Key takeaway / Summary of topic answer
ปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ฝ่ายชายมีภาวะน้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอสุจิ ผ่าน 3 กลไกหลัก คือ การทำให้อุณหภูมิอัณฑะสูงขึ้น ภาวะความเครียดออกซิเดชัน และการสะสมของสารพิษ อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้ด้วยการผ่าตัด Microscopic Varicocelectomy ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะช่วยให้คุณภาพอสุจิกลับมาดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน

ในความเป็นจริง สาเหตุของภาวะมีบุตรยากไม่ได้เกิดจากฝ่ายหญิงเพียงอย่างเดียว โดย 40% ของคู่สมรสที่มีปัญหาการตั้งครรภ์ มีปัจจัยมาจากฝ่ายชาย ซึ่งหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่พบได้บ่อย คือ ผลตรวจที่ระบุว่า “น้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์” ไม่ว่าจะเป็นจำนวนอสุจิน้อย การเคลื่อนไหวต่ำ หรือรูปร่างอสุจิผิดปกติ ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อโอกาสในการปฏิสนธิและการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ผู้ชายจำนวนมากยังไม่รู้ว่า ปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้คุณภาพอสุจิลดลง และยังเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัยเจริญพันธุ์แต่มักถูกมองข้ามไป เนื่องจากหลายรายไม่มีอาการเจ็บปวดหรือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน จนกระทั่งเริ่มเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อวางแผนมีบุตร
ดังนั้น เราจะพาคุณเจาะลึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะกับภาวะน้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่กลไกที่ส่งผลต่อการสร้างอสุจิ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม ไปจนถึงแนวทางการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์อย่างตรงจุด
นัดพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุมีบุตรยากที่ VFC Center
ทำความเข้าใจเส้นเลือดขอดอัณฑะ (Varicocele) ให้ชัด
เส้นเลือดขอดอัณฑะ หรือ Varicocele คือภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณถุงอัณฑะเกิดการขยายตัวผิดปกติ ส่งผลให้การไหลเวียนและการระบายเลือดจากอัณฑะกลับสู่หัวใจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ภาวะนี้มีลักษณะคล้ายเส้นเลือดขอดที่ขา แต่เกิดขึ้นในระบบหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงอัณฑะ
โดยทั่วไป เส้นเลือดขอดอัณฑะมักพบที่อัณฑะข้างซ้ายมากกว่าข้างขวา เนื่องจากโครงสร้างทางกายวิภาคของหลอดเลือดดำที่เชื่อมต่อกับหลอดเลือดใหญ่ ทำให้เกิดแรงดันเลือดสูงกว่า ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ชายวัยเจริญพันธุ์ และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชายที่มีข้อมูลทางการแพทย์รองรับอย่างชัดเจน
แม้ภาวะเส้นเลือดขอดอัณฑะ จะไม่ใช่โรคร้ายแรงในแง่ของการใช้ชีวิต แต่ผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์นั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตร
น้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์หมายถึงอะไร ?
น้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ หมายถึง ผลการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) พบว่ามีค่าหนึ่งหรือหลายค่าที่อยู่นอกช่วงมาตรฐาน ทำให้ส่งผลต่อภาวะมีบุตรยาก ซึ่งองค์ประกอบหลักที่ใช้ประเมิน ได้แก่
- ปริมาตรน้ำเชื้อ มากกว่าหรือเท่ากับ 2 มิลลิลิตร
- ความหนาแน่นของตัวอสุจิ มากกว่าหรือเท่ากับ 20 ล้านตัวต่อมิลลิลิตรหรือ
- จำนวนอสุจิ มากกว่า หรือเท่ากับ 40 ล้านตัว
- การเคลื่อนไหวของอสุจิ มากกว่า หรือเท่ากับร้อยละ 50 มีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
- รูปร่างอสุจิ อสุจิมีรูปร่างผิดปกติ เช่น หัวผิดรูป หางสั้น หรือหลายหาง อาจส่งผลต่อความสามารถในการเจาะเข้าไข่
หากผลตรวจออกมาว่าเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง โอกาสที่อสุจิจะเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ก็ลดลง และบ่อยครั้งที่สาเหตุของความผิดปกตินี้มาจากภาวะเส้นเลือดขอดที่เกิดขึ้น
นัดพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุมีบุตรยากที่ VFC Center
ทำไมเส้นเลือดขอดอัณฑะทำให้น้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ ?
ปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ ส่งผลต่อกลไกการผลิตน้ำเชื้อ และทำให้คุณภาพน้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ ดังนี้
อุณหภูมิอัณฑะที่สูงขึ้น
กระบวนการสร้างอสุจิ ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส แต่เมื่อเกิดปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ เลือดดำที่มีอุณหภูมิสูงจากร่างกายจะเกิดการไหลย้อนกลับ และคั่งค้างอยู่รอบอัณฑะ ส่งผลให้กลไกการระบายความร้อนบกพร่อง
อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่จำเป็นต่อการสร้างอสุจิ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเซลล์ต้นกำเนิด ทำให้กระบวนการผลิตอสุจิหยุดชะงักหรือด้อยประสิทธิภาพลง
ภาวะความเครียดออกซิเดชัน
การไหลเวียนเลือดที่ไม่ดีทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อได้น้อยลง และเกิดการสะสมของสารอนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species – ROS) สารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายผนังเซลล์อสุจิ และที่ร้ายแรงที่สุดคือทำให้ DNA ของอสุจิเกิดการแตกหัก (DNA Fragmentation) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ แม้ในรายที่จำนวนอสุจิปกติแต่ความสมบูรณ์ภายในกลับบกพร่อง ส่งผลให้ปฏิสนธิยากหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งในระยะเริ่มต้น
การสะสมของสารพิษ
เนื่องจากหลอดเลือดดำของอัณฑะ เชื่อมต่อกับหลอดเลือดดำจากไตโดยตรง เมื่อระบบลิ้นกั้นเลือดเสียไป สารพลอยได้จากกระบวนการทำงานของไตและต่อมหมวกไต เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) จะไหลย้อนกลับลงมาสะสมที่อัณฑะแทนที่จะถูกกำจัดออกไป
สารเหล่านี้มีฤทธิ์เป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ โดยจะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเซลล์สร้างฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ระดับเทสโทสเตอโรนลดลง และส่งผลกระทบทำให้ทั้งปริมาณและคุณภาพอสุจิต่ำลงในระยะยาว
นัดพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุมีบุตรยากที่ VFC Center

สัญญาณเตือนที่ควรเข้ารับการตรวจ เมื่อสงสัยว่าเกิดภาวะเส้นเลือดขอดอัณฑะ
ปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการเจ็บปวดรุนแรง แต่สามารถสังเกตความผิดปกติได้ด้วยตนเอง ดังนี้
- ปวดบริเวณถุงอัณฑะ มักรู้สึกหนักหรือหน่วง โดยเฉพาะหลังจากยืนหรือเดินนาน ๆ หรือในช่วงเย็นของวัน และอาการจะดีขึ้นเมื่อนอนราบ
- คลำเจอเส้นเลือดโป่งพอง หากลองคลำบริเวณเหนือลูกอัณฑะ จะรู้สึกเหมือนมีกลุ่มเส้นเลือดนิ่ม ๆ คล้ายถุงหนอน (Bag of Worms)
- อัณฑะข้างหนึ่งเล็กลง ภาวะเลือดคั่งเรื้อรังอาจส่งผลให้อัณฑะฝ่อตัว (Atrophy) ทำให้ขนาดสองข้างไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด
- ภาวะน้ำเชื้อผิดปกติแต่ไม่มีอาการ หลายรายไม่รู้สึกปวดเลย แต่เมื่อตรวจสุขภาพเพื่อวางแผนมีบุตรกลับพบว่าอสุจิไม่มีคุณภาพ
แนวทางการตรวจวินิจฉัย ทั้งการตรวจร่างกายและการตรวจน้ำเชื้อ
การวินิจฉัยเส้นเลือดขอดอัณฑะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยจะให้ผู้ป่วยยืนหรือเบ่ง เพื่อประเมินการโป่งพองของหลอดเลือด ในบางกรณีอาจใช้การตรวจอัลตราซาวด์เพื่อยืนยันความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด
ควบคู่กันนั้น ยังจะต้องทำการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ เพื่อช่วยประเมินผลกระทบต่อคุณภาพอสุจิอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อทราบทั้งสาเหตุและระดับความรุนแรง แพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
การรักษาด้วยการผ่าตัด Varicocelectomy
ปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ เป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ที่สามารถรักษาให้หายได้ การรักษาตามมาตรฐานคือ การผ่าตัดผูกเส้นเลือดขอดอัณฑะ (Varicocelectomy) เพื่อช่วยให้ระบบการทำงานของอัณฑะกลับมาทำงานได้ตามปกติ
ปัจจุบันเทคโนโลยีที่นิยมและได้ผลดีที่สุดคือ การผ่าตัดผ่านกล้องไมโครสโคป (Microscopic Varicocelectomy) ซึ่งช่วยให้แพทย์เห็นเส้นเลือดขนาดเล็กและท่อน้ำเหลืองได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง และช่วยให้การไหลเวียนเลือดกลับมาปกติ โดยหลังการผ่าตัด พบว่าผู้ป่วย 60-80% มีคุณภาพอสุจิที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนภายใน 3-6 เดือน
นัดพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุมีบุตรยากที่ VFC Center
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คุณภาพน้ำเชื้อยังไม่ดีขึ้นเพียงพอสำหรับการตั้งครรภ์ธรรมชาติ หรือในรายที่มีปัญหาซับซ้อน แพทย์อาจพิจารณาใช้นวัตกรรมช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำ ICSI ร่วมกับการเก็บอสุจิจากลูกอัณฑะ เพื่อคัดเลือกตัวอสุจิที่แข็งแรงที่สุดโดยตรง
การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของน้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ และเลือกแนวทางดูแลรักษาที่ตรงจุดตั้งแต่ต้น คือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คู่สมรสก้าวข้ามความกังวล และเข้าใกล้เป้าหมายของการมีบุตรได้มากขึ้น หากคุณกำลังประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศชายและการมีบุตรยาก สามารถเข้ามาปรึกษาและวางแผนการรักษาได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ของเรา พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณในทุกขั้นตอน
บทความโดย แพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ (FAQs)
หากไม่มีอาการปวด จำเป็นต้องรักษาเส้นเลือดขอดอัณฑะหรือไม่ ?
แม้ไม่มีอาการปวด แต่หากตรวจพบว่าน้ำเชื้อมีความผิดปกติและสัมพันธ์กับเส้นเลือดขอดอัณฑะ แพทย์อาจแนะนำให้รักษา เนื่องจากภาวะนี้สามารถส่งผลต่อคุณภาพอสุจิในระยะยาวได้
ผู้มีปัญหาของเส้นเลือดขอดอัณฑะ ทุกคนจะทำให้มีบุตรยากหรือไม่ ?
ไม่ใช่ทุกคนที่มีภาวะเส้นเลือดขอดอัณฑะแล้วจะมีภาวะมีบุตรยาก แต่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่ตรวจพบว่าน้ำเชื้อไม่ผ่านเกณฑ์ร่วมด้วย
หลังผ่าตัดเส้นเลือดขอดอัณฑะ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผลเรื่องคุณภาพอสุจิ ?
โดยทั่วไป การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอสุจิจะเริ่มเห็นได้ภายในประมาณ 3 เดือน และชัดเจนมากขึ้นในช่วง 6 เดือนหลังการรักษา ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพร่างกายและความรุนแรงของโรคในแต่ละราย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.