เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) หลังแช่แข็งได้ไหม อันตรายหรือไม่

ตัวอ่อนแช่แข็งแล้วสามารถทำได้ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) ได้

Table of Contents

คู่รักหลายคู่ที่มีตัวอ่อนแช่แข็งอยู่แล้ว อาจสงสัยว่าสามารถนำมาตรวจโครโมโซมภายหลังได้หรือไม่ หรือต้องตรวจตั้งแต่ก่อนแช่แข็งเท่านั้น ? มาเรียนรู้ตั้งแต่หลักการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT) และขั้นตอนการตรวจเมื่อตัวอ่อนถูกแช่แข็งไปแล้ว รวมถึงกรณีที่เหมาะสมสำหรับการตรวจ PGT-A หลังแช่แข็งตัวอ่อน เพื่อช่วยให้คู่รักได้เห็นถึงข้อดีและข้อจำกัดของการตรวจโครโมโซมทั้งก่อนและหลังการแช่แข็ง

ต้องการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) หลังแช่แข็ง ปรึกษาศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก VFC Center

ตัวอ่อนแช่แข็งแล้ว สามารถนำมาตรวจโครโมโซมได้หรือไม่ ?

ตัวอ่อนแช่แข็งแล้ว สามารถนำมาตรวจโครโมโซมได้ไหม ? คำตอบคือ “สามารถทำได้” แต่ต้องผ่านกระบวนการเฉพาะทางที่ควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ภายในห้องปฏิบัติการ เพราะการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) จำเป็นต้องตัดเซลล์บางส่วนของตัวอ่อนออกเพื่อนำไปตรวจ ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อตัวอ่อนถูกละลายให้คืนตัวและสามารถเจริญเติบโตต่อในสภาพแวดล้อมความปลอดภัยสูงเท่านั้น

ทำไมต้องละลายตัวอ่อนก่อนตรวจ PGT-A ?

ตัวอ่อนในสภาพแช่แข็งไม่สามารถทำการตัดเซลล์ได้ จึงต้องทำให้ตัวอ่อนกลับคืนสภาพที่เหมาะสมก่อนตัดเซลล์จำนวนเล็กน้อย เพื่อนำไปวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซม เช่น โครโมโซมเกินหรือขาด ซึ่งมีผลต่อการฝังตัว ความเสี่ยงแท้ง และโอกาสการตั้งครรภ์ที่สำเร็จ รวมถึงความเสี่ยงที่จะต้องยุติการตั้งครรภ์เนื่องจากทารกมีความผิดปกติทางพันธุกรรม

ขั้นตอนการทำ PGT-A หลังตัวอ่อนถูกแช่แข็งแล้ว

กระบวนการตรวจแบบ PGT-A หลังแช่แข็งตัวอ่อนจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานห้องแล็บที่เข้มงวด โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

การละลายและเพาะเลี้ยงต่อ

เมื่อเริ่มกระบวนการตรวจ PGT-A หลังแช่แข็งตัวอ่อน ทีมผู้เชี่ยวชาญจะทำการละลายตัวอ่อนด้วยเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อคงสภาพโครงสร้างและคุณภาพของตัวอ่อนให้มากที่สุด หลังจากนั้นตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงต่อในห้องแล็บระบบปิดแบบ Cleanroom เพื่อสังเกตการคืนตัว การแบ่งเซลล์ และคุณภาพโดยรวมว่ามีความพร้อมเพียงพอสำหรับการตัดเซลล์ไปตรวจโครโมโซมหรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนนี้จำเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยประเมินความแข็งแรงของตัวอ่อนก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจจริง

การตัดเซลล์เพื่อตรวจ PGT-A

เมื่อประเมินแล้วว่าตัวอ่อนคืนตัวได้ดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เลเซอร์ในการตัดเซลล์จำนวนน้อยมากประมาณ 3–5 เซลล์จากบริเวณที่เรียกว่า Trophectoderm ซึ่งเป็นส่วนที่จะพัฒนาเป็นรกในอนาคต ไม่ใช่ส่วนที่เป็นร่างกายของตัวทารก โดยวิธีนี้จะทำให้การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนหลังแช่แข็งมีความปลอดภัยสูง

หลังตัดเซลล์แล้วจะส่งไปวิเคราะห์ความผิดปกติของโครโมโซม เพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่สัมพันธ์กับอายุของคุณแม่ หรือความเสี่ยงต่อการแท้งซ้ำ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมสำหรับการย้ายตัวอ่อนเพื่อการทำ ICSI ในอนาคต

นำตัวอ่อนไปแช่แข็งอีกครั้ง และรอผลตรวจ

หลังจากการตัดเซลล์เสร็จสิ้น ตัวอ่อนจะถูกแช่แข็งอีกครั้ง (Refreezing) เพื่อรอผลตรวจ PGT-A ซึ่งมักจะใช้เวลาประมาณ 10–14 วัน ซึ่งการแช่แข็งซ้ำนี้จะทำให้สามารถเก็บรักษาตัวอ่อนโดยไม่ลดคุณภาพลงแต่อย่างใด

หากผลตรวจโครโมโซมตัวอ่อนออกมาปกติ ทีมแพทย์สามารถวางแผนละลายและย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกได้อย่างเหมาะสมต่อไป

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) เพื่อคัดกรองและป้องกันการถ่ายทอดความผิดปกติ ปรึกษา VFC Center

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อนหลังแช่แข็งแล้ว มีข้อดีอะไรบ้าง ?

