Key takeaway / Summary of topic answer
การเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่มีภาวะช็อกโกแลตซีสต์จำเป็นต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการจัดการเรื่องหยุดยาก่อนการกระตุ้นไข่ เพื่อให้รังไข่กลับมาทำงานได้ตามปกติและตอบสนองต่อการทำ ICSI ได้อย่างเต็มที่ การปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดระยะเวลาหยุดยาที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มคุณภาพไข่และโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์
การวางแผนตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับทุกคู่รัก โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ (Endometrioma) แม้จะไม่ใช่ภาวะที่รุนแรง แต่ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจกระทบต่อโอกาสตั้งครรภ์และการรักษาด้วยการกระตุ้นไข่ การเข้าใจว่าควรทานยารักษาช็อกโกแลตซีสต์อย่างไรและควรหยุดยาตอนไหนก่อนเริ่มกระบวนการกระตุ้นไข่เพื่อเตรียมตั้งครรภ์ จะช่วยเตรียมความพร้อมของทั้งร่างกายและจิตใจให้รู้สึกมั่นใจในการมีบุตรยิ่งขึ้น
ช็อกโกแลตซีสต์คืออะไร มีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร ?
ช็อกโกแลตซีสต์ (Endometrioma หรือ Chocolate Cyst) เป็นซีสต์ในรังไข่ที่ประกอบด้วยเลือดเก่าค้างอยู่ภายใน มักพบในผู้ที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก โดยช็อกโกแลตซีสต์มีลักษณะเป็นถุงเลือดในรังไข่ลักษณะคล้าย “ช็อกโกแลตเหลว” มักก่อให้เกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ทำให้การทำงานของรังไข่ผิดปกติในระยะยาว แม้ว่าช็อกโกแลตซีสต์จะไม่ได้ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ในทุกราย แต่ก็อาจทำให้เกิดภาวะเหล่านี้
- คุณภาพและโครงสร้างของรังไข่ลดลง : ซีสต์ที่โตขึ้นอาจไปเบียดบังเนื้อเยื่อรังไข่ปกติ ทำลายปริมาณไข่สำรอง (Ovarian Reserve) ให้ลดน้อยลง
- ขัดขวางจังหวะการตกไข่ : สารอักเสบที่เกิดจากซีสต์อาจส่งผลต่อคุณภาพของไข่ หรือทำให้ไข่ไม่ได้รับสัญญาณฮอร์โมนที่ถูกต้องในการตกตามรอบ
- พังผืดในอุ้งเชิงกราน : ช็อกโกแลตซีสต์มักมาพร้อมกับพังผืด ซึ่งอาจไปรัดท่อนำไข่ให้ตีบ หรือบิดเบี้ยว ทำให้ไข่และอสุจิเดินทางมาเจอกันได้ยากขึ้น
- สภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการฝังตัว : ภาวะอักเสบเรื้อรังในอุ้งเชิงกรานอาจทำให้มดลูกมีความซับซ้อนในการรับตัวอ่อนเพื่อฝังตัว
ด้วยเหตุนี้ การวางแผนรักษาและเตรียมตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่มีช็อกโกแลตซีสต์ จึงต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดและเป็นรายบุคคล
ปรึกษาผลกระทบของช็อกโกแลตซีสต์ต่อการเตรียมตั้งครรภ์ ได้ที่ VFC Center

ทำไมต้อง “หยุดยา” ก่อนเข้าสู่กระบวนการทำ ICSI ?
สำหรับผู้ที่ตรวจพบซีสต์และยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ แพทย์มักแนะนำให้ทานยารักษาช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นยากลุ่มฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิด ยากลุ่มโปรเจสเตอโรนเดี่ยว หรือฉีดฮอร์โมนกดการทำงานของรังไข่ ซึ่งยาเหล่านี้มีหน้าที่หลักในการกดไม่ให้มีรอบเดือน เพื่อลดความเจ็บปวดและป้องกันไม่ให้ซีสต์ขยายขนาดใหญ่ขึ้น
และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเตรียมตั้งครรภ์ด้วยการทำ ICSI จำเป็นต้องมีการฉีดยากระตุ้นไข่ เพื่อให้รังไข่ผลิตไข่ออกมาหลายใบในรอบเดียว การใช้ยารักษาซีสต์ที่มีฤทธิ์ไปยับยั้งการทำงานของรังไข่ จึงเป็นเหมือนวิธีตรงกันข้าม ดังนั้น หากไม่วางแผนการหยุดยาก่อนทำการกระตุ้นไข่ที่ถูกต้อง จะทำให้รังไข่ไม่สามารถตอบสนองต่อยาฉีดกระตุ้นไข่ได้และทำให้การรักษาล้มเหลว แพทย์จึงต้องกำกับดูแลจังหวะการหยุดยาอย่างแม่นยำเพื่อให้รังไข่ตื่นตัวและพร้อมรับการกระตุ้นอีกครั้ง
ควรหยุดยากี่เดือนก่อนตั้งครรภ์ ?
คำถามยอดนิยมของผู้ที่เตรียมตั้งครรภ์คือ “ควรหยุดทานยารักษาช็อกโกแลตซีสต์กี่เดือนก่อนเริ่มพยายามตั้งครรภ์” ซึ่งระยะเวลาในการหยุดยาก่อนเริ่มกระบวนการกระตุ้นไข่นั้นไม่มีสูตรตายตัว เนื่องจากจะขึ้นอยู่กับชนิดของยาและดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งการหยุดยาอย่างถูกต้องจะช่วยให้ระบบฮอร์โมนกลับสู่สมดุลและส่งผลดีต่อคุณภาพไข่ในรอบที่ตั้งครรภ์จริง
1. กรณีทานยารักษาช็อกโกแลตซีสต์กลุ่มฮอร์โมนทั่วไป
หากทานยาคุมกำเนิด หรือยาฮอร์โมนชนิดเม็ด แพทย์มักแนะนำให้หยุดยาก่อนเริ่มรอบเดือนที่จะทำการกระตุ้นไข่ประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้ระดับฮอร์โมนธรรมชาติในร่างกายกลับสู่สภาวะสมดุลและเพื่อให้แพทย์เห็นลักษณะของรอบเดือนที่แท้จริงก่อนเริ่มการรักษา
2. กรณียากดฮอร์โมนชนิดฉีด
ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์สะสมในร่างกายและออกฤทธิ์ยาวนานกว่าชนิดทาน บางรายอาจต้องรอเวลานานกว่า 3-6 เดือน หลังจากเข็มสุดท้าย เพื่อให้รังไข่กลับมาทำงานตามปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทาง
ข้อควรระวัง : ไม่ควรหยุดยาเองโดยพลการ เพราะอาจทำให้ช็อกโกแลตซีสต์อักเสบ หรือโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนร่วมกัน
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อวางแผนหยุดยาและเตรียมตั้งครรภ์

