การเก็บไข่ (Egg Retrieval) เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ต้องการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ ไม่ว่าจะเพื่อวางแผนมีบุตรในอนาคตหรือเพื่อรักษาคุณภาพไข่ก่อนที่อายุจะมากขึ้น ซึ่งหลังจากการเก็บไข่ ร่างกายอาจเกิดอาการต่าง ๆ ได้ ตั้งแต่ปวดท้องเล็กน้อยไป หรือบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ควรเฝ้าระวัง การทำความเข้าใจอาการหลังเก็บไข่และสัญญาณเตือนจะช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัย และตัดสินใจไปพบแพทย์ทันทีเมื่อเห็นถึงความผิดปกติ
ปรึกษาเรื่องฝากไข่และวางแผนมีบุตรที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
เช็กลิสต์อาการหลังเก็บไข่
หลังการเก็บไข่ ร่างกายจะเริ่มฟื้นตัวจากกระบวนการกระตุ้นรังไข่และการเก็บไข่ ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่สัญญาณอันตรายใด ๆ
- อาการปวดท้องหลังเก็บไข่ : เป็นอาการที่พบบ่อย หลายคนมักรู้สึกปวดