เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

อาการท้องอืดช่วงไข่ตก ส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนหรือไม่ ?

ผู้หญิงมีอาการท้องอืดช่วงไข่ตก

Table of Contents

ผู้หญิงที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์มักสังเกตว่าช่วงไข่ตกจะมีอาการ “ท้องอืด แน่นท้อง จุกเสียด หรือรู้สึกไม่สบายท้อง” มากกว่าปกติ จนเกิดความกังวลว่าอาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการฝังตัวของตัวอ่อนหรือไม่ โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่ระหว่างการทำ IVF หรือ ICSI ซึ่งต้องวางแผนทุกขั้นตอนอย่างละเอียดเพื่อให้ร่างกายพร้อมต่อการตั้งครรภ์ การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างอาการท้องอืดช่วงไข่ตก และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จะช่วยให้สามารถดูแลตัวเองได้ถูกต้องและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สำเร็จได้มากขึ้น

ปรึกษาเพื่อวางแผนรักษาภาวะมีบุตรยากได้ที่ VFC Center

อาการท้องอืดช่วงไข่ตกคืออะไร ?

อาการท้องอืดช่วงไข่ตก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในช่วงที่รังไข่เตรียมปล่อยไข่และหลังไข่ตก ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารเคลื่อนตัวช้าลง ร่างกายมีแนวโน้มกักเก็บน้ำมากขึ้น และมีลมหรือแก๊สในลำไส้มากกว่าปกติ ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้แก่

  • แน่นท้อง รู้สึกอึดอัด
  • ท้องขยายกว่าปกติ
  • ผายลมบ่อย อยากเรอ
  • ปวดท้องจุกเสียด

อาการเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกายในช่วงไข่ตกและไม่ใช่อาการผิดปกติแต่อย่างใด

อาการท้องอืดช่วงไข่ตก ส่งผลอย่างไรต่อการฝังตัวของตัวอ่อน ?

แม้อาการท้องอืดไม่ได้ทำให้การฝังตัวของตัวอ่อนล้มเหลว เนื่องจากเป็นอาการที่เกิดจากฮอร์โมนในช่วงไข่ตก จึงไม่ได้กระทบโดยตรงต่อโพรงมดลูก แต่มักส่งผลทางอ้อมได้ในบางกรณี ดังนี้

ท้องอืดจากฮอร์โมนสูง อาจทำให้เลือดไหลเวียนไปมดลูกลดลง

ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นจะทำให้ระบบย่อยอาหารเคลื่อนตัวช้าลง ทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และอาจทำให้เลือดไหลเวียนไปยังอุ้งเชิงกรานช้าลงเล็กน้อย ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อสภาวะของโพรงมดลูกในบางราย

ความเครียดจากอาการท้องอืด มีผลต่อระบบฮอร์โมน

เมื่อรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง บางคนอาจเกิดความกังวลจนส่งผลต่อฮอร์โมนคอร์ติซอลให้เพิ่มขึ้น (ฮอร์โมนความเครียด) ซึ่งมีผลต่อความสมดุลของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการฝังตัวของตัวอ่อน เช่น ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน และฮอร์โมนเอสโตรเจน

ท้องอืดมากผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่กระทบการฝังตัว

สำหรับคู่แต่งงานที่อยู่ระหว่างการทำ IVF หรือ ICSI หากมีอาการท้องอืด หรือรู้สึกแน่นท้องรุนแรง หายใจลำบาก หรือเจ็บอุ้งเชิงกราน อาจเป็นสัญญาณของภาวะ OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) หรือภาวะที่รังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป ซึ่งต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจกระทบต่อการฝังตัวของตัวอ่อนได้

ดังนั้น แม้อาการท้องอืดทั่วไปจะไม่เป็นอันตราย แต่หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง

