การใช้เทคนิค OMM (Oocyte Maturation Media) คือวิธีการเลี้ยงไข่ให้สุกในห้องปฏิบัติการ โดยใช้น้ำยาเพาะเลี้ยงพิเศษที่เรียกว่า OMM (Oocyte Maturation Medium) เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีปัญหาไข่ไม่สุกหรือปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เทคนิค OMM เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ไข่ที่ยังไม่สุกสามารถพัฒนาได้เต็มที่และพร้อมสำหรับการปฏิสนธิ เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น นอกจากนี้ควรใช้ร่วมกับการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีที่สุดและเพิ่มโอกาสในการฝังตัวในมดลูก ทำให้การสร้างครอบครัวของคุณสมบูรณ์แบบและประสบความสำเร็จได้ในที่สุด
การตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นจากขั้นตอนที่สำคัญ นั่นคือการเตรียมไข่ให้พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ เพราะภาวะไข่ไม่สุกหรือไข่ที่ไม่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิอาจลดโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ ทำให้คู่สมรสต้องเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก นอกจากจะเตรียมไข่ให้พร้อมสำหรับการปฏิสนธิด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินบำรุงไข่และดูแลสุขภาพโดยรวมแล้ว ปัจจุบัน ยังมีเทคนิค OMM (Oocyte Maturation Media) เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเลี้ยงไข่ให้สุกในห้องปฏิบัติการเพื่อให้สามารถปฏิสนธิได้ในที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระตุ้นฮอร์โมนมากเกินไปและหลีกเลี่ยงภาวะ OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) ที่อาจเกิดจากการกระตุ้นไข่แบบธรรมดาด้วย
รู้จักภาวะไข่สุก ปัจจัยสำคัญของการตั้งครรภ์
ภาวะไข่สุก (oocyte maturation) คือไข่ที่มีพัฒนาการเต็มที่ ทั้งในด้านโครงสร้างนิวเคลียสและไซโทพลาซึมจนถึงระยะ Metaphase II (MII) ซึ่งเป็นสถานะที่ไข่สามารถปฏิสนธิกับอสุจิได้ และมีโอกาสพัฒนาเป็นตัวอ่อนที่มีคุณภาพสูงสุด การประเมินภาวะไข่สุกจึงเป็นกุญแจสำคัญในทุกกระบวนการตั้งครรภ์ ทั้งธรรมชาติและการรักษาภาวะมีบุตรยาก
ความแตกต่างของภาวะไข่สุกและไข่ตก
- ภาวะไข่สุก คือสภาวะของเซลล์ไข่ที่เกิดขึ้นก่อนการตกไข่ โดยไข่ต้องมีพัฒนาการที่เหมาะสมเพื่อให้ปฏิสนธิได้ หากไข่ยังไม่สุกเต็มที่ แม้จะตกออกมาและเกิดการปฏิสนธิ ก็มีโอกาสที่จะไม่เกิดการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน
- ภาวะไข่ตก (Ovulation) คือเหตุการณ์ที่รังไข่ปล่อยไข่ออกจาก Follicle ไปสู่ท่อนำไข่ตามวงจรปกติของรอบเดือน โดยผ่านสัญญาณฮอร์โมนที่ซับซ้อนก่อน ซึ่งสามารถนับวันตกไข่ก่อนมีเพศสัมพันธ์เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้
จากความแตกต่างของภาวะไข่ตกและไข่สุก สะท้อนให้เห็นไข่ที่สุกอย่างสมบูรณ์จึงเป็นพื้นฐานของการตั้งครรภ์ที่สำเร็จ ช่วยให้การปฏิสนธิและพัฒนาตัวอ่อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ปรึกษาสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เพื่อวางแผนเพิ่มคุณภาพไข่
ภาวะไข่ไม่สุกส่งผลอย่างไรต่อการตั้งครรภ์และรักษาภาวะมีบุตรยาก
กรณีที่ไข่ตกแต่ไข่ไม่สุก อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการตั้งครรภ์ในหลายองค์ประกอบ แบ่งออกเป็นผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติและการใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ ดังนี้
ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ
- อัตราการปฏิสนธิลดลง เนื่องจากปัจจัยทางชีวภาพของไข่ยังไม่พร้อมเท่าที่ควร
- ตัวอ่อนมีความผิดปกติด้านโครโมโซม เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแท้งหรือตัวอ่อนมีพัฒนาการผิดปกติ
