Key Takeaway
การตรวจ AMH (Anti-Mullerian Hormone) คือการเช็กปริมาณไข่สำรองที่เหลืออยู่ในรังไข่ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการวางแผนทำ IVF หรือ ICSI โดยค่าที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 1.0-4.0 ng/ml หากค่าต่ำกว่า 1.0 จะบ่งบอกว่าไข่เริ่มน้อยลงและมีโอกาสเจอกับภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตามการตรวจ AMH จะบ่งบอกเพียงเรื่องปริมาณแต่ไม่ได้บอกถึงคุณภาพไข่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับอายุของเพศหญิงเป็นหลัก ดังนั้นแม้ค่าจะต่ำแต่หากอายุน้อยหรือใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ร่วมกับการบำรุงร่างกาย ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จได้สูง
สำหรับคู่แต่งงานที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก และอยู่ระหว่างความพยายามในการทำเด็กหลอดแก้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำ IVF หรือ ICSI ย่อมมีความคาดหวังให้ตั้งครรภ์ได้สำเร็จ และมีลูกน้อยมาเติมเต็มชีวิตครอบครัวอย่างที่ใจปรารถนา ซึ่งมีหนึ่งในเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ อย่างการตรวจ AMH ซึ่งคือกระบวนการตรวจฮอร์โมนการทำงานรังไข่ ที่สามารถช่วยประเมินถึงความพร้อมและทำให้รู้ว่า ร่างกายของฝ่ายหญิงมีศักยภาพในการผลิตฟองไข่หรือไม่ จึงช่วยให้แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์สามารถวางแผนทำ ICSI หรือ IVF ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้สำเร็จ
นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และตรวจฮอร์โมน AMH ได้ที่ VFC Center

การตรวจ AMH คืออะไร ?
AMH (Anti-Mullerian Hormone) คือฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากฟองไข่ขนาดเล็กในรังไข่ โดยปริมาณของฮอร์โมน AMH จะสะท้อนถึงจำนวนฟองไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ โดยค่า AMH ที่สูงจะบ่งบอกว่ามีฟองไข่ในปริมาณมาก
ฮอร์โมน AMH มีความพิเศษคือค่อนข้างคงที่ ทำให้สามารถตรวจวัดค่าได้ทุกช่วงเวลา ไม่จำเป็นต้องรอรอบประจำเดือนเหมือนกับการตรวจฮอร์โมนชนิดอื่น ๆ จึงสามารถนำผลลัพธ์ไปใช้ในการวางแผนตั้งครรภ์หรือทำการรักษาภาวะมีบุตรยาก เช่น การทำ ICSI ให้ประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น
ค่า AMH ในแต่ละช่วงวัย
ค่าฮอร์โมน AMH ในแต่ละช่วงวัยจะอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน โดยจะมีค่าสูงในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์และลดลงเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งค่าเฉลี่ยตามอายุได้ดังนี้
- ค่าเฉลี่ย AMH ช่วงอายุ 20-29 ปี อยู่ที่ 3.3-4 ng/ml
- ค่าเฉลี่ย AMH ช่วงอายุ 30-39 ปี อยู่ที่ 2.0-2.8 ng/ml
- ค่าเฉลี่ย AMH ช่วงอายุ 40 ปี จะอยู่ประมาณ 1.0 ng/ml
ค่า AMH ปกติเท่าไร ?
ค่ามาตรฐานของ AMH ที่บ่งบอกถึงฮอร์โมนการทำงานรังไข่ที่ปกติและเหมาะสมในการตั้งครรภ์นั้นแบ่งได้ ดังนี้
- ค่า AMH สูงกว่า 4.0 ng/ml บ่งบอกว่ามีฮอร์โมนสูง มักพบร่วมกับภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หรือ PCOS
- ค่า AMH ระหว่าง 1.0–4.0 ng/ml บ่งบอกว่ารังไข่ยังทำงานได้ปกติ แต่หากค่าใกล้กับระดับ 1.0 ng/ml ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อติดตามสภาวะสุขภาพ
- ค่า AMH 0.3-1.0 ng/ml บ่งชี้ถึงว่าฮอร์โมนค่อนข้างต่ำ ปริมาณฟองไข่ลดลง รังไข่เริ่มทำงานได้น้อยลง ซึ่งทำให้โอกาสตั้งครรภ์สำเร็จยากขึ้น
- ค่า AMH น้อยกว่า 0.3 ng/ml บ่งบอกว่าภาวะฮอร์โมนต่ำ จำนวนไข่เหลือน้อยมาก มีภาวะมีบุตรยากสูง ควรต้องปรึกษาแพทย์
การตรวจประเมินค่า AMH เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์สามารถประเมินความพร้อมของรังไข่ และแนะนำแนวทางในการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และตรวจฮอร์โมน AMH ได้ที่ VFC Center
ค่าฮอร์โมน AMH ต่ำ ท้องได้หรือไม่ ?
