เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

7 สัญญาณเสี่ยงเป็นช็อกโกแลตซีสต์ ปวดแบบไหนเสี่ยงมีบุตรยาก ?

ผู้หญิงปวดประจำเดือนหนัก หนึ่งในสัญญาณเสี่ยงเป็นช็อกโกแลตซีตส์

Table of Contents

Key Takeaway : 

หนึ่งในเรื่องสำคัญที่คุณผู้หญิงไม่ควรละเลยคือ “อาการปวดประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ” ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นสัญญาณเตือนของช็อกโกแลตซีสต์ หรือ ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการมีบุตรยาก เนื่องจากถุงน้ำและพังผืดจะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อรังไข่ ทำให้ไข่ด้อยคุณภาพและลดจำนวนไข่สำรองในร่างกายลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสร้างอุปสรรคทางกายภาพ เช่น ท่อนำไข่ตีบตันหรือมดลูกผิดรูปจากการยึดเกาะของพังผืด ดังนั้นการหมั่นเช็กสัญญาณอันตราย ตั้งแต่อาการปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ไปจนถึงความผิดปกติในการขับถ่าย และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและเพิ่มโอกาสการเป็นคุณแม่ในอนาคต

อาการปวดประจำเดือนที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ส่งผลต่อการมีบุตรอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะ “ช็อกโกแลตซีสต์” ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการแสดงที่พบบ่อยที่สุดของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อาจทำลายเนื้อเยื่อรังไข่และทำให้โอกาสการเป็นคุณแม่ลดลงอย่างน่าเสียดาย

บทความนี้จะพาไปเช็ก 7 สัญญาณอันตรายที่คุณผู้หญิงไม่ควรละเลย เพื่อให้สามารถรับมือและวางแผนรักษาได้อย่างทันท่วงที

ปรึกษาเรื่องการวางแผนมีบุตรที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

ช็อกโกแลตซีสต์ คืออะไร เกี่ยวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่อย่างไร ?

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) หรือทางการแพทย์เรียกว่า “ถุงน้ำช็อกโกแลตในรังไข่” คือ ถุงน้ำที่เกิดจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ซึ่งไปเติบโตอยู่ภายในรังไข่ เมื่อถึงรอบเดือนเซลล์เหล่านี้จะสร้างเลือดประจำเดือนออกมา แต่เลือดไม่สามารถไหลออกจากร่างกายได้ จึงเกิดการสะสมอยู่ภายใน นานวันเข้าเลือดจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มและข้นคล้ายช็อกโกแลต

ภาวะนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ซึ่งนอกจากรังไข่แล้ว เซลล์เหล่านี้ยังสามารถไปเติบโตได้ตามผนังมดลูก ลำไส้ หรือกระเพาะปัสสาวะ ก่อให้เกิดพังผืดและการอักเสบเรื้อรังภายในอุ้งเชิงกราน

ภาพสื่อถึงภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

7 สัญญาณเสี่ยงเป็นช็อกโกแลตซีสต์ที่คุณไม่ควรละเลย

หากคุณมีอาการเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ ดังต่อไปนี้ แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยเชิงลึกทันที

  • ปวดประจำเดือนรุนแรงและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ : สังเกตได้จากอาการปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุก ๆ เดือน จนเริ่มทานยาแก้ปวดทั่วไปไม่ได้ผล และส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์ : รอยโรคหรือพังผืดที่เกิดจากช็อกโกแลตซีสต์อาจไปยึดเกาะอวัยวะในอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดอาการปวดลึก ๆ ภายในช่องท้องเมื่อมีการกระทบกระเทือน
  • ประจำเดือนผิดปกติ : เช่น ประจำเดือนมามากกว่าปกติ มานานเกินกว่า 7 วัน หรือมีรอบเดือนที่มาถี่ผิดปกติ (น้อยกว่า 21 วัน)
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าปกติ : เมื่อก้อนซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้น อาจไปเบียดหรือกดทับกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ติดกัน ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยกว่าปกติแม้จะเพิ่งเข้าห้องน้ำไปก็ตาม
  • ปวดหน่วงเวลาขับถ่าย : สัญญาณเตือนว่าพังผืดเริ่มมีการยึดเกาะบริเวณลำไส้ใหญ่ ทำให้รู้สึกปวดเบ่งหรือปวดถ่วงในทวารหนักขณะขับถ่าย โดยเฉพาะในช่วงที่มีประจำเดือน
  • ปวดไมเกรนบ่อย ๆ : ภาวะอักเสบเรื้อรังจากโรคและความผันผวนของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะไมเกรนร่วมด้วยบ่อยครั้ง
  • มีบุตรยาก : แม้จะพยายามมีด้วยวิธีธรรมชาติมานานกว่า 1 ปีแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากช็อกโกแลตซีสต์ส่งผลเสียต่อคุณภาพไข่ และพังผืดอาจทำให้ท่อนำไข่ตีบตันจนอสุจิไม่สามารถไปผสมกับไข่ได้

ทำไมช็อกโกแลตซีสต์ถึงเป็นศัตรูตัวร้ายของคนอยากมีลูก ?

ช็อกโกแลตซีสต์ไม่ได้สร้างเพียงความเจ็บปวด แต่ยังเป็นสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากเหตุผลดังนี้

  • ทำลายเนื้อเยื่อรังไข่ : ซีสต์ที่โตขึ้นจะเบียดพื้นที่ของไข่ปกติ ทำให้จำนวนไข่สำรองลดลง
  • ไข่ด้อยคุณภาพ : ภาวะอักเสบในถุงน้ำส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของไข่ ทำให้ไข่ที่ได้ไม่มีคุณภาพพอจะเกิดการปฏิสนธิ
  • อุปสรรคทางกายภาพ : พังผืดที่เกิดขึ้นอาจดึงรั้งมดลูก ท่อนำไข่ และรังไข่ให้ผิดรูป จนตัวอ่อนเดินทางเข้าสู่โพรงมดลูกไม่ได้

ปรึกษาเรื่องการวางแผนมีบุตรที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร 

เตรียมความพร้อมสู่การเป็นคุณแม่ด้วยการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์

อย่าปล่อยให้อาการปวดท้องน้อยหรือปัญหาสุขภาพกลายเป็นเรื่องปกติ หากคุณพบสัญญาณเสี่ยงเป็นช็อกโกแลตซีสต์ หรือพยายามตั้งครรภ์มานานแต่ยังไม่สำเร็จ แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เพื่อค้นหาต้นเหตุที่แท้จริง และรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ ที่จะช่วยให้ฝันในการมีเจ้าตัวเล็กของคุณเป็นจริง

 

บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (FAQs)

สามารถทำได้หากซีสต์มีขนาดเล็กและไม่ส่งผลกระทบต่อท่อนำไข่หรือคุณภาพไข่มากนัก แต่โดยส่วนใหญ่ช็อกโกแลตซีสต์มักมาพร้อมพังผืดที่ขัดขวางการปฏิสนธิ หากปล่อยไว้นานอาจทำให้โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลงอย่างมาก

การผ่าตัดช่วยเลาะพังผืดและนำถุงน้ำที่เป็นแหล่งอักเสบออก ซึ่งช่วยลดอาการปวดและปรับสภาพแวดล้อมในอุ้งเชิงกรานให้ดีขึ้น แต่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเพราะการผ่าตัดอาจกระทบต่อเนื้อเยื่อรังไข่และปริมาณไข่สำรองได้

เนื่องจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มักก่อให้เกิดพังผืดดึงรั้งอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก หรือรังไข่ ให้มายึดติดกัน เมื่อมีการกระทบกระเทือนระหว่างมีเพศสัมพันธ์จึงทำให้เกิดอาการปวดลึก ๆ ภายในช่องท้อง

Consult with Dr. Sorramon Songveeratham at our leading fertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.