เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

ตอบให้ชัด ฮอร์โมน Beta-hCG คืออะไร ต่างจาก hCG อย่างไร ?

หลอดตัวอย่างเลือดสำหรับการตรวจฮอร์โมน hCG และ Beta-hCG หลังย้ายตัวอ่อน

Key takeaway / Summary of topic answer

การตรวจระดับฮอร์โมน hCG และ Beta-hCG หลังการย้ายตัวอ่อนเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการยืนยันการตั้งครรภ์หลังการทำ ICSI โดยการตรวจ Beta-hCG สามารถยืนยันได้ว่าการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูกประสบความสำเร็จหรือไม่ ซึ่งฮอร์โมน hCG จะเริ่มเพิ่มขึ้นในช่วงแรกหลังจากการฝังตัวตัวอ่อนและเป็นตัวชี้วัดการตั้งครรภ์ที่สำคัญ เบื้องต้นสามารถตรวจเองได้ด้วยการใช้ชุดทดสอบปัสสาวะ แต่การตรวจเลือดและแปลผลร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งการตรวจซ้ำหลัง 48 ชั่วโมงจะช่วยยืนยันว่า Beta-hCG เพิ่มขึ้นตามที่คาดหมาย

Table of Contents

ในกระบวนการทำ ICSI ช่วงเวลาหลังการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิงเสร็จสิ้น ถือเป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนที่สุดช่วงหนึ่งของกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยาก ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มักเต็มไปด้วยความกังวลใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และส่วนใหญ่ก็มีคำถามเหมือนกันว่า “กี่วันถึงจะรู้ว่าท้อง ?” และ “ควรตรวจฮอร์โมนเมื่อไรจึงจะแม่นยำ ?”

อย่าเพิ่งกังวลจนกระทบต่อสภาพร่างกาย มาดูบทบาทของฮอร์โมน hCG และ Beta-hCG รวมถึงแนวทางการตรวจวัด เพื่อให้คุณเข้าใจร่างกายตัวเองมากขึ้นและลดความเครียดในช่วงรอผลกัน

ฮอร์โมน hCG และ Beta-hCG คืออะไร ?

ฮอร์โมน hCG (Human Chorionic Gonadotropin) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นหลังจากเกิดการตั้งครรภ์ โดยเริ่มผลิตจากเซลล์ของรก หรือ Syncytiotrophoblast หลังจากที่ตัวอ่อนฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูก 6-10 วัน มีหน้าที่กระตุ้นรังไข่ให้ผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนให้ผนังมดลูกมีความหนา เหมาะกับการตั้งครรภ์ โดยระดับฮอร์โมน hCG จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสูงที่สุดในช่วงสัปดาห์ที่ 8-12 ของการตั้งครรภ์ แล้วจึงค่อย ๆ ลดลงในไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์

ส่วนฮอร์โมน Beta-hCG คือ หน่วยย่อยของฮอร์โมน hCG ซึ่งมีความจำเพาะสูงต่อการตั้งครรภ์ ทำให้ Beta-hCG เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานที่แพทย์ใช้ในการตรวจการตั้งครรภ์ และติดตามผลการตั้งครรภ์ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

รับคำแนะนำเรื่องฮอร์โมน hCG และฮอร์โมนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ที่ VFC Center

สิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกายฝ่ายหญิงหลังการย้ายตัวอ่อน

สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ด้วยวิธีการทำ ICSI เมื่อทำการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกแล้ว ร่างกายของฝ่ายหญิงจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและมีการตอบสนองทางฮอร์โมนที่สำคัญต่อการตั้งครรภ์ ดังนี้

1. การเคลื่อนตัวและการฝังตัวของตัวอ่อน

หลังจากที่ตัวอ่อนถูกย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก จะต้องทำการฝังตัวในเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อเริ่มกระบวนการตั้งครรภ์ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วง 6-10 วัน หลังการย้ายตัวอ่อน

2. การตอบสนองของเยื่อบุโพรงมดลูก

การฝังตัวของตัวอ่อนจะกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกปรับตัว มีการสร้างรกและเริ่มผลิตฮอร์โมน hCG เพื่อช่วยรักษาสภาวะในโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์

3. การเริ่มสร้างฮอร์โมน hCG

ฮอร์โมน hCG จะเริ่มผลิตหลังจากการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการตั้งครรภ์เริ่มต้นขึ้นแล้ว ทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้น ป้องกันการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกที่อาจทำให้เกิดภาวะแท้้งได้

4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย

ระดับฮอร์โมน hCG จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ และระดับนี้จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ ที่พบทั่วไป ได้แก่

  • อาการคลื่นไส้และการอาเจียน ส่วนใหญ่พบในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
  • อาการเจ็บหน้าอก หน้าอกมีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงและกำลังปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการให้นม
  • รู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียง่ายกว่าปกติ
  • อารมณ์และความรู้สึกแปรปรวน เครียด และหงุดหงิดง่าย
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้น

ความหมายและความสำคัญของฮอร์โมน hCG และ Beta-hCG

ตรวจ hCG หลังย้ายตัวอ่อน กี่วันถึงจะรู้ว่าท้อง ?