ผู้หญิงที่พบว่าตนเองมีค่าฮอร์โมน AMH ต่ำ โดยเฉพาะเมื่อตรวจพบว่าต่ำกว่า 1 อาจกังวลว่าตนเองจะท้องได้หรือไม่ ซึ่งถึงแม้ว่าค่า AMH ที่ต่ำ จะบ่งบอกถึงจำนวนฟองไข่ที่เริ่มลดลง แต่ก็ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ โดยดูจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อายุของฝ่ายหญิง สุขภาพโดยรวม และการดูแลร่างกายอย่างถูกวิธี
อย่างไรก็ตาม สำหรับคู่แต่งงานที่ต้องการมีบุตร แพทย์อาจแนะนำให้ทำ ICSI ซึ่งเป็นกระบวนการช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

การตรวจ AMH มีประโยชน์อย่างไรในการทำ ICSI ?
การตรวจฮอร์โมน AMH มีประโยชน์ต่อการทำ ICSI ดังนี้
- ช่วยประเมินจำนวนไข่ ค่า AMH ที่สูงจะบ่งบอกถึงการมีจำนวนไข่มาก ทำให้สามารถคาดการณ์จำนวนไข่ที่จะเก็บได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการทำ ICSI
- วางแผนการกระตุ้นไข่ แพทย์สามารถกำหนดชนิดและปริมาณฮอร์โมนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ลดความเสี่ยงในการกระตุ้นไข่หลายรอบเนื่องจากได้ไข่ไม่เพียงพอ
- ประเมินโอกาสความสำเร็จ ค่า AMH เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ประเมินโอกาสความสำเร็จในการทำ ICSI ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
- ช่วยในการวางแผนการรักษาระยะยาว หากค่า AMH ต่ำและมีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว แพทย์อาจแนะนำให้พิจารณาการแช่แข็งไข่หรือตัวอ่อนเพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต
การตรวจ AMH จึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็นก่อนเริ่มทำ ICSI เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จและช่วยให้แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด
หากค่า AMH ต่ำกว่า 1 ng/mL จะมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จจากการทำ ICSI หรือไม่ ?
ถ้าตรวจค่า AMH แล้วพบว่าค่าน้อยลง ย่อมหมายถึงรังไข่เริ่มทำงานลดลง จึงมีโอกาสในการตั้งท้องน้อยลงไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อค่า AMH น้อยกว่า 1 ng/mL ซึ่งถือว่าค่อนข้างต่ำ โดยพบว่าถ้าค่า AMH ต่ำในคนที่อายุน้อยจะมีโอกาสท้องสูงกว่าไม่ว่าท้องโดยธรรมชาติหรือจากการทำอิ๊กซี่
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความสำเร็จของการทำอิ๊กซี่ นอกจากการตรวจ AMH แล้ว ยังต้องคำนึงถึงอายุของฝ่ายหญิง และการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินฟองไข่เริ่มต้น (AFC) อีกด้วย โดยที่ถ้า AMH น้อยกว่า 1 ng/mL แต่อายุยังไม่มากและมีฟองไข่เริ่มต้นไม่น้อยเกินไป ก็ยังมีโอกาสตั้งท้องได้สำเร็จ จากการทำอิ๊กซี่
ควรเลือกตรวจ AMH ที่ไหนดี ?
สำหรับการเลือกสถานที่ตรวจ AMH ที่ไหนดี เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยเหล่านี้
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์ เลือกสถานที่ที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์โดยเฉพาะ
- การบริการน่าเชื่อถือ ควรเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกที่สามารถให้บริการได้อย่างครบถ้วน และมีความน่าเชื่อถือ ตั้งแต่การตรวจ การวินิจฉัย และการรักษาต่อเนื่อง เช่น การทำ ICSI หากจำเป็น
- มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับผลการตรวจที่มีความแม่นยำสูง
- การให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ช่วยให้เข้าใจผลการตรวจและวางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสม
นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และตรวจฮอร์โมน AMH ได้ที่ VFC Center
ค่าตรวจฮอร์โมน AMH ราคาเท่าไร ?
ค่าตรวจฮอร์โมน AMH ราคาจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลที่เลือกใช้บริการ แต่โดยทั่วไป ราคาจะอยู่ในช่วงประมาณ 1,000-4,500 บาท
ค่าฮอร์โมน AMH ต่ำทำอย่างไร ?
หากตรวจพบว่าค่าฮอร์โมน AMH ต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม เนื่องจากการบำรุงและรักษาในกรณีที่ค่า AMH ต่ำจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล โดยมีแนวทาง ดังนี้
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย การลดความเครียด และการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพของรังไข่
- การรับประทานอาหารเสริมและวิตามินบำรุงรังไข่ เช่น โฟลิกแอซิด โคเอนไซม์ Q10 วิตามิน C ธาตุเหล็ก และโอเมก้า 3 โดยควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทาน เพื่อให้ได้รับปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย
- การรักษาภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะแนะนำให้ทำ ICSI หรือ IVF ซึ่งเป็นเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์
- การตรวจค่า AMH และการทำอัลตราซาวนด์ประเมินฟองไข่เป็นระยะ ช่วยให้แพทย์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
การตรวจฮอร์โมน AMH เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์ ซึ่งค่า AMH ที่ต่ำก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสตั้งครรภ์จะหมดไป แต่อาจต้องใช้วิธีการรักษาอื่น ๆ ควบคู่กันไป เช่น การทำ ICSI หรือ IVF ทั้งยังจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ เพื่อเข้าใจถึงแนวทางการรักษาและได้ผลลัพธ์อย่างที่ตั้งใจ
สำหรับคู่สมรสที่กำลังวางแผนมีบุตรด้วยการทำ ICSI และต้องการตรวจฮอร์โมน AMH ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์ ควบคู่ด้วยการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการมีบุตร
บทความโดย แพทย์วนากานต์ สิงหเสนา
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline : 082-903-2035
Line Official : @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า AMH ต่ำกับผลลัพธ์การทำ ICSI (FAQs)
Q: ค่า AMH ต่ำ หมายความว่าจะได้ไข่น้อยเสมอหรือไม่ ?
A: โดยทั่วไป ค่า AMH ต่ำมักสัมพันธ์กับจำนวนไข่ที่เก็บได้ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีไข่เลย หรือทำ ICSI ไม่สำเร็จเสมอไป ในบางกรณี แม้จะได้ไข่จำนวนน้อย แต่หากไข่มีคุณภาพดีและสามารถพัฒนาเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรง ก็ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จึงจำเป็นต้องวางแผนการกระตุ้นไข่แบบเฉพาะบุคคล
Q: ไข่คุณภาพต่ำกับ AMH ต่ำ มีความสัมพันธ์กันและเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ?
A: ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โดยค่า AMH ต่ำหมายถึงจำนวนไข่สำรองในรังไข่ที่ลดลง ขณะที่คุณภาพของไข่มักขึ้นอยู่กับอายุของผู้หญิงเป็นหลัก แม้ว่าทั้งสองภาวะอาจพบร่วมกันได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุมาก แต่การมี AMH ต่ำเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าไข่ทุกใบจะมีคุณภาพต่ำเสมอไป
Q: หากค่า AMH ต่ำ ควรฝากไข่หรือเริ่มรักษาภาวะมีบุตรยากหรือไม่ ?
A: ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ แผนชีวิต และผลตรวจอื่น ๆ หากยังไม่พร้อมมีบุตรในระยะสั้น แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ อาจแนะนำให้พิจารณาการฝากไข่เพื่อเก็บโอกาสในอนาคต แต่หากกำลังวางแผนมีบุตรอยู่แล้ว การเริ่มประเมินและรักษาโดยเร็วอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากค่า AMH มีแนวโน้มลดลงหากปล่อยเวลาให้นานออกไป
Q: ตรวจ AMH อย่างเดียวเพียงพอไหมในการวางแผนมีบุตร ?
A: ยังไม่เพียงพอ การวางแผนมีบุตรควรพิจารณาร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ เช่น การอัลตราซาวนด์เพื่อนับจำนวนฟองไข่ตั้งต้น อายุของฝ่ายหญิง รวมถึงการตรวจฮอร์โมนและสุขภาพการเจริญพันธุ์ด้านอื่น ๆ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ครบถ้วน การตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษา เช่น ICSI, IVF หรือการฝากไข่ จึงควรอาศัยข้อมูลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ควรพิจารณาจากค่า AMH เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังต้องตรวจประเมินคุณภาพน้ำเชื้อของฝ่ายชายอีกด้วยในการวางแผนมีบุตร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.