หลายคู่สมรสที่พยายามทำเด็กหลอดแก้วหรือ ICSI หลายครั้งโดยไม่สำเร็จ อาจต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การฉีด PRP รังไข่และการตรวจ ERA Test ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) สามารถช่วยฟื้นฟูการทำงานของรังไข่และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการตรวจสภาพโพรงมดลูกและการใช้เทคโนโลยี Precision Medicine ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการฝังตัวของตัวอ่อนได้
ความหวังในการมีบุตรของหลายคู่สมรส อาจต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเข้ารับการทำเด็กหลอดแก้วหรือ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ไม่สำเร็จติดต่อกันหลายครั้ง ภาวะความล้มเหลวซ้ำซ้อนนี้มักสร้างความกดดันทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่นเดียวกับกรณีของ คุณหยกและคุณน็อค ที่เคยผ่านการทำ ICSI จากสถานพยาบาลอื่นมาถึง 2 ครั้งแต่ยังไม่สำเร็จ
เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจเข้ามาปรึกษาที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ นพ.วรวัฒน์ ศิริปุณย์ แผนการรักษาที่ใช้ความแม่นยำและการฟื้นฟูเชิงลึกจึงเริ่มต้นขึ้น แม้จะต้องเดินทางไกลจากโคราชมากรุงเทพฯ ทุกครั้ง แต่ด้วยความเชื่อมั่นในทีมแพทย์และความอดทนที่ไม่เคยถอดใจ ก็นำมาซึ่งผลลัพธ์เอาชนะภาวะมีบุตรยากที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต
แพทย์ที่ดูแล: แพทย์ วรวัฒน์ ศิริปุณย์
การประเมินและฟื้นฟูการทำงานของรังไข่ (Ovarian Rejuvenation)
ในการเริ่มต้นทำ ICSI รอบแรกที่ VFC Center แม้ผลการกระตุ้นไข่จะดูน่าพึงพอใจ แต่เมื่อถึงขั้นตอนการคัดกรองโครโมโซม กลับพบว่าตัวอ่อนมีโครโมโซมผิดปกติทั้งหมด (Aneuploid) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การตั้งครรภ์ไม่เกิดขึ้น
นวัตกรรมฉีด PRP รังไข่ (Ovarian Rejuvenation)
เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นพ.วรวัฒน์ จึงแนะนำให้ทำการฉีด PRP รังไข่ (Platelet-Rich Plasma) ซึ่งเป็นการใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นของคนไข้เองที่มี Growth Factors สูง ฉีดกลับเข้าไปเพื่อฟื้นฟูการทำงานของรังไข่และปรับปรุงคุณภาพของเซลล์ไข่ โดยหลังจากฉีดต้องเว้นระยะเพื่อให้ PRP ออกฤทธิ์ฟื้นฟูประมาณ 1-2 รอบเดือน
ผลลัพธ์หลังการฟื้นฟู
จากความพยายามรวม 3 รอบที่ VFC คุณหยกมีตัวอ่อนที่สมบูรณ์เพียง “ตัวเดียวเท่านั้น” (Last Embryo) ซึ่งทำให้ขั้นตอนต่อไปต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด
นัดหมายปรึกษาภาวะมีบุตรยากกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
การเตรียมความพร้อมของโพรงมดลูก (Endometrial Optimization)
ก่อนการย้ายตัวอ่อนตัวเดียวที่มีอยู่ คุณหมอให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสภาพของโพรงมดลูกอย่างละเอียด เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียตัวอ่อน
การส่องกล้องโพรงมดลูกซ้ำ (Hysteroscopy)
แม้คุณหยกจะเคยส่องกล้องโพรงมดลูกไปแล้วในการรักษาช่วงแรก แต่เนื่องจากการย้ายตัวอ่อนเว้นช่วงไปนานกว่า 1 ปี คุณหมอจึงแนะนำให้ส่องกล้องซ้ำอีกครั้ง และพบว่ามีติ่งเนื้อในโพรงมดลูกเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งหากไม่กำจัดออก จะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนอย่างแน่นอน
วิกฤตเยื่อบุโพรงมดลูกบาง และทางออกด้วย PRP
