Key Takeaways :
การคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอดมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การคลอดธรรมชาติมักจะมีการฟื้นตัวที่เร็วกว่า มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับทารกจากการสัมผัสสารคัดหลั่งในช่องคลอด แต่ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การผ่าคลอดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากสามารถควบคุมความเจ็บปวดได้ และสามารถกำหนดเวลาคลอดตามความสะดวกและความเหมาะสมของสุขภาพคุณแม่และทารก โดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การใช้กาวชนิดพิเศษในการปิดแผลจากการผ่าคลอด ช่วยให้แผลสวยงามและฟื้นตัวเร็วขึ้น
การทำเด็กหลอดแก้ว คือกระบวนการที่ช่วยให้คู่รักหลายคู่ประสบความสำเร็จในการมีบุตร และเมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินไปจนถึงช่วงใกล้คลอด หนึ่งในคำถามที่คุณแม่มักมีคือ “จะคลอดเองหรือผ่าคลอดดี ?”
“การผ่าคลอดเป็นอย่างไร น่ากลัวไหม ?”
โดยหลายคนอาจมีความกังวลเกี่ยวกับความเจ็บปวดจากการคลอดธรรมชาติ หรือกลัวว่าช่องคลอดอาจหย่อนยาน ขณะที่บางคนอาจอยากคลอดตามฤกษ์ยามที่กำหนด หรือเห็นตัวอย่างจากดาราที่นิยมผ่าคลอด
ในความเป็นจริง การเลือกวิธีคลอดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หากคุณแม่มีสุขภาพดีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ แพทย์อาจแนะนำให้คลอดธรรมชาติถึง 70-95% แต่ในบางกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น พบว่าทารกตัวโต หรือคุณแม่มีปัญหาทางสุขภาพ อาจจำเป็นต้องผ่าคลอด
ในบทความนี้ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อดีของการคลอดลูกธรรมชาติและการผ่าคลอด เพื่อให้ว่าที่คุณแม่สามารถตัดสินใจและวางแผนการคลอดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทั้งตัวคุณแม่และทารก
ปรึกษาเรื่องการวางแผนตั้งครรภ์ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)
เด็กหลอดแก้ว คลอดยังไง ผ่าคลอดหรือคลอดเองดีกว่ากัน ?
ข้อดีของการคลอดธรรมชาติ
ค่าใช้จ่ายในการคลอดถูกกว่า
การคลอดธรรมชาติมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการผ่าคลอด เนื่องจากไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษหรือการดมยาสลบที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ฟื้นตัวเร็ว
แม้ว่าการคลอดธรรมชาติอาจทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บบ้างในช่วงแรกที่ปากมดลูกขยายตัว แต่หลังจากคลอดแล้ว ความเจ็บปวดก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว และร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าการคลอดด้วยวิธีผ่าคลอด นอกจากนี้ หลังจากคลอดเสร็จ มดลูกจะหดตัวเล็กลง และไม่มีแผลที่มดลูกเหมือนกับการผ่าคลอด
ทารกได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
การคลอดทางช่องคลอดมีประโยชน์ในแง่ของการกระตุ้นภูมิต้านทานของทารก โดยในระหว่างที่ทารกเดินทางผ่านช่องคลอดของคุณแม่ จะมีการกลืนสารคัดหลั่งที่มีโปรไบโอติกส์ ซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในลำไส้ของทารก ช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัด ภูมิแพ้ โรคผิวหนังอักเสบ และอุจจาระร่วง
ปอดของทารกได้รับการกระตุ้นให้แข็งแรง
เมื่อทารกคลอดออกทางช่องคลอด ช่องคลอดจะช่วยบีบส่วนทรวงอกของทารกเพื่อลดน้ำคร่ำที่คั่งค้างในปอดของทารก เมื่อทารกสูดอากาศครั้งแรก น้ำคร่ำจะดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและทำให้ปอดไม่ชื้น ช่วยให้ทารกหายใจได้ดียิ่งขึ้น
การฟื้นฟูช่องคลอด
หลังจากการคลอดธรรมชาติ ช่องคลอดจะกลับสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็วผ่านการฝึกบริหารช่องคลอด ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้ดีขึ้น ซึ่งการมีช่องคลอดที่แข็งแรงยังส่งผลดีต่อการตั้งครรภ์ในอนาคตอีกด้วย
ข้อดีของการผ่าคลอด
การควบคุมความเจ็บปวด
การเลือกผ่าคลอดช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องทนกับความเจ็บปวดจากการคลอดแบบธรรมชาติ เนื่องจากการผ่าคลอดจะมีการควบคุมความเจ็บปวดด้วยการดมยาสลบหรือยาชาในระหว่างกระบวนการทำคลอด
การกำหนดเวลาคลอด