คำถามยอดนิยมของคู่สมรสที่เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ ICSI เมื่อได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์แข็งแรงและใส่กลับเข้าไปในมดลูกของฝ่ายหญิงแล้ว ทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าจะได้ผลตรวจยืนยันการตั้งครรภ์เมื่อไร คำตอบคือ แพทย์จะแนะนำให้ตรวจฮอร์โมน Beta-hCG หลังจากการย้ายตัวอ่อน 12-14 วัน เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด เนื่องจากระยะเวลาดังกล่าว เป็นระยะที่ระดับฮอร์โมน hCG เพิ่มขึ้นเพียงพอสำหรับยืนยันผลการตั้งครรภ์แล้ว การตรวจก่อนวันที่แนะนำ อาจทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน เนื่องจากระดับ hCG ยังไม่สูงพอนั่นเอง

วิธีการตรวจระดับฮอร์โมน hCG และ Beta-hCG หลังย้ายตัวอ่อน

การตรวจระดับฮอร์โมน hCG และ Beta-hCG เป็นกระบวนการที่ใช้เพื่อตรวจสอบว่าการฝังตัวของตัวอ่อนประสบความสำเร็จและเกิดการตั้งครรภ์หรือไม่ ทำได้หลายวิธี ได้แก่

  • การตรวจปัสสาวะด้วยชุดทดสอบด้วยตัวเอง : เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว สามารถทำได้ที่บ้านหลังจากการย้ายตัวอ่อน แต่ผลลัพธ์ไม่แม่นยำเท่าการตรวจเลือด หากระดับฮอร์โมน hCG ยังน้อย อาจตรวจไม่พบได้
  • การตรวจเลือด : เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการตรวจระดับฮอร์โมน hCG และให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ช่วยยืนยันว่าการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูกประสบความสำเร็จหรือไม่
  • การตรวจซ้ำ : การตรวจฮอร์โมน hCG ซ้ำหลัง 48 ชั่วโมง เป็นการยืนยันว่าระดับฮอร์โมนมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการตั้งครรภ์
  • การแปลผลร่วมกับแพทย์ : ผลการตรวจฮอร์โมน hCG ควรได้รับการแปลผลร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อให้การวินิจฉัยถูกต้องและแนะนำการดูแลในขั้นตอนต่อไปอย่างถูกวิธี

รับคำปรึกษาทุกขั้นตอนการทำ ICSI กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ VFC Center

คู่สมรสใช้ชุดตรวจฮอร์โมน hCG หลังย้ายตัวอ่อนและผลลัพธ์ออกมาว่าตั้งครรภ์

ผลตรวจฮอร์โมน hCG ที่ควรระวังและแนวทางการรับมือ

หลังจากการตรวจฮอร์โมน hCG หลังใส่ตัวอ่อน มีบางกรณีที่ระดับฮอร์โมนอาจไม่เป็นไปตามคาดหมาย ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุที่ต้องระวัง ได้แก่

  • ค่า hCG ต่ำกว่าปกติ : อาจบ่งบอกว่าการตั้งครรภ์ไม่พัฒนาหรือตัวอ่อนไม่ฝังตัว แนะนำให้ตรวจอีกครั้งในอีก 48 ชั่วโมง หากค่า hCG ยังไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดหมาย แพทย์อาจพิจารณาผลการตั้งครรภ์ว่าเป็นลบ
  • ค่า hCG เพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่เหมาะสม : การเพิ่มขึ้นที่ช้าหรือต่ำกว่าเกณฑ์อาจบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์ที่ไม่พัฒนา หรือภาวะการตั้งครรภ์ผิดปกติ เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก ต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เพิ่มเติม
  • ค่า hCG ลดลงหลังตรวจพบแล้ว : อาจแสดงถึง ภาวะแท้งบุตร ซึ่งต้องการการตรวจสอบและการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

การตรวจฮอร์โมน hCG หลังย้ายตัวอ่อนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยทั้งจังหวะเวลาและการแปลผลที่ถูกต้อง การตรวจเร็วเกินไปอาจสร้างความกังวลโดยไม่จำเป็น ขณะที่การตรวจในช่วงเวลาที่เหมาะสมและติดตามผลอย่างต่อเนื่องกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยตลอดระยะเวลาในการตั้งครรภ์

ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราคือศูนย์ผู้มีบุตรยากที่ให้ความสำคัญกับทุกตัวเลข ทุกความรู้สึก และทุกขั้นตอน เพื่อดูแลคู่สมรสตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางแผนรักษาภาวะมีบุตรยาก จนถึงวันที่ได้ยินเสียงหัวใจลูกน้อยอย่างมั่นใจ ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่มีประสบการณ์

 

บทความโดย แพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์

  

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจฮอร์โมน hCG หลังย้ายตัวอ่อน (FAQs)

ระดับ Beta-hCG ที่สูงเกินไปอาจบ่งบอกถึงการตั้งครรภ์แฝดหรือการตั้งครรภ์ผิดปกติ ควรตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้ง

ระยะเวลา 12-14 วันหลังย้ายตัวอ่อนเป็นช่วงที่ระดับ hCG จะสูงพอที่จะตรวจพบและยืนยันการตั้งครรภ์ได้อย่างแม่นยำ

หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก การยกของหนัก หรือการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงแรกหลังการย้ายตัวอ่อน เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูก

หลังการย้ายตัวอ่อน แพทย์อาจให้รับประทานฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อช่วยให้ผนังมดลูกหนาขึ้นและพร้อมสำหรับการฝังของตัวอ่อน โดยควรใช้ฮอร์โมนหรือรับประทานวิตามินเสริมตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

Book a consultation with Dr. Worawat Siripoon at our infertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.