อเข้าสู่กระบวนการเตรียมตัวมีบุตร แม้เนื้องอกส่วนใหญ่จะเป็นชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่หากตำแหน่งของก้อนเนื้อเกิดขึ้นในบริเวณที่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ ย่อมกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การตั้งครรภ์ไม่ประสบความสำเร็จ การวินิจฉัยตำแหน่งและลักษณะของเนื้องอกอย่างละเอียด จึงเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนรักษาภาวะมีบุตรยาก
ปรึกษาเรื่องการวางแผนมีบุตรที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
เนื้องอกในโพรงมดลูก คืออะไร เกิดจากอะไร ?
เนื้องอกในโพรงมดลูก คือ เนื้องอกที่เจริญเติบโตอยู่ใต้ชั้นเยื่อบุโพรงมดลูก และมีการยื่นหรือเบียดเข้ามาในพื้นที่ภายในโพรงมดลูก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน
สาเหตุของการเกิดเนื้องอกมดลูก
ทางการแพทย์พบว่าการเติบโตของเนื้องอกสัมพันธ์กับปัจจัยดังต่อไปนี้
- ความสมดุลของฮอร์โมน : ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์เนื้องอก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เนื้องอกมักโตขึ้นในช่วงที่ผู้หญิงอยู่ในวัยเจริญพันธุ์
- ปัจจัยทางพันธุกรรม : หากมีบุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นเนื้องอกมดลูก จะเพิ่มโอกาสการเกิดเนื้องอกในคนไข้ได้มากขึ้น
- ความผิดปกติในระดับเซลล์ : อีกหนึ่งปัจจัยของการเกิดเนื้องอก เริ่มต้นจากเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกเพียงเซลล์เดียวที่จู่ ๆ ก็ทำงานผิดปกติ แล้วแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นก้อนเนื้อที่มีความหนาแน่นและแข็งกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ รอบข้าง
- ปัจจัยส่งเสริมอื่น ๆ : เช่น ภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผิดปกติในร่างกาย
เนื้องอกกับภาวะมีลูกยาก : ตำแหน่งที่ขวางกั้นโอกาสสำเร็จ
เนื้องอกที่เบียดเข้ามาในโพรงมดลูก มักจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตั้งครรภ์ใน 3 ด้านหลัก
- ขัดขวางการฝังตัว : พื้นที่ภายในโพรงมดลูกที่ผิดรูปไปจากเดิม ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะสมต่อการยึดเกาะของตัวอ่อน
- รบกวนการเดินทางของสเปิร์มและตัวอ่อน : ก้อนเนื้ออาจไปอุดตันท่อนำไข่ หรือรบกวนการหดรัดตัวของมดลูกที่ช่วยนำพาสเปิร์มไปปฏิสนธิ
- คุณภาพของผนังมดลูกลดลง : บริเวณรอบเนื้องอกมักมีเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ หรือมีการอักเสบเรื้อรัง ทำให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ยากขึ้น

การตั้งครรภ์กับเนื้องอก : ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
หากมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นในขณะที่มีเนื้องอกเบียดโพรงมดลูก อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้
- ความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร : เนื่องจากเนื้องอกอาจแย่งเลือดไปเลี้ยงจากตัวอ่อน หรือทำให้พื้นที่การเติบโตของถุงตั้งครรภ์ไม่เพียงพอ
- ภาวะผิดปกติของทารกในครรภ์ : เช่น ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ หรือมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดจากแรงดันภายในมดลูกที่สูงขึ้น
- การตกเลือดหลังคลอด : ก้อนเนื้อที่แทรกอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูกอาจทำให้มดลูกหดรัดตัวได้ไม่ดีหลังจากการคลอดบุตร
ทำไมต้องจัดการกับเนื้องอกในโพรงมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อน ?