อุปสรรคต่อมาคือ คุณหยกมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกบาง ทีมแพทย์พยายามเตรียมเยื่อบุเพื่อย้ายตัวอ่อนถึง 2 รอบ แต่ผนังมดลูกยังหนาไม่เพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐาน ในรอบที่ 3 คุณหมอจึงตัดสินใจใช้เทคนิคฉีด PRP เยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และเพิ่มความหนาของผนังมดลูก จนในที่สุด เยื่อบุก็มีความหนาที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการฝังตัว

การใช้เทคโนโลยี Precision Medicine เพื่อหาช่วงเวลาฝังตัว
ในเคสที่มีตัวอ่อนโครโมโซมปกติเพียงตัวเดียว (Last Embryo) การย้ายตัวอ่อนแบบเวลามาตรฐานอาจมีความเสี่ยงสูงเกินไป นพ.วรวัฒน์ จึงนำเทคโนโลยีการแพทย์แม่นยำเข้ามาช่วยเหลือ ดังนี้
- การตรวจ ERA Test (Endometrial Receptivity Analysis) : เป็นการเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูกไปวิเคราะห์ระดับการแสดงออกของยีน เพื่อหาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่มดลูกจะเปิดรับการฝังตัวของตัวอ่อนโดยเฉพาะ
- การลดความเสี่ยงในการสูญเสียตัวอ่อน : การตรวจ ERA ช่วยให้ทีมแพทย์ทราบกำหนดเวลาการย้ายตัวอ่อนที่แน่นอน จึงช่วยลดโอกาสความล้มเหลวจากการย้ายตัวอ่อนผิดเวลา (Displacement) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นัดหมายปรึกษาภาวะมีบุตรยากกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
วางแผนมีบุตรอย่างอุ่นใจไปกับ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
หากคุณเคยเผชิญการทำ ICSI แล้วไม่สำเร็จ หรือมีปัญหาการตั้งครรภ์อื่น ๆ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่มีประสบการณ์ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมดูแลคุณตั้งแต่วันแรก ด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย อย่างการทำPRP รักษามีบุตรยากตลอดจนการตรวจ ERA Test เพื่อวางแผนการทำ ICSI ที่มีแม่นยำ
มั่นใจได้ทุกขั้นตอนการรักษา เพราะที่นี่เราได้รับการรับรองมาตรฐานจากหลายองค์กรชั้นนำ ทั้งจากราชวิทยาลัยสูตินรีเวชแห่งประเทศไทย และมาตรฐานการรักษาภาวะมีบุตรยาก CCPC จาก JCI เพื่อช่วยให้คุณผ่านพ้นภาวะมีบุตรยาก ไปสู่ขั้นตอนการตั้งครรภ์ที่สำเร็จ
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยนวัตกรรม PRP และ ERA Test (FAQs)
Q : การฉีด PRP รังไข่เหมาะกับใคร และช่วยเพิ่มโอกาสได้อย่างไร ?
A : เหมาะสำหรับผู้ที่เก็บไข่ได้น้อย หรือตัวอ่อนมีโครโมโซมผิดปกติบ่อยครั้ง เช่นในเคสคุณหยกที่หลังจากฉีด PRP รังไข่แล้ว สามารถกระตุ้นไข่ได้จำนวนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน (22 และ 24 ใบ) และเพิ่มโอกาสในการพบตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ (Euploid) เพื่อนำไปย้ายกลับสู่โพรงมดลูก
Q : ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกบางส่งผลอย่างไร และเทคนิค PRP ช่วยแก้ไขได้อย่างไร ?
A : เยื่อบุโพรงมดลูกที่บางจะทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวหรือรับสารอาหารได้ดี การฉีด PRP เข้าสู่เยื่อบุโพรงมดลูกโดยตรงจะช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และเพิ่มความหนาของผนังมดลูกผ่านทาง Growth Factors เข้มข้น ช่วยเตรียมโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับตัวอ่อนที่มีเพียงตัวเดียวให้ฝังตัวได้สำเร็จ
Q : ในกรณีที่เหลือตัวอ่อนปกติเพียงตัวเดียว ทำไมการตรวจ ERA Test ก่อนย้ายจึงสำคัญ ?
A : การตรวจ ERA Test ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนย้ายตัวอ่อนได้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มดลูกเปิดรับเฉพาะบุคคล ซึ่งช่วยลดหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตัวอ่อนไม่ฝังตัว และเป็นการใช้ทรัพยากรตัวอ่อนที่มีจำกัดอย่างคุ้มค่าที่สุด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.