ปรึกษาเพื่อวางแผนรักษาภาวะมีบุตรยากได้ที่ VFC Center

แพทย์ให้คำปรึกษาเรื่องอาการท้องอืดช่วงไข่ตก

แนวทางดูแลและจัดการอาการท้องอืดช่วงไข่ตก เพื่อสนับสนุนการฝังตัวของตัวอ่อน

การดูแลอาการท้องอืดอย่างเหมาะสม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะที่พร้อมต่อการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะช่วงที่รอการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งควรปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้

ปรับการรับประทานอาหาร

หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น อาหารหมักดอง อาหารมันจัด และน้ำอัดลม รวมถึงผลิตภัณฑ์นมวัว หากเคยมีประวัติท้องอืดจากแล็กโทส พร้อมเพิ่มการรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายอย่างซุป ผักนึ่ง หรือข้าวต้ม เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

อีกทั้งการดื่มน้ำอุ่นยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบริเวณอุ้งเชิงกราน ลดแก๊สในลำไส้ และทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

เดินเบา ๆ เพิ่มการเคลื่อนไหวของลำไส้

การเดินเบา ๆ เป็นเวลา 15-20 นาทีต่อวัน จะช่วยกระตุ้นลำไส้ให้เคลื่อนตัวได้ดีขึ้น ลดการสะสมของแก๊สที่เป็นสาเหตุของอาการท้องอืด พร้อมเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังมดลูกและรังไข่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมร่างกายในช่วงพยายามตั้งครรภ์

อีกทั้งประโยชน์ของการเดินยังทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียดที่อาจไปกระทบต่อฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการฝังตัวของตัวอ่อนอีกด้วย

ปรับอิริยาบถ

อิริยาบถในชีวิตประจำวันมีผลต่ออาการท้องอืดโดยตรง ควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือท่านั่งงอตัวมากเกินไป เพราะตำแหน่งเหล่านี้อาจทำให้ลำไส้กดตัวและเกิดแก๊สมากขึ้น การนั่งหลังตรงหรือจัดท่าทางให้ลำตัวไม่งอเกินไป จะช่วยให้ลำไส้เคลื่อนตัวสะดวก ลดความแน่นท้อง และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

หลีกเลี่ยงยาแก้ท้องอืดบางชนิด

แม้ยาบางประเภทจะช่วยลดอาการท้องอืดได้เร็ว แต่ยาบางกลุ่มอาจทำให้การบีบตัวของลำไส้ลดลงมากเกินไป ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงโพรงมดลูกลดลง โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่ระหว่างการทำ IVF หรือ ICSI จึงไม่ควรใช้ยาแก้ท้องอืดด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

ประเมินสัญญาณผิดปกติ

แม้อาการท้องอืดช่วงไข่ตกไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่หากมีอาการแน่นท้องรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ร่วมกับอาเจียน ท้องโตผิดปกติจนรู้สึกอึดอัด หรือเจ็บท้องหน่วงลามไปหลัง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะ OHSS โดยเฉพาะในผู้ที่เพิ่งได้รับยากระตุ้นไข่ การประเมินอาการแต่เนิ่น ๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความปลอดภัยในช่วงเตรียมตั้งครรภ์

หากกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับอาการที่เกิดจากการกระตุ้นให้ไข่ตก หรือการเตรียมโพรงมดลูกให้เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน สามารถเข้ารับการประเมินและปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ได้ที่ VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการรักษา

บทความโดย แพทย์นันท์นภัส ปโรสิยานนท์

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

โดยทั่วไปไม่เกี่ยวข้องกัน แต่หากท้องอืดรุนแรงผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของภาวะ OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) ซึ่งกระทบต่อการฝังตัวได้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

หากท้องอืดมากจนท้องโตเร็ว แน่นท้อง หายใจลำบาก หรือเจ็บท้องหน่วง อาจเป็นสัญญาณของภาวะ OHSS ซึ่งพบได้ในผู้ที่ได้รับยากระตุ้นไข่ จำเป็นต้องประเมินโดยแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัย

ท้องอืดไม่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพไข่ แต่ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอที่มักมาพร้อมอาการท้องอืดอาจส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนได้ และกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ที่เตรียมตัวทำ IVF และ ICSI

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.