เนื้องอกที่เบียดโพรงมดลูกคืออุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไขก่อนเริ่มต้นขั้นตอนสำคัญ ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ดังนี้
- ลดอัตราการฝังตัว : เนื้องอกทำให้ผิวสัมผัสของโพรงมดลูกขรุขระ เลือดไปเลี้ยงเยื่อบุไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่สามารถยึดเกาะได้
- สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการเติบโต : การมีเนื้องอกกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบภายในมดลูก ซึ่งส่งผลเสียต่อตัวอ่อนในระยะเริ่มต้น
- ความเสี่ยงในการแท้งบุตรสูงขึ้น : ก้อนเนื้ออาจแย่งเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อน หรือทำให้มดลูกบีบตัวผิดปกติจนนำไปสู่การสูญเสียการตั้งครรภ์
ปรึกษาเรื่องการวางแผนมีบุตรที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
แนวทางการเตรียมมดลูกให้พร้อมเพื่อความสำเร็จในการทำ ICSI
เพื่อให้การรักษาภาวะมีบุตรยากมีโอกาสสำเร็จสูงสุด V-IVF ใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางในการจัดการเนื้องอกก่อนการย้ายตัวอ่อน
- การผ่าตัดส่องกล้องผ่านโพรงมดลูก (Hysteroscope Myomectomy) : แพทย์จะส่องกล้องเข้าทางช่องคลอดเพื่อตัดเนื้องอกที่เบียดโพรงมดลูกออกโดยไม่มีแผลหน้าท้อง วิธีนี้ช่วยคืนสภาพโพรงมดลูกให้เรียบเนียนพร้อมรับการฝังตัวมากที่สุด
- การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Laparoscopic Myomectomy) : ในกรณีเนื้องอกอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อลึกที่เบียดโพรงมดลูก ช่วยให้แผลสมานตัวไวและลดการเกิดพังผืด
- การนัดย้ายตัวอ่อนในเวลาที่เหมาะสม : หลังจัดการเนื้องอก แพทย์จะให้มดลูกพักฟื้นจนแข็งแรงสมบูรณ์ (ประมาณ 3-6 เดือน) ก่อนจะทำการย้ายตัวอ่อนกลับสู่มดลูกที่พร้อมที่สุด
สำหรับคู่สมรสที่เคยผ่านความผิดหวังจากการย้ายตัวอ่อนมาก่อน หรือมีความกังวลเรื่องติ่งเนื้อในมดลูก การได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องคือก้าวแรกของความสำเร็จ มาร่วมวางแผนการรักษากับ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เพื่อประเมินแนวทางการจัดการเนื้องอกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์สูงสุด
บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเนื้องอกในโพรงมดลูก (FAQs)
การผ่าตัดเนื้องอกมดลูกจะทำให้มดลูกบางจนท้องไม่ได้หรือไม่ ?
เทคโนโลยีการผ่าตัดและเย็บซ่อมมดลูกในปัจจุบันมีความละเอียดสูงมาก เมื่อผ่านการพักฟื้นตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด กล้ามเนื้อมดลูกจะสมานตัวและมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวระหว่างตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย
หลังผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูก ต้องพักฟื้นนานแค่ไหนถึงจะย้ายตัวอ่อนได้ ?
ระยะเวลาพักฟื้นโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอกที่ผ่าตัดออกไป เพื่อรอให้แผลในกล้ามเนื้อมดลูกสมานตัวสมบูรณ์และเยื่อบุโพรงมดลูกกลับมาเรียบเนียนพร้อมสำหรับการฝังตัวมากที่สุด
ทำไมการผ่าตัดส่องกล้องผ่านโพรงมดลูก ถึงดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิม ?
การส่องกล้องผ่านช่องคลอดเพื่อตัดเนื้องอกในโพรงมดลูกจะไม่มีแผลหน้าท้องเลย ทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้ไวมาก ลดความเจ็บปวด และที่สำคัญที่สุดคือลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดในช่องท้องที่อาจส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากในอนาคต
หากมีเนื้องอกแต่เลือกไม่ผ่าตัด แล้วย้ายตัวอ่อนเลย จะส่งผลเสียอย่างไร ?
นอกจากโอกาสที่ตัวอ่อนจะไม่ฝังตัวแล้ว หากตั้งครรภ์สำเร็จ เนื้องอกอาจแย่งเลือดไปเลี้ยงตัวอ่อนจนเสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรือทำให้มดลูกบีบตัวผิดปกติจนคลอดก่อนกำหนด รวมถึงเสี่ยงต่อภาวะตกเลือดหลังคลอดที่รุนแรงได้

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.