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนหลังแช่แข็งมีข้อดีหลายประการ โดยเฉพาะในกรณีที่มีตัวอ่อนแช่แข็งอยู่แล้ว หรือเคยย้ายตัวอ่อนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

เพิ่มความมั่นใจก่อนย้ายตัวอ่อน

การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนช่วยคัดเลือกเฉพาะตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ ซึ่งมีความพร้อมต่อการฝังตัวในโพรงมดลูก ลดความเสี่ยงต่อการแท้งและการย้ายตัวอ่อนล้มเหลว และทำให้มีข้อมูลที่ชัดเจนในการตัดสินใจเลือกตัวอ่อนเพิ่มความมั่นใจในการย้ายตัวอ่อนในกระบวนการทำ ICSI ครั้งถัดไป

เหมาะสำหรับคู่สมรสที่มีตัวอ่อนเก่าอยู่แล้ว

คู่สมรสที่เคยทำ IVF หรือ ICSI มาก่อน และมีตัวอ่อนแช่แข็งเก็บไว้นานแล้ว สามารถนำตัวอ่อนเหล่านั้นมาตรวจย้อนหลังได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการกระตุ้นไข่ใหม่อีกครั้ง ช่วยลดค่าใช้จ่าย เวลา และความเครียดจากการกระตุ้นไข่และเก็บสเปิร์มรอบใหม่

ช่วยคัดกรองความผิดปกติของตัวอ่อนที่อาจพบได้เมื่อคุณแม่มีอายุมากขึ้น

เมื่ออายุของคุณผู้หญิงเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของโครโมโซมอาจมีความผิดปกติ เช่น Trisomy 21 (ดาวน์ซินโดรม) จะสูงขึ้น การตรวจ PGT-A หลังแช่แข็งตัวอ่อนจะช่วยคัดกรองตัวอ่อนที่ปกติ เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อภาวะแท้งซ้ำได้

ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) หลังแช่แข็งช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนย้ายตัวอ่อนได้

ข้อจำกัดที่ควรรู้ของการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนหลังจากแช่แข็งไปแล้ว

แม้การตรวจโครโมโซมตัวอ่อนจะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและเหมาะสมกับเคสของแต่ละคู่

ตัวอ่อนต้องผ่านการแช่แข็ง-ละลายหลายรอบ

แม้เทคโนโลยีการแช่แข็งยุคใหม่จะมีความปลอดภัยสูง แต่การละลายและแช่แข็งซ้ำหลายครั้งอาจส่งผลต่อคุณภาพตัวอ่อน โดยเฉพาะตัวอ่อนที่เดิมมีคุณภาพไม่แข็งแรงมากนัก จึงต้องประเมินเป็นรายกรณีก่อนดำเนินการ

ต้องรอผลตรวจ PGT-A ทำให้ย้ายตัวอ่อนไม่ได้ทันที

ผลตรวจ PGT-A ต้องใช้เวลาวิเคราะห์ประมาณ 10-14 วัน ทำให้ไม่สามารถย้ายตัวอ่อนในรอบเดียวกับที่ละลายได้ จำเป็นต้องแช่แข็งกลับอีกครั้งเพื่อรอผลก่อนวางแผนย้ายตัวอ่อนในรอบถัดไป

ไม่เหมาะกับตัวอ่อนคุณภาพต่ำ

ตัวอ่อนที่แบ่งเซลล์ช้า คืนตัวไม่สมบูรณ์ หรืออยู่ในเกรดคุณภาพต่ำ อาจไม่เหมาะสำหรับการตัดเซลล์ไปตรวจ เพราะเสี่ยงต่อการเสียหายหรือไม่สามารถแช่แข็งซ้ำได้อย่างปลอดภัย

ตรวจโครโมโซม “ก่อน” หรือ “หลัง” แช่แข็ง แบบไหนดีกว่ากัน ?