- อัตราการฝังตัวต่ำ ทำให้การตั้งครรภ์ไม่ประสบความสำเร็จ
ผลกระทบต่อการรักษาภาวะมีบุตรยาก
- ลดประสิทธิภาพการทำ ICSIทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร หรือบางกรณี จะไม่สามารถนำมาใช้ทำ ICSI ได้
- เพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) จากการกระตุ้นรังไข่ที่มากเกินไป ส่งผลให้ท้องอืด แน่นท้อง และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายได้

เทคนิค OMM เลี้ยงไข่ให้สุกนอกร่างกาย เพื่อเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จ พร้อมสำหรับการทำ ICSI
ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เป้าหมายสูงสุดที่เราต้องการคือการได้ “ไข่สุก” หรือระยะ MII (Metaphase II) ซึ่งเป็นระยะเดียวที่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิกับอสุจิ แต่ในความเป็นจริง วันที่ทำการเก็บไข่ (Oocyte Retrieval) ไม่ใช่ไข่ทุกใบจะสุกพร้อมกัน บางครั้งเราอาจพบกับ “ไข่อ่อน” (Immature Oocytes) ปะปนออกมาด้วย ซึ่งในอดีตไข่กลุ่มนี้มักจะถูกคัดทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
เทคนิค OMM(Oocyte Maturation Medium) คือนวัตกรรมการเลี้ยงไข่ให้สุกนอกร่างกาย หรือที่เรียกว่า “Rescue-IVM” (Rescue In Vitro Maturation) ซึ่งเป็นกระบวนการ “กู้คืน” โอกาสจากไข่อ่อนที่เก็บได้ ให้สามารถพัฒนาจนกลายเป็นไข่ที่สุกสมบูรณ์และมีศักยภาพสูงในห้องปฏิบัติการ ก่อนจะนำไปผสมกับอสุจิ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิและพัฒนาเป็นตัวอ่อน
ขั้นตอนของเทคนิค OMM ในการเลี้ยงไข่ให้สุก
- ทีมแพทย์จะทำการเก็บไข่ในทุกระยะอย่างระมัดระวังที่สุด ทั้งไข่ที่สุกสมบูรณ์ในระยะ Metaphase II (MII) และไข่ระยะก่อนสุกในระยะ Germinal Vesicle (GV) หรือ Metaphase I (MI) จากนั้นจะนำไข่ทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและประเมินคุณภาพในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีบุตรให้ได้มากที่สุดในทุกรอบการรักษา
- เพาะเลี้ยงในน้ำยา OMMซึ่งออกแบบมาให้มีสารอาหาร ฮอร์โมน และ Growth Factors เลียนแบบสภาวะภายในรังไข่ เพื่อกระตุ้นให้ไข่เกิดการพัฒนาทั้งด้านนิวเคลียสและไซโทพลาสซึมไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ไข่ “สุก” อย่างสมบูรณ์พร้อมสำหรับการทำ ICSI
- นักวิทยาศาสตร์ตรวจดูภาวะของไข่หลังการเพาะเลี้ยงประมาณ 24-48 ชั่วโมง เพื่อเช็กว่าไข่สุกตามแผนที่วางไว้หรือไม่
- นำไข่ที่สุกแล้วมาใช้ในกระบวนการปฏิสนธิกับอสุจิผ่านวิธี ICSI เพื่อสร้างตัวอ่อนและนำไปย้ายฝังกลับเข้าสู่โพรงมดลูกต่อไป
ข้อดีของการใช้เทคนิค OMM ในการเลี้ยงไข่ให้สุก
- ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป เนื่องจากมีการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นไข่ในปริมาณน้อยมากหรือบางกรณี อาจไม่ต้องใช้เลย
- ลดค่าใช้จ่ายในการใช้ยากระตุ้นไข่ ประหยัดเวลาในการไปพบแพทย์ และฝ่ายหญิงไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีดยากระตุ้นไข่ซ้ำหลายครั้ง
- ปกติแล้ว หากเก็บไข่ออกมาแล้วเจอภาวะไข่ไม่สุก แพทย์มักต้องทิ้งไข่นั้นไป แต่เทคนิค OMM ช่วยเลี้ยงไข่ให้สุกแล้วสามารถนำไข่เหล่านั้นใช้งานได้
- สำหรับผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งและต้องรีบให้คีโม เทคนิคนี้ช่วยให้เก็บไข่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบเดือนและไม่ต้องฉีดฮอร์โมนที่อาจกระตุ้นเซลล์มะเร็งบางชนิด
เทคนิค OMM เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งมักมีไข่ใบเล็ก ๆ จำนวนมากและเสี่ยงต่อภาวะ OHSS สูง
- ผู้ที่เคยพบภาวะไข่ไม่สุกจากการทำเด็กหลอดแก้วครั้งก่อน