หนึ่งในข้อดีของการผ่าคลอด คือการที่สามารถกำหนดเวลาคลอดได้ตามที่ต้องการ โดยสามารถเลือกคลอดในวันและเวลาที่สะดวกและเหมาะสมกับสุขภาพของคุณแม่และทารก เช่น เลือกคลอดตามฤกษ์ หรือในกรณีที่ทารกมีความเสี่ยงหรือสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลจากทีมแพทย์หลายแผนก
ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
ในการคลอดธรรมชาติบางครั้งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น ปากมดลูกไม่เปิด หัวใจทารกเต้นช้า หรือปัญหาที่เกิดจากสายสะดือที่โผล่ ซึ่งในกรณีเหล่านี้ การผ่าคลอดจะช่วยลดความเสี่ยงได้
เหมาะสำหรับเคสซับซ้อน
สำหรับผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนหรือทารกที่มีความเสี่ยง เช่น เด็กตัวโต หรือคุณแม่ที่มีปัญหาอุ้งเชิงกรานแคบ การผ่าคลอดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการคลอดทารกออกมาอย่างปลอดภัย
การปิดแผลด้วยกาวพิเศษ
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้แผลจากการผ่าคลอดมีความสวยงามและหายเร็วขึ้น ด้วยการใช้กาวชนิดพิเศษปิดแผลแทนการเย็บปกติ ซึ่งข้อดีคือไม่ต้องตัดไหม ไม่มีรอยเย็บ และสามารถกันน้ำได้ ทำให้การดูแลแผลง่ายขึ้น แผลมีความสวยงามกว่าแบบเดิม และการใช้กาวนี้ไม่มีความเสี่ยงทำให้แผลปริเหมือนกับการเย็บแผลทั่วไป
โดยสรุปแล้ว เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการผ่าคลอดกับคลอดธรรมชาติ การคลอดธรรมชาติมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะมีการฟื้นตัวที่เร็วกว่าและไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม สำหรับบางกรณี เช่น เมื่อมีความเสี่ยงหรือภาวะที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด การผ่าคลอดอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการคลอด
ปรึกษาเรื่องการวางแผนตั้งครรภ์ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)
VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) พร้อมให้บริการคุณแม่และคุณพ่อ ที่วางแผนอยากมีลูก
ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เรามีบริการให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มวางแผนตั้งครรภ์ จนถึงการช่วยรักษาภาวะมีบุตรยาก พร้อมทั้งการทำเด็กหลอดแก้วโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้รับการรับรองจาก ESHRE ของยุโรป
นอกจากนี้ บริการของเรายังได้รับการรับรองมาตรฐานจากราชวิทยาลัยสูตินรีเวชแห่งประเทศไทย รวมถึงการรับรองมาตรฐานการรักษาภาวะมีบุตรยาก CCPC จาก JCI รายแรกของโลก ให้คุณแม่และคุณพ่อสามารถวางใจในมาตรฐานการรักษาและการแก้ปัญหาภาวะมีบุตรยากได้ตรงจุด โดยอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์ของเราสูงถึง 88.61%*
*ข้อมูลระหว่างเดือน กันยายน 2019-ธันวาคม 2021
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการคลอด (FAQs)
ผ่าคลอดกับคลอดธรรมชาติ แบบไหนปลอดภัยกว่ากัน ?
หากไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การคลอดธรรมชาติถือว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าคลอด อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าคลอดเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก
การคลอดธรรมชาติมีข้อดีอย่างไรบ้าง ?
การคลอดธรรมชาติมีข้อดีหลายประการ เช่น คุณแม่ฟื้นตัวเร็วกว่า ไม่มีแผลที่มดลูก ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ลูกได้รับภูมิคุ้มกันจากแบคทีเรียในช่องคลอด และช่วยลดความเสี่ยงน้ำคั่งในปอดของทารก
การผ่าคลอดมีข้อดีอย่างไร ?
การผ่าคลอดเหมาะกับเคสซับซ้อนหรือมีข้อบ่งชี้ เช่น เด็กตัวโต หรือปากมดลูกไม่เปิด ข้อดีคือไม่ต้องทนเจ็บขณะคลอด สามารถกำหนดวันคลอดได้ และในปัจจุบันยังมีวิธีปิดแผลด้วยกาวที่สวยงามและไม่ต้องตัดไหม
ควรเลือกคลอดเองหรือผ่าคลอดสำหรับกรณีเด็กหลอดแก้ว ?
การเลือกวิธีคลอดควรอยู่ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยพิจารณาจากสุขภาพของคุณแม่ สภาพของทารก และความพร้อมของร่างกาย หากไม่มีข้อห้าม การคลอดเองถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่หากมีภาวะเสี่ยง แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าคลอดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวชวิทยาและเวชศาตร์การเจริญพันธ์ุ




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.