การเลือกเวลาที่เหมาะสมในการตรวจ PGT-A ขึ้นอยู่กับประวัติการรักษา จำนวนตัวอ่อน และความพร้อมด้านสุขภาพและอายุของคุณผู้หญิง เพราะทั้งสองช่วงเวลามีข้อดีที่แตกต่างกัน จึงควรพิจารณาให้เหมาะกับแผนการมีบุตรของแต่ละคู่

ตรวจ PGT-A ก่อนแช่แข็ง (ตรวจทันทีหลังเพาะเลี้ยงตัวอ่อน)

การตรวจในช่วงนี้ช่วยให้แช่แข็งตัวอ่อนเพียงรอบเดียว ลดการละลายหลายครั้งและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของตัวอ่อน เหมาะสำหรับคู่ที่มีความพร้อมย้ายตัวอ่อนในอนาคตอันใกล้ หรือคู่ที่ต้องการวางแผนตั้งครรภ์แบบเป็นระบบตั้งแต่เริ่มต้น

ตรวจ PGT-A หลังแช่แข็งตัวอ่อน

การตรวจ PGT-A หลังแช่แข็งตัวอ่อน เหมาะสำหรับคู่รักที่มีตัวอ่อนแช่แข็งเหลืออยู่จากรอบก่อน และต้องการตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินคุณภาพก่อนย้าย เช่น ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้ที่เคยย้ายตัวอ่อนหลายครั้งแล้วไม่ติด หรือผู้ที่ต้องการคัดกรองก่อนตัดสินใจทิ้ง เก็บต่อ หรือย้ายตัวอ่อนในรอบใหม่

กรณีที่ควรตรวจ PGT-A หลังแช่แข็งตัวอ่อนเป็นพิเศษ

หากมีตัวอ่อนแช่แข็งอยู่ก่อนแล้ว การตัดสินใจตรวจความผิดปกติของโครโมโซมในตัวอ่อน (PGT-A) อาจช่วยลดความเสี่ยงของการล้มเหลวในการย้ายตัวอ่อนซ้ำ และเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่อไปนี้ที่มักพบความเสี่ยงสูง รวมถึงในกรณีที่ข้อมูลทางการแพทย์บ่งชี้ว่าควรตรวจเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มโอกาสคัดเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพ

  • เคยล้มเหลวจากการย้ายตัวอ่อนหลายครั้ง
  • เคยแท้งโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีประวัติโครโมโซมผิดปกติในครอบครัว
  • ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังมีตัวอ่อนเก่าอยู่
  • ต้องการประเมินตัวอ่อนเก่าก่อนตัดสินใจทิ้ง หรือเก็บต่อ

สนใจตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่ VFC Center

สรุป: ตัวอ่อนแช่แข็งตรวจโครโมโซมได้หรือไม่ ?

จะเห็นได้ว่า ในการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนที่แช่แข็งไปแล้ว จะต้องผ่านทั้งกระบวนการละลาย-เพาะเลี้ยงต่อ-ตัดเซลล์-แช่แข็งใหม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่คลินิกรักษาภาวะมีบุตรยากชั้นนำทั่วโลกใช้ แต่ทั้งนี้ ยังควรพิจารณาคุณภาพของตัวอ่อน และความจำเป็นของการตรวจในแต่ละเคส เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นไปตามที่คาดหวัง

หากคุณต้องการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน ไม่ว่าตัวอ่อนจะถูกแช่แข็งไว้นานแค่ไหน VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และเครื่องมือทันสมัย พร้อมประเมินและให้คำปรึกษาแบบเฉพาะเคส เพื่อให้คุณมั่นใจว่าเลือกตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์และพร้อมพัฒนาไปสู่การตั้งครรภ์

บทความโดย แพทย์นันท์นภัส ปโรสิยานนท์

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) หลังแช่แข็ง (FAQs)

เทคโนโลยีการแช่แข็งในปัจจุบันมีความปลอดภัยสูงและโครงสร้างตัวอ่อนมักคงคุณภาพได้ดี แต่การทำหลายรอบอาจเพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อยในเคสที่ตัวอ่อนไม่แข็งแรง แนะนำให้ตรวจในคลินิกที่มีมาตรฐานห้องแล็บขั้นสูงเพื่อลดความเสี่ยง

การตรวจ PGT-A ไม่จำเป็นต้องทำกับตัวอ่อนทุกตัว แต่เหมาะสำหรับคู่ที่มีความเสี่ยง เช่น อายุผู้หญิงมากกว่า 35 ปี เคยแท้งหลายครั้ง หรือเคยย้ายตัวอ่อนไม่ติด เพื่อเพิ่มโอกาสเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุด

ผลตรวจโครโมโซมตัวอ่อนมักใช้เวลา 10-14 วัน หลังตัดเซลล์ ทำให้ต้องแช่แข็งตัวอ่อนกลับเพื่อรอผลก่อนวางแผนย้ายตัวอ่อนในรอบถัดไป

สามารถตรวจได้ หากตัวอ่อนยังคงคุณภาพเพียงพอหลังละลายและเพาะเลี้ยงต่อ ทีมแพทย์จะประเมินการคืนตัวของตัวอ่อนก่อนเข้าสู่การตรวจจริง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.