- ผู้ที่มีไข่โตไม่พร้อมกัน (Unsynchronized Follicles) ช่วยกู้คืนไข่ใบเล็กที่เก็บมาพร้อมใบใหญ่ให้กลับมาใช้งานได้
- ผู้ที่มีจำนวนไข่สำรองมาก แต่ไข่เหล่านั้นมีความละเอียดอ่อนและไม่ตอบสนองต่อยากระตุ้นเท่าที่ควร
- กลุ่มผู้ที่มีไข่น้อย (Poor Prognosis) เพื่อให้ไข่ทุกใบที่มีอยู่ถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด
มีภาวะไข่ไม่สุก ทำ ICSI ไม่สำเร็จ รับคำปรึกษาได้ที่ VFC Center

เช็กคุณภาพตัวอ่อนหลังปฏิสนธิด้วยการตรวจโครโมโซม
หลังจากกระบวนการปฏิสนธิด้วยเทคนิค ICSI เสร็จสมบูรณ์และได้ตัวอ่อนที่แข็งแรงแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่ทีมแพทย์แนะนำลำดับถัดไปคือ “การตรวจเช็กความสมบูรณ์ของโครโมโซมตัวอ่อน” ซึ่งเปรียบเสมือนการคัดกรองความพร้อมขั้นสูงสุด โดยในปัจจุบันมีเทคนิคการตรวจที่ทันสมัยและแม่นยำหลายวิธี ดังนี้
- การตรวจ PGT-A (SNP-Based)
- การตรวจ PGT-A (CNV-Based)
- การตรวจ PGT-M
วิธีการเหล่านี้จะช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครงสร้างทางพันธุกรรมที่สมบูรณ์ที่สุด ส่งผลดีต่อการตั้งครรภ์ ดังนี้
- เพิ่มโอกาสตัวอ่อนฝังตัวในโพรงมดลูกได้สำเร็จ
- ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแท้ง
- ลดความเสี่ยงการเกิดโรคทางพันธุกรรมในทารก เช่น ดาวน์ซินโดรม ฮีโมฟีเลีย ธาลัสซีเมีย
- ช่วยวางแผนการตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น กรณีไม่ได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์มากพอ อาจพิจารณาเริ่มทำ ICSI รอบถัดไปได้เลย
การใช้เทคนิค OMM เพื่อเลี้ยงเซลล์ไข่ให้สุก เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ที่พบปัญหาเซลล์ไข่มีพัฒนาการไม่สมบูรณ์ หรือในกรณีที่รังไข่ตอบสนองต่อยาไม่เต็มที่ โดยกระบวนการนี้ช่วยสนับสนุนให้เซลล์ไข่มีโอกาสพัฒนาจนพร้อมสำหรับการปฏิสนธิและการฝังตัว ซึ่งอาจช่วยส่งเสริมให้การทำ ICSI มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
วางแผนรักษาภาวะมีบุตรยากตั้งแต่วันแรกที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ดูแลคุณทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บไข่ไปจนถึงการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน เพื่อการตั้งครรภ์และมีบุตรที่ราบรื่นตามแผนที่คุณวางไว้
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิค OMM เลี้ยงไข่ให้สุกและภาวะไข่ไม่สุก (FAQs)
Q : เทคนิค OMM ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะ OHSS ได้จริงหรือไม่ ?
A : ช่วยได้จริง เพราะเทคนิค OMM เป็นวิธีเลี้ยงไข่ให้สุกที่ลดการใช้ยากระตุ้นไข่ในปริมาณมาก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะ OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) ที่เกิดจากการกระตุ้นไข่มากเกินไป
Q : เทคนิค OMM ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำ ICSI หรือไม่ ?
A : การใช้เทคนิค OMM ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ยากระตุ้นไข่ในปริมาณสูง และยังช่วยให้ไข่ที่ไม่สุกสามารถนำมาใช้ในกระบวนการ ICSI ได้ด้วย
Q : เทคนิค OMM มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?
A : มีผลข้างเคียงน้อยเพราะใช้ฮอร์โมนกระตุ้นไข่ในปริมาณน้อยหรือไม่ใช้เลย ช่วยลดความเสี่ยงจากการกระตุ้นไข่มากเกินไป
Q : จะรู้ได้อย่างไรว่ามีภาวะไข่ไม่สุก ?
A : ภาวะไข่ไม่สุกสามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจสุขภาพและการตรวจคุณภาพไข่ในห้องปฏิบัติการ ควรวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แม่นยำและรักษาภาวะมีบุตรยากได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชวิทยาและเวชศาตร์การเจริญพันธ์ุ




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.