คู่สมรสที่วางแผนมีบุตรหรือพบปัญหาการตั้งครรภ์สามารถเข้าปรึกษาการมีบุตรยากเพื่อตรวจความพร้อมของร่างกาย ประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรม และวางแผนการตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดูแลสุขภาพ และการเลือกวิธีรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น IUI, IVF หรือ ICSI เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สำเร็จ พร้อมลดความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัยสูงสุด
สำหรับคู่สมรสที่พยายามมีบุตรมานานกว่า 1 ปี แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อย่างที่ต้องการ อาจเป็นสัญญาณว่าควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อปรึกษาเรื่องการอยากมีบุตรโดยเร็ว ขณะเดียวกัน คู่สมรสที่เพิ่งแต่งงานใหม่และกำลังวางแผนมีบุตร การเข้ารับคำปรึกษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยเตรียมความพร้อมของร่างกายและลดความเสี่ยงระหว่างการตั้งครรภ์
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการปรึกษาการมีบุตรยาก พร้อมแนะนำสัญญาณต่าง ๆ ที่บ่งบอกว่าเมื่อใดควรเข้าพบแพทย์ เพื่อวางแผนการมีบุตรอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ความสำคัญของการปรึกษาวางแผนการมีบุตร
การปรึกษาวางแผนการมีบุตรเป็นก้าวสำคัญสำหรับคู่สมรส เพราะไม่เพียงจะช่วยประเมินความพร้อมของร่างกายทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงป้องกันโรคทางพันธุกรรมที่อาจส่งต่อไปยังลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม
ตรวจดูความพร้อมในการตั้งครรภ์ของพ่อแม่
การปรึกษาวางแผนมีลูกเหมาะสำหรับคู่สมรสทุกคู่ ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีภาวะมีบุตรยาก โดยแพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวมและสุขภาพการเจริญพันธุ์ของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้การตั้งครรภ์ในอนาคตเป็นไปอย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์
ตรวจหาโรคทางพันธุกรรมที่อาจส่งต่อไปยังลูก
การตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย หรือดาวน์ซินโดรม ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างรอบคอบ ลดโอกาสการส่งต่อโรคจากพ่อแม่สู่ลูก และเพิ่มความมั่นใจในการมีบุตร
ประเมินความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์
นอกจากนี้ การเข้าปรึกษาแพทย์ คู่สมรสยังจะได้รับการตรวจถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะแท้งซ้ำ ภาวะครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือภาวะรกเกาะต่ำ การประเมินล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ไปจนถึงระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารก
วางแผนการมีบุตรอย่างเหมาะสม
การเข้าปรึกษาอยากมีลูก ยังจะช่วยให้คู่สมรสได้รับคำแนะนำด้านการเตรียมร่างกาย การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงแนวทางการรักษาภาวะมีบุตรยากหากจำเป็น อีกทั้งการวางแผนอย่างเป็นระบบจะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้ประสบความสำเร็จ และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้
ปรึกษาการมีบุตรยากที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)
เมื่อไหร่ถึงต้องปรึกษามีบุตรยาก ?
ก่อนจะวางแผนมีบุตร การสังเกตสัญญาณและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้คู่สมรสสามารถเข้าพบแพทย์เฉพาะทางได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
- คู่สมรสที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ป้องกัน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปี แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
- คู่สมรสที่มีอายุมากกว่า 30 ปีและต้องการมีบุตร แต่ไม่แน่ใจว่ามีปัจจัยเสี่ยงหรือผลข้างเคียงใด ๆ หรือไม่
- บุคคลทั่วไปที่ยังไม่เคยพยายามมีบุตรและไม่แน่ใจว่าตนเองหรือคู่สมรสอาจมีภาวะมีบุตรยาก ก็สามารถเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะมีบุตรยากได้เช่นกัน
ปรับพฤติกรรมอย่างไรเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสมีบุตร ?
การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ทั้งสำหรับคู่สมรสที่กำลังวางแผนมีลูก และผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาภาวะมีบุตรยาก
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี และไขมันดี เพื่อช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและเสริมสุขภาพระบบสืบพันธุ์
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
น้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไปอาจส่งผลต่อการตกไข่และคุณภาพอสุจิ การรักษา BMI (Body Mass Index) หรือ ดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้
พักผ่อนเพียงพอ ลดความเครียด
การนอนไม่พอ และความเครียดสะสม อาจรบกวนการทำงานของฮอร์โมน จึงควรหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอและดูแลสุขภาพจิตควบคู่กันไป
หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
บุหรี่และแอลกอฮอล์ส่งผลต่อคุณภาพไข่และอสุจิ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ จึงควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่กำลังวางแผนมีบุตร
มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอในช่วงไข่ตก
การมีเพศสัมพันธ์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงใกล้วันไข่ตก จะช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ หากไม่แน่ใจเรื่องรอบเดือน สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ

แนวทางการรักษามีบุตรยาก
เมื่อได้รับการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคู่สมรส โดยพิจารณาจากสาเหตุ สุขภาพโดยรวม และเป้าหมายการมีบุตร เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
การซักประวัติเพื่อประเมินภาวะมีบุตรยาก
ขั้นตอนแรกในการปรึกษาการตั้งครรภ์ แพทย์จะซักประวัติเพื่อประเมินภาวะมีบุตรยากเบื้องต้น ซึ่งรวมถึง
- ประวัติการคุมกำเนิดและการตั้งครรภ์
- ประวัติการเจ็บป่วย การรักษา และการใช้ยา
- ประวัติส่วนตัว เช่น พฤติกรรมการใช้ชีวิต การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
จากนั้นจะตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก และประเมินสุขภาพโดยรวม ฝ่ายหญิงอาจได้รับการตรวจภายในเพื่อประเมินมดลูกและรังไข่ หากพบความผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียด
การทำ IVF/ICSI
IVF/ICSI หรือการทำเด็กหลอดแก้ว เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ โดยทั้ง 2 วิธีมีหลักการที่คล้ายกัน แต่ต่างกันที่วิธีปฏิสนธิ
- IVF : นักวิทยาศาสตร์จะนำไข่หนึ่งฟองจากฝ่ายหญิง และอสุจิหลายตัวจากฝ่ายชายมาผสมในจานทดลอง จากนั้นจะปล่อยให้อสุจิพยายามว่ายเข้าไข่เอง คล้ายการปฏิสนธิตามธรรมชาติ
- ICSI : นักวิทยาศาสตร์จะฉีดอสุจิเข้าไข่โดยตรง เหมาะกับกรณีที่ฝ่ายชายมีปัญหาอสุจิไม่แข็งแรง หรือเคลื่อนที่ได้ไม่ดี
การทำ IUI
IUI (Intra-Uterine Insemination) เป็นวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากที่ใกล้เคียงกับวิธีธรรมชาติ โดยจะเป็นการฉีดอสุจิเข้าในโพรงมดลูกโดยตรงในช่วงไข่ตก เพื่อเพิ่มโอกาสที่อสุจิจะผสมกับไข่ สามารถทำได้ทุกรอบเดือน และมีอัตราการตั้งครรภ์เฉลี่ยประมาณ 5-15% ต่อรอบ
ปรึกษาวางแผนการมีบุตรที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)
ไม่ว่าคุณจะเป็นคู่แต่งงานใหม่ที่กำลังวางแผนมีลูก หรือคู่สมรสที่พยายามตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติมาระยะหนึ่ง แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ สามารถเข้ารับคำปรึกษาการตั้งครรภ์ได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ศูนย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับการรับรองจากราชวิทยาลัยสูตินรีเวชแห่งประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษามีบุตรยากในกรุงเทพฯ ตรวจวินิจฉัย และวางแผนการรักษาโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อเพิ่มโอกาสการมีบุตรอย่างมั่นใจและปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปรึกษาวางแผนการมีบุตร (FAQs)
Q: ทำไมการปรึกษามีบุตรยากจึงสำคัญ ?
A: การปรึกษามีบุตรยากช่วยให้คู่สมรสเข้าใจปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์ เช่น ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ ฮอร์โมน หรือพันธุกรรม รวมถึงได้รับคำแนะนำและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมจากแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
Q: เมื่อไหร่ควรเข้าปรึกษาการมีบุตร ?
A: หากมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่ป้องกันเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้วไม่ตั้งครรภ์ แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ นอกจากนี้ คู่สมรสที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปและมีแผนมีบุตร ก็ควรตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์
Q: การวางแผนมีลูกควรเริ่มจากอะไร ?
A: การวางแผนมีลูกควรเริ่มจากการปรึกษาการตั้งครรภ์กับแพทย์ เพื่อประเมินสุขภาพของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจพันธุกรรม และประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยให้การมีบุตรเป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
Q: ผู้ที่ยังไม่เคยพยายามตั้งครรภ์มาก่อน สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้หรือไม่ ?
A: สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ แม้ยังไม่เคยพยายามตั้งครรภ์มาก่อน หากมีแผนอยากมีลูกในอนาคต หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพการเจริญพันธุ์ การเข้าพบแพทย์จะช่วยประเมินความพร้อมของร่างกายและวางแผนการมีบุตรล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม
Q: มีวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากอะไรบ้าง ?
A: แนวทางการรักษาภาวะมีบุตรยากมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและสุขภาพของแต่ละคู่สมรส โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสม เช่น
- การซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อประเมินสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก
- การทำ IUI (การฉีดอสุจิเข้าโพรงมดลูก)
- การทำ IVF หรือ ICSI (การทำเด็กหลอดแก้ว)
แต่ละวิธีมีข้อบ่งชี้ที่แตกต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละกรณีเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์
บทความโดย แพทย์วรวัฒน์ ศิริปุณย์
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.