เตรียมตั้งครรภ์อย่างเป็นระบบ
แม้จะมีอุปสรรคเรื่องช็อกโกแลตซีสต์ แต่เพื่อให้การทำ ICSI มีโอกาสสำเร็จสูงสุด ควรปฏิบัติตามแนวทางนี้
1. ดูแลโภชนาการและไลฟ์สไตล์
ช็อกโกแลตซีสต์ คือโรคที่เกี่ยวกับความอักเสบ จึงควรเน้นทานอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ เช่น ผักใบเขียว อาหารที่มีโอเมก้า 3 อย่างปลาทะเล และหลีกเลี่ยงน้ำตาล หรืออาหารแปรรูปที่กระตุ้นการอักเสบ เพื่อช่วยบำรุงคุณภาพของไข่ตั้งแต่ระดับเซลล์
2. ตรวจเช็กปริมาณไข่ตั้งต้น
ก่อนเริ่มกระบวนการรักษา แพทย์จะทำการอัลตราซาวด์ดูจำนวนไข่ตั้งต้น (AFC) หรือการตรวจวัดจำนวนถุงไข่ใบเล็กที่สะสมอยู่ในรังไข่ของฝ่ายหญิง เพื่อประเมินความพร้อมและปริมาณไข่สำรองที่มีอยู่ในขณะนั้น รวมถึงอาจเจาะเลือดตรวจค่า AMH เพื่อประเมินว่าช็อกโกแลตซีสต์ไปทำลายพื้นที่รังไข่มากน้อยเพียงใด ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์กำหนดปริมาณยากระตุ้นไข่ได้อย่างเหมาะสม
3. วางแผนหยุดยาและเริ่มกระตุ้นไข่ที่แม่นยำ
การสื่อสารกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์อย่างใกล้ชิด ในเรื่องประวัติการทานยาจะช่วยให้กำหนดเวลาในการหยุดยาได้อย่างแม่นยำที่สุด เพื่อให้รอบการกระตุ้นไข่ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์และได้ไข่ที่มีคุณภาพ
ก่อนจะเริ่มหยุดยา หรือวางแผนกระตุ้นไข่ ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการเช็กความพร้อมของร่างกายอย่างละเอียด เพื่อประเมินโอกาสความสำเร็จและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้กับ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ที่ให้บริการตรวจร่างกายก่อนมีบุตรและช่วยประเมินความพร้อมของท่อนำไข่ รังไข่ ฮอร์โมน รวมถึงปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดก่อนเริ่มตั้งครรภ์ โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อก้าวสู่การตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ
บทความโดย แพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทานยารักษาช็อกโกแลตซีสต์และการเตรียมตั้งครรภ์ (FAQs)
ถ้าไม่หยุดยารักษาช็อกโกแลตซีสต์ก่อนเริ่มฉีดยากระตุ้นไข่ จะส่งผลเสียอย่างไร ?
หากไม่หยุดยาตามจังหวะที่ถูกต้อง ฤทธิ์ของยารักษาซีสต์จะไปต้านกับยากระตุ้นไข่ ทำให้รังไข่ไม่ตอบสนอง ถุงไข่ไม่เติบโตตามเป้าหมาย ส่งผลให้ได้จำนวนไข่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น หรืออาจต้องยกเลิกวงจรการรักษาในรอบนั้นไปเลย ซึ่งทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
ระหว่างที่หยุดยาเพื่อรอการกระตุ้นไข่ มีโอกาสที่ซีสต์จะโตขึ้นจนอันตรายไหม ?
มีโอกาสที่ซีสต์จะโตขึ้นได้ เนื่องจากกลับมามีรอบเดือนตามปกติ แพทย์จึงต้องนัดติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อเริ่มกระบวนการกระตุ้นไข่ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดก่อนที่ซีสต์จะส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรังไข่มากเกินไป

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.