Key Takeaway: ภาวะไข่อ่อนในการทำ ICSI เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ลดโอกาสการปฏิสนธิและการพัฒนาของตัวอ่อน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับอายุ การตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่ และความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย การเตรียมความพร้อมก่อนเก็บไข่ เช่น การดูแลด้านโภชนาการ เสริมวิตามินที่เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มอัตราไข่ระยะสมบูรณ์ได้ อีกทั้งการวางแผนร่วมกับแพทย์ยังมีความสำคัญในการเพิ่มโอกาสความสำเร็จของการรักษาในรอบถัดไป
วิธีการเก็บไข่ในกระบวนการทำ ICSI เป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จของการปฏิสนธิ เนื่องจากคุณภาพของเซลล์ไข่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตัวอ่อนในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีแม้จะเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นไข่และเก็บไข่ตามแผนแล้ว กลับพบภาวะ “ไข่อ่อน” หรือไข่ที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจลดโอกาสการปฏิสนธิและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในระยะถัดไป
ภาวะคุณภาพไข่ต่ำจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม และเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ในรอบถัดไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นัดปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินคุณภาพไข่และวางแผนตั้งครรภ์ที่ VFC Center
ไข่อ่อนในการทำ ICSI คืออะไร และส่งผลต่อการปฏิสนธิอย่างไร ?
ในการทำ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) นักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุดเพียงหนึ่งตัว ฉีดเข้าสู่เซลล์ไข่โดยตรง แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ไข่ใบนั้นจะต้องอยู่ในระยะสุกสมบูรณ์ ถึงจะพร้อมสำหรับการปฏิสนธิ
ลักษณะของไข่อ่อนที่พบหลังการเก็บไข่
หลังขั้นตอนการเก็บไข่ เซลล์ไข่จะถูกนำมาลอกเซลล์พี่เลี้ยง (Cumulus Cells) ออก เพื่อประเมินระยะการเจริญเติบโต โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่
- ไข่ระยะ MII (Metaphase II) เป็นไข่ที่สุกสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ และเป็นระยะเดียวที่สามารถใช้ทำ ICSI ได้
- ไข่ระยะ MI (Metaphase I) เป็นไข่อ่อนที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ แม้สามารถฉีดอสุจิเข้าไปได้ แต่อัตราการปฏิสนธิจะต่ำมากหรือไม่เกิดขึ้นเลย
- ไข่ระยะ GV (Germinal Vesicle) อยู่ในระยะเริ่มต้น ยังไม่พร้อมต่อการปฏิสนธิ การเลี้ยงต่อภายนอกร่างกายอาจทำได้ในบางกรณี แต่มีอัตราความสำเร็จต่ำกว่าไข่ที่สุกตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ ในผู้ที่มีภาวะคุณภาพไข่ต่ำ อาจพบลักษณะทางกายภาพที่ผิดปกติ เช่น ไข่มีขนาดเล็ก เปลือกไข่หนาหรือผิดรูป ซึ่งเพิ่มความยากในขั้นตอนการทำ ICSI และอาจเสี่ยงต่อการเสียหายของเซลล์ไข่
ทั้งนี้ หากจำนวนไข่ในระยะ MII มีน้อยลง จำนวนไข่ที่สามารถนำไปปฏิสนธิก็จะลดลงตามไปด้วย
ไข่ที่ไม่สมบูรณ์มีผลต่อการพัฒนาตัวอ่อนหรือไม่ ?
คำตอบคือ มีผลโดยตรง เนื่องจากไข่ที่ยังไม่สมบูรณ์หรือมีคุณภาพต่ำ อาจส่งผลต่อกระบวนการพัฒนาของตัวอ่อนในหลายระดับ ได้แก่
- อัตราการปฏิสนธิลดลง
- ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติทางโครโมโซมเพิ่มขึ้น
- ตัวอ่อนหยุดการแบ่งตัวในระยะต้น (Day 2–3)
- โอกาสพัฒนาไปถึงระยะบลาสโตซิสต์ (Blastocyst) ซึ่งเป็นระดับที่มีความพร้อมมากที่สุดของตัวอ่อนจะลดลงไปด้วย
ดังนั้น คุณภาพของไข่จึงไม่เพียงส่งผลต่อการปฏิสนธิ แต่ยังมีผลต่อความแข็งแรงของตัวอ่อนเช่นกัน
สาเหตุที่ทำให้พบไข่อ่อนจำนวนมาก
หลังจากการกระตุ้นไข่เพื่อให้พร้อมต่อการเก็บไข่ในขั้นตอนการทำ ICSI แต่กลับพบว่าไข่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์หรือยังเป็น “ไข่อ่อน” ในสัดส่วนที่มาก ภาวะนี้มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งด้านชีวภาพของร่างกายและการตอบสนองต่อการรักษาในแต่ละบุคคล
อายุและการทำงานของรังไข่ที่ลดลง
อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น จำนวนและคุณภาพของเซลล์ไข่จะลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ไข่พัฒนาไปสู่ระยะ MII ได้น้อยลง โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป เนื่องจากในช่วงวัยนี้มักพบภาวะคุณภาพไข่ต่ำบ่อยขึ้นอย่างชัดเจน
การตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่ไม่เหมาะสม
ร่างกายของแต่ละคนจะตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่ที่แตกต่างกัน บางรายแม้ถุงไข่จะมีขนาดโตตามเกณฑ์ แต่อาจยังไม่สะท้อนถึงความสุกของเซลล์ไข่ภายใน
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือเรื่องของช่วงเวลาการฉีดยากระตุ้นไข่ตก หากคลาดเคลื่อนแม้เพียงเล็กน้อย อาจทำให้ไข่ยังอยู่ในระยะ MI หรือ GV เมื่อถึงเวลานัดเก็บไข่ได้
ความไม่สมดุลของฮอร์โมน
ฮอร์โมน FSH, LH และ Estradiol มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของไข่ หากระดับฮอร์โมนไม่สอดคล้องกัน อาจรบกวนกระบวนการสุกของไข่ ทำให้ไข่หยุดพัฒนาในระยะที่ยังไม่พร้อม จึงจำเป็นต้องติดตามผลเลือดและอัลตราซาวนด์อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงกระตุ้นไข่
ภาวะรังไข่เสื่อมหรือคุณภาพไข่ต่ำตามธรรมชาติ
ในบางราย สาเหตุอาจอยู่ลึกถึงระดับเซลล์ เช่น
- การทำงานของไมโตคอนเดรีย (แหล่งผลิตพลังงานของเซลล์ในร่างกาย) ลดลง
- โครงสร้างเซลล์ผิดปกติ
- การสะสมของอนุมูลอิสระในร่างกาย
ซึ่งเมื่อเกิดภาวะเหล่านี้ แม้จะใช้ยากระตุ้นไข่อย่างเหมาะสมแล้ว ก็อาจทำให้ไข่ไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่

วิธีเพิ่มคุณภาพไข่ก่อนขั้นตอนการเก็บไข่เพื่อทำ ICSI
แม้อายุจะเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่การเตรียมร่างกายล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บไข่ในกระบวนการทำ ICSI สามารถช่วยลดโอกาสเกิดภาวะไข่สุกไม่สมบูรณ์ (ไข่อ่อน) และสนับสนุนให้ได้ไข่ในระยะสมบูรณ์มากขึ้น
การรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเซลล์ไข่
โภชนาการมีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพของเซลล์ไข่ในระดับลึก จึงควรเน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งช่วยลดความเสียหายของเซลล์และสนับสนุนกระบวนการพัฒนาไข่ เช่น ผักใบเขียวเข้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ธัญพืชไม่ขัดสี รวมถึงโปรตีนคุณภาพดีจากปลาและพืช
การดูแลโภชนาการอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่รอบกระตุ้นไข่ อาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะคุณภาพไข่ต่ำได้
เสริมวิตามินเตรียมความพร้อม
การรับประทานอาหารเสริมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยสารอาหารที่มักใช้สนับสนุนคุณภาพไข่ ได้แก่
- Coenzyme Q10 (CoQ10) ช่วยเพิ่มพลังงานให้ไมโตคอนเดรียภายในเซลล์ไข่
- Folic Acid สนับสนุนกระบวนการแบ่งเซลล์
- Omega-3 (Fish Oil) ช่วยลดการอักเสบในระดับเซลล์
โดยทั่วไป แนะนำให้เตรียมร่างกายล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บไข่ เพื่อให้รอบการพัฒนาไข่ใหม่มีคุณภาพดีขึ้น
การพักผ่อนและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
การนอนหลับที่มีคุณภาพจะช่วยให้ระบบฮอร์โมนทำงานเป็นจังหวะปกติ ควรเข้านอนให้สม่ำเสมอและพักผ่อนเพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายระดับเบา–ปานกลาง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปยังรังไข่ อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือหักโหมเกินไปในช่วงเตรียมเก็บไข่
ลดความเครียดและหลีกเลี่ยงสารพิษ
ความเครียดเรื้อรังอาจส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมน และกระทบต่อการทำงานของรังไข่ได้โดยอ้อม ควรหาวิธีผ่อนคลายที่เหมาะสม เช่น การทำสมาธิ ฝึกโยคะ หรือทำกิจกรรมที่ช่วยลดความกังวล
นอกจากนี้ ควรงดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสารพิษเหล่านี้สามารถทำลาย DNA ภายในเซลล์ไข่ และลดคุณภาพไข่ในระยะยาว
นัดหมายประเมินความพร้อมก่อนทำเด็กหลอดแก้วที่ VFC Center
วางแผนขั้นตอนการเก็บไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในอนาคต
หากเคยได้รับการประเมินว่ามีคุณภาพไข่ต่ำ การวางแผนขั้นตอนการเก็บไข่ตั้งแต่ต้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการประเมินสำรองรังไข่ การปรับโปรโตคอลยากระตุ้นเฉพาะบุคคล และการติดตามฮอร์โมนอย่างใกล้ชิด ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V Fertility Center) พร้อมให้การดูแลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ร่วมกับทีมนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล
บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะไข่อ่อนในการทำ ICSI (FAQs)

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.