เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

เทคนิค OMM แก้ปัญหาภาวะไข่ไม่สุก เตรียมพร้อมก่อนทำ ICS

แพทย์ใช้แบบจำลองอธิบายภาวะไข่ไม่สุกและผลกระทบให้คนไข้เข้าใจ

Table of Contents

การใช้เทคนิค OMM (Oocyte Maturation Media) คือวิธีการเลี้ยงไข่ให้สุกในห้องปฏิบัติการ โดยใช้น้ำยาเพาะเลี้ยงพิเศษที่เรียกว่า OMM (Oocyte Maturation Medium) เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีปัญหาไข่ไม่สุกหรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เทคนิค OMM เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ไข่ที่ยังไม่สุกสามารถพัฒนาได้เต็มที่และพร้อมสำหรับการปฏิสนธิ เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น นอกจากนี้ควรใช้ร่วมกับการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดและเพิ่มโอกาสในการฝังตัวในมดลูก ทำให้การสร้างครอบครัวของคุณสมบูรณ์แบบและประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

การตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นจากขั้นตอนที่สำคัญ นั่นคือการเตรียมไข่ให้พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ เพราะภาวะไข่ไม่สุกหรือไข่ที่ไม่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิอาจลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ ทำให้คู่สมรสต้องเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก นอกจากจะเตรียมไข่ให้พร้อมสำหรับการปฏิสนธิด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินบำรุงไข่และดูแลสุขภาพโดยรวมแล้ว ปัจจุบัน ยังมีเทคนิค OMM (Oocyte Maturation Media) เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเลี้ยงไข่ให้สุกในห้องปฏิบัติการเพื่อให้สามารถปฏิสนธิได้ในที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระตุ้นฮอร์โมนมากเกินไปและหลีกเลี่ยงภาวะ OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) ที่อาจเกิดจากการกระตุ้นไข่แบบธรรมดาด้วย

รู้จักภาวะไข่สุก ปัจจัยสำคัญของการตั้งครรภ์

ภาวะไข่สุก (oocyte maturation) คือไข่ที่มีพัฒนาการเต็มที่ ทั้งในด้านโครงสร้างนิวเคลียสและไซโทพลาซึมจนถึงระยะ Metaphase II (MII) ซึ่งเป็นสถานะที่ไข่สามารถปฏิสนธิกับอสุจิได้ และมีโอกาสพัฒนาเป็นตัวอ่อนที่มีคุณภาพสูงสุด การประเมินภาวะไข่สุกจึงเป็นกุญแจสำคัญในทุกกระบวนการตั้งครรภ์ ทั้งธรรมชาติและการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ความแตกต่างของภาวะไข่สุกและไข่ตก

  • ภาวะไข่สุก คือสภาวะของเซลล์ไข่ที่เกิดขึ้นก่อนการตกไข่ โดยไข่ต้องมีพัฒนาการที่เหมาะสมเพื่อให้ปฏิสนธิได้ หากไข่ยังไม่สุกเต็มที่ แม้จะตกออกมาและเกิดการปฏิสนธิ ก็มีโอกาสที่จะไม่เกิดการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน
  • ภาวะไข่ตก (Ovulation) คือเหตุการณ์ที่รังไข่ปล่อยไข่ออกจาก Follicle ไปสู่ท่อนำไข่ตามวงจรปกติของรอบเดือน โดยผ่านสัญญาณฮอร์โมนที่ซับซ้อนก่อน ซึ่งสามารถนับวันตกไข่ก่อนมีเพศสัมพันธ์เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้

จากความแตกต่างของภาวะไข่ตกและไข่สุก สะท้อนให้เห็นไข่ที่สุกอย่างสมบูรณ์จึงเป็นพื้นฐานของการตั้งครรภ์ที่สำเร็จ ช่วยให้การปฏิสนธิและพัฒนาตัวอ่อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ปรึกษาสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เพื่อวางแผนเพิ่มคุณภาพไข่

ภาวะไข่ไม่สุกส่งผลอย่างไรต่อการตั้งครรภ์และรักษาภาวะมีบุตรยาก

กรณีที่ไข่ตกแต่ไข่ไม่สุก อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการตั้งครรภ์ในหลายองค์ประกอบ แบ่งออกเป็นผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติและการใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ ดังนี้

ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ

  • อัตราการปฏิสนธิลดลง เนื่องจากปัจจัยทางชีวภาพของไข่ยังไม่พร้อมเท่าที่ควร
  • ตัวอ่อนมีความผิดปกติด้านโครโมโซม เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแท้งหรือตัวอ่อนมีพัฒนาการผิดปกติ
  • อัตราการฝังตัวต่ำ ทำให้การตั้งครรภ์ไม่ประสบความสำเร็จ

