เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

รู้ทันอาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูก รักษาไว ตั้งครรภ์ได้

ผู้หญิงมีอาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูก สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ?

Table of Contents

Key Takeaway :

อาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrial Polyps) คือเนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตผิดปกติบริเวณเยื่อบุมดลูก ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิงวัย 30-50 ปี แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็งและบางครั้งไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่มักส่งสัญญาณเตือนผ่านประจำเดือนที่ผิดปกติ เช่น มามากผิดปกติ หรือมาไม่สม่ำเสมอ ภาวะนี้เป็นภัยเงียบที่ขัดขวางการตั้งครรภ์โดยตรง ทั้งการกีดขวางพื้นที่ฝังตัวของตัวอ่อนและสร้างสภาพแวดล้อมที่อักเสบในโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยการส่องกล้องตัดติ่งเนื้อ ซึ่งจะช่วยเคลียร์โพรงมดลูกให้กลับมาสมบูรณ์ เพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ทั้งแบบธรรมชาติและการทำเด็กหลอดแก้วได้อย่างมีนัยสำคัญ

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30-50 ปี แม้ว่าอาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกจะไม่แสดงออกอย่างชัดเจน แต่ติ่งเนื้อในมดลูกที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ได้ จึงควรรู้เท่าทันและสังเกตอาการของตนเอง เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี และนำไปสู่การเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้ประสบความสำเร็จ

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyps)

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyps) คือก้อนเนื้อที่งอกยื่นออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูก มีลักษณะคล้ายติ่งเนื้อนุ่ม อาจมีขนาดตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงหลายเซนติเมตร ติ่งเนื้อเหล่านี้ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มีหลอดเลือดมาเลี้ยง ทำให้มีโอกาสเติบโตและเพิ่มขนาดได้

จากการศึกษาพบว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ประมาณ 10-15% มีโอกาสเกิดภาวะนี้ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 40-50 ปี ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นติ่งเนื้อในโพรงมดลูกมาก่อน รวมถึงผู้ที่มีภาวะอ้วน และคนที่มีความดันโลหิตสูง มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนี้ได้สูงกว่าคนทั่วไป

อาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกและสัญญาณที่บ่งชี้

อาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกที่พบได้บ่อยมีหลายรูปแบบ แต่ที่พบมากที่สุดคือความผิดปกติของการมีประจำเดือน ได้แก่

  • ประจำเดือนมามากหรือนานผิดปกติ โดยอาจมีเลือดออกมากกว่าปกติ 2-3 เท่า หรือระยะเวลาการมีประจำเดือนนานเกิน 7 วัน เพราะติ่งเนื้อไปเพิ่มพื้นที่ผิวของเยื่อบุมดลูก ทำให้มีเยื่อบุหลุดลอกออกมามากกว่าปกติ
  • มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน โดยเฉพาะหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังจากการออกกำลังกายอย่างหนัก
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ทำให้คาดการณ์รอบเดือนได้ยาก เนื่องจากติ่งเนื้ออาจเข้าไปรบกวนวงจรปกติของโพรงมดลูก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์
  • ในกรณีที่ติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่ มดลูกจะพยายามบีบรัดตัวเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมา ทำให้มีอาการปวดหน่วงคล้ายกับการปวดท้องประจำเดือน และอาการปวดจะรุนแรงขึ้นในช่วงมีประจำเดือน

อย่างไรก็ตาม มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่แสดงอาการใด ๆ (Silent Polyps) แต่ตรวจพบได้โดยบังเอิญระหว่างการตรวจภายในหรือการตรวจพิเศษอื่น ๆ โดยเฉพาะกรณีที่ติ่งเนื้อมีขนาดเล็ก

ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์

จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก มีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากสูงกว่าคนทั่วไป ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้

กลไกการรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อน

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกสามารถไปขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือการที่ติ่งเนื้อไปกีดขวางพื้นที่ที่ตัวอ่อนควรจะฝังตัว ส่วนทางอ้อมคือการที่ติ่งเนื้อไปเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในโพรงมดลูก ทำให้ไม่เหมาะสมต่อการฝังตัว

ผลต่อคุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูก

ติ่งเนื้อสามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในเยื่อบุโพรงมดลูก ส่งผลให้คุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในบริเวณดังกล่าวอีกด้วย

ตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ที่ VFC Center

สถิติโอกาสการตั้งครรภ์ในผู้ที่มีติ่งเนื้อ

จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีอาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกมีอัตราการตั้งครรภ์ต่ำกว่าผู้ที่ไม่มีประมาณ 15-20% แต่หลังจากได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาติ่งเนื้อออก อัตราการตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แพทย์ใช้แบบจำลองเพื่ออธิบายอาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกให้คนไข้ฟัง

การวินิจฉัย

แนวทางการวินิจฉัยภาวะติ่งเนื้อในโพรงมดลูกในปัจจุบัน สามารถทำได้หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • การตรวจร่างกายเบื้องต้น: แพทย์จะซักประวัติอาการผิดปกติ โดยเฉพาะการมีประจำเดือน และทำการตรวจภายในเพื่อประเมินสภาพมดลูกและอวัยวะในอุ้งเชิงกราน
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องคลอด: เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บและให้ข้อมูลที่ละเอียด อีกทั้งยังช่วยให้เห็นขนาดและตำแหน่งของติ่งเนื้อได้ชัดเจน โดยแพทย์อาจฉีดน้ำเกลือเข้าไปในโพรงมดลูกระหว่างการตรวจเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
  • การส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy): การส่องกล้องโพรงมดลูกเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด สามารถมองเห็นติ่งเนื้อได้โดยตรง และสามารถเก็บชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ด้วย

ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก อันตรายไหม ?

ภาวะติ่งเนื้อในมดลูก ส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกที่ไม่ร้ายแรง (Non-cancerous) และไม่ก่อให้เกิดอันตรายในทันที อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจมีความเสี่ยงจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ เช่น

  • หากติ่งเนื้อในโพรงมดลูกมีขนาดใหญ่ จะส่งผลต่อการมีลูกยาก เพราะติ่งเนื้ออาจไปกดทับหรือขัดขวางการฝังตัวของทารกในโพรงมดลูกได้
  • ติ่งเนื้อที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น เจริญเติบโตเร็วหรือมีเซลล์ผิดปกติ อาจเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
  • มีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด หรือปวดท้องเรื้อรัง

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร แต่ตรวจพบติ่งเนื้อในโพรงมดลูก อาจสงสัยว่าจะท้องได้ไหม ซึ่งคำตอบนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของติ่งเนื้อและการรักษา แต่โดยทั่วไปหากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี โอกาสในการตั้งครรภ์จะยังคงมีความเป็นไปได้

แนวทางการรักษาติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyps) ก่อนตั้งครรภ์

วิธีที่นิยมใช้ในการรักษาภาวะติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyps)ก่อนตั้งครรภ์ คือ การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดติ่งเนื้อออก (Hysteroscopic Polypectomy) ซึ่งจะใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30-60 นาที จากนั้นผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน โดยการผ่าตัดจะใช้วิธีการดมยาสลบแบบทั่วไป หรือการระงับความรู้สึกเฉพาะที่

ทั้งนี้ การวางแผนรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของติ่งเนื้อ หลังผ่าตัดผู้ป่วยอาจมีเลือดออกเล็กน้อย 3-5 วัน และสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 1-2 วัน และหลังการรักษา พบว่ามีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์เพิ่มสูงถึง 50-70% ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย

การเข้ารับการตรวจร่างกายก่อนวางแผนมีบุตร จะช่วยให้สามารถประเมินและรักษาภาวะติ่งเนื้อในโพรงมดลูกได้ตั้งแต่ระยะแรก ๆ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมของมดลูกสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน แต่ยิ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ ติ่งเนื้อในโพรงมดลูกนอกจากจะทำให้มีบุตรยากแล้ว ยังอาจทำให้เสียโอกาสในการตั้งครรภ์ในอนาคตอีกด้วย

อาการติ่งเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกจำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่ ?

กรณีมีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก สามารถทำการรักษาได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด โดยแพทย์จะพิจารณาอาการเป็นรายบุคคล ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและขนาดของติ่งเนื้อ ดังนี้

  • กรณีที่ไม่ต้องผ่าตัด : หากติ่งเนื้อมีขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 1 ซม.) และไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • กรณีที่ควรพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัด
  • มีอาการเลือดออกผิดปกติ
  • มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือจำนวนเพิ่มขึ้น
  • สงสัยว่ามีเซลล์ผิดปกติ (Precancerous หรือ Cancerous)
  • มีผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์

นัดหมายรักษาติ่งเนื้อในโพรงมดลูกก่อนตั้งครรภ์กับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

แพทย์พูดคุยกับคนไข้เพื่อการวินิจฉัยภาวะติ่งเนื้อในโพรงมดลูก

การป้องกันและการดูแลตนเองจากภาวะติ่งเนื้อในโพรงมดลูก

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง

  • การมีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน เนื่องจากจะส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย
  • การมีประวัติครอบครัวเป็นติ่งเนื้อในโพรงมดลูก
  • การมีความดันโลหิตสูง
  • การได้รับฮอร์โมนทดแทน โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน

การตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ

  • ตรวจภายในประจำปีอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ
  • สังเกตความผิดปกติของประจำเดือน ทั้งการมีประจำเดือนมากผิดปกติ มีเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ

คำแนะนำในการดูแลสุขภาพก่อนวางแผนตั้งครรภ์

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ลดอาหารที่มีไขมันสูงและหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

การพบติ่งเนื้อในมดลูกไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถมีบุตรได้ การวินิจฉัยและการรักษาภาวะ Endometrial Polypsก่อนตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเดินทางสู่การมีบุตรของแต่ละคู่รักนั้นแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการได้รับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราเป็นคลินิกมีบุตรยากที่ได้รับการรับรองจากราชวิทยาลัยสูตินรีเวชแห่งประเทศไทย พร้อมดูแลคุณและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เพื่อให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างราบรื่นตั้งแต่วันแรก

 

บทความโดย แพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับติ่งเนื้อในโพรงมดลูกกับการตั้งครรภ์ (FAQs)

แนวโน้มอาจลดลง เพราะติ่งเนื้อจะกีดขวางการฝังตัวและสร้างการอักเสบ แพทย์จึงมักแนะนำให้ส่องกล้องตัดออกก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการย้ายตัวอ่อนเสมอ

หลังการรักษา โพรงมดลูกจะใช้เวลาสมานตัวเองเพียง 1-2 รอบเดือน เมื่อเยื่อบุมดลูกกลับมาเรียบเนียนปกติ ก็สามารถเริ่มปล่อยให้ท้องได้ตามธรรมชาติ หรือเตรียมผนังมดลูกเพื่อย้ายตัวอ่อนได้ทันที

มีโอกาสเป็นซ้ำได้ หากฮอร์โมนในร่างกายยังไม่สมดุล ดังนั้น หลังจากเคลียร์โพรงมดลูกเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้รีบวางแผนตั้งครรภ์โดยไม่ทิ้งช่วงเวลานานเกินไป

หากตัวอ่อนหาพื้นที่ฝังตัวจนตั้งครรภ์ได้สำเร็จแล้ว ติ่งเนื้อส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตรายต่อทารก แต่อาจทำให้มีอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างตั้งครรภ์ได้ ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

Book a consultation with Dr. Worawat Siripoon at our infertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.