ผลกระทบต่อการรักษาภาวะมีบุตรยาก

  • ลดประสิทธิภาพการทำ ICSIทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร หรือบางกรณี จะไม่สามารถนำมาใช้ทำ ICSI ได้
  • เพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) จากการกระตุ้นรังไข่ที่มากเกินไป ส่งผลให้ท้องอืด แน่นท้อง และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายได้

ความหมาย ขั้นตอน และข้อดีของการเลี้ยงไข่ให้สุกด้วยเทคนิค OMM

เทคนิค OMM เลี้ยงไข่ให้สุกนอกร่างกาย เพื่อเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จ พร้อมสำหรับการทำ ICSI

ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เป้าหมายสูงสุดที่เราต้องการคือการได้ “ไข่สุก” หรือระยะ MII (Metaphase II) ซึ่งเป็นระยะเดียวที่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิกับอสุจิ แต่ในความเป็นจริง วันที่ทำการเก็บไข่ (Oocyte Retrieval) ไม่ใช่ไข่ทุกใบจะสุกพร้อมกัน บางครั้งเราอาจพบกับ “ไข่อ่อน” (Immature Oocytes) ปะปนออกมาด้วย ซึ่งในอดีตไข่กลุ่มนี้มักจะถูกคัดทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

เทคนิค OMM(Oocyte Maturation Medium) คือนวัตกรรมการเลี้ยงไข่ให้สุกนอกร่างกาย หรือที่เรียกว่า “Rescue-IVM” (Rescue In Vitro Maturation) ซึ่งเป็นกระบวนการ “กู้คืน” โอกาสจากไข่อ่อนที่เก็บได้ ให้สามารถพัฒนาจนกลายเป็นไข่ที่สุกสมบูรณ์และมีศักยภาพสูงในห้องปฏิบัติการ ก่อนจะนำไปผสมกับอสุจิ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิและพัฒนาเป็นตัวอ่อน

ขั้นตอนของเทคนิค OMM ในการเลี้ยงไข่ให้สุก

  1. ทีมแพทย์จะทำการเก็บไข่ในทุกระยะอย่างระมัดระวังที่สุด ทั้งไข่ที่สุกสมบูรณ์ในระยะ Metaphase II (MII) และไข่ระยะก่อนสุกในระยะ Germinal Vesicle (GV) หรือ Metaphase I (MI) จากนั้นจะนำไข่ทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและประเมินคุณภาพในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีบุตรให้ได้มากที่สุดในทุกรอบการรักษา
  2. เพาะเลี้ยงในน้ำยา OMMซึ่งออกแบบมาให้มีสารอาหาร ฮอร์โมน และ Growth Factors เลียนแบบสภาวะภายในรังไข่ เพื่อกระตุ้นให้ไข่เกิดการพัฒนาทั้งด้านนิวเคลียสและไซโทพลาสซึมไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ไข่ “สุก” อย่างสมบูรณ์พร้อมสำหรับการทำ ICSI
  3. นักวิทยาศาสตร์ตรวจดูภาวะของไข่หลังการเพาะเลี้ยงประมาณ 24-48 ชั่วโมง เพื่อเช็กว่าไข่สุกตามแผนที่วางไว้หรือไม่
  4. นำไข่ที่สุกแล้วมาใช้ในกระบวนการปฏิสนธิกับอสุจิผ่านวิธี ICSI เพื่อสร้างตัวอ่อนและนำไปย้ายฝังกลับเข้าสู่โพรงมดลูกต่อไป

ข้อดีของการใช้เทคนิค OMM ในการเลี้ยงไข่ให้สุก

  • ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป เนื่องจากมีการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นไข่ในปริมาณน้อยมากหรือบางกรณี อาจไม่ต้องใช้เลย
  • ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ยากระตุ้นไข่ ประหยัดเวลาในการไปพบแพทย์ และฝ่ายหญิงไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีดยากระตุ้นไข่ซ้ำหลายครั้ง
  • ปกติแล้ว หากเก็บไข่ออกมาแล้วเจอภาวะไข่ไม่สุก แพทย์มักต้องทิ้งไข่นั้นไป แต่เทคนิค OMM ช่วยเลี้ยงไข่ให้สุกแล้วสามารถนำไข่เหล่านั้นใช้งานได้
  • สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งและต้องรีบให้คีโม เทคนิคนี้ช่วยให้เก็บไข่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบเดือนและไม่ต้องฉีดฮอร์โมนที่อาจกระตุ้นเซลล์มะเร็งบางชนิด

เทคนิค OMM เหมาะกับใครบ้าง ?

  • ผู้ที่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งมักมีไข่ใบเล็ก ๆ จำนวนมากและเสี่ยงต่อภาวะ OHSS สูง
  • ผู้ที่เคยพบภาวะไข่ไม่สุกจากการทำเด็กหลอดแก้วครั้งก่อน
  • ผู้ที่มีไข่โตไม่พร้อมกัน (Unsynchronized Follicles) ช่วยกู้คืนไข่ใบเล็กที่เก็บมาพร้อมใบใหญ่ให้กลับมาใช้งานได้
  • ผู้ที่มีจำนวนไข่สำรองมาก แต่ไข่เหล่านั้นมีความละเอียดอ่อนและไม่ตอบสนองต่อยากระตุ้นเท่าที่ควร
  • กลุ่มผู้ที่มีไข่น้อย (Poor Prognosis) เพื่อให้ไข่ทุกใบที่มีอยู่ถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด

มีภาวะไข่ไม่สุก ทำ ICSI ไม่สำเร็จ รับคำปรึกษาได้ที่ VFC Center

แบบจำลองไข่ในรังไข่ที่มีภาวะไข่ไม่สุก

เช็กคุณภาพตัวอ่อนหลังปฏิสนธิด้วยการตรวจโครโมโซม

หลังจากกระบวนการปฏิสนธิด้วยเทคนิค ICSI เสร็จสมบูรณ์และได้ตัวอ่อนที่แข็งแรงแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่ทีมแพทย์แนะนำลำดับถัดไปคือ “การตรวจเช็กความสมบูรณ์ของโครโมโซมตัวอ่อน” ซึ่งเปรียบเสมือนการคัดกรองความพร้อมขั้นสูงสุด โดยในปัจจุบันมีเทคนิคการตรวจที่ทันสมัยและแม่นยำหลายวิธี ดังนี้

  • การตรวจ PGT-A (SNP-Based)
  • การตรวจ PGT-A (CNV-Based)
  • การตรวจ PGT-M

วิธีการเหล่านี้จะช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครงสร้างทางพันธุกรรมที่สมบูรณ์ที่สุด ส่งผลดีต่อการตั้งครรภ์ ดังนี้

  • เพิ่มโอกาสตัวอ่อนฝังตัวในโพรงมดลูกได้สำเร็จ
  • ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแท้ง
  • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคทางพันธุกรรมในทารก เช่น ดาวน์ซินโดรม ฮีโมฟีเลีย ธาลัสซีเมีย
  • ช่วยวางแผนการตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น กรณีไม่ได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์มากพอ อาจพิจารณาเริ่มทำ ICSI รอบถัดไปได้เลย

การใช้เทคนิค OMM เพื่อเลี้ยงเซลล์ไข่ให้สุก เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่พบปัญหาเซลล์ไข่มีพัฒนาการไม่สมบูรณ์ หรือในกรณีที่รังไข่ตอบสนองต่อยาไม่เต็มที่ โดยกระบวนการนี้ช่วยสนับสนุนให้เซลล์ไข่มีโอกาสพัฒนาจนพร้อมสำหรับการปฏิสนธิและการฝังตัว ซึ่งอาจช่วยส่งเสริมให้การทำ ICSI มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

วางแผนรักษาภาวะมีบุตรยากตั้งแต่วันแรกที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ดูแลคุณทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บไข่ไปจนถึงการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อการตั้งครรภ์และมีบุตรที่ราบรื่นตามแผนที่คุณวางไว้

 

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิค OMM เลี้ยงไข่ให้สุกและภาวะไข่ไม่สุก (FAQs)

A : ช่วยได้จริง เพราะเทคนิค OMM เป็นวิธีเลี้ยงไข่ให้สุกที่ลดการใช้ยากระตุ้นไข่ในปริมาณมาก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะ OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) ที่เกิดจากการกระตุ้นไข่มากเกินไป

A : การใช้เทคนิค OMM ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ยากระตุ้นไข่ในปริมาณสูง และยังช่วยให้ไข่ที่ไม่สุกสามารถนำมาใช้ในกระบวนการ ICSI ได้ด้วย

A : มีผลข้างเคียงน้อยเพราะใช้ฮอร์โมนกระตุ้นไข่ในปริมาณน้อยหรือไม่ใช้เลย ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระตุ้นไข่มากเกินไป

A : ภาวะไข่ไม่สุกสามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจสุขภาพและการตรวจคุณภาพไข่ในห้องปฏิบัติการ ควรวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แม่นยำและรักษาภาวะมีบุตรยากได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

A doctor will tell you the treatments for a blighted ovum

ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชวิทยาและเวชศาตร์การเจริญพันธ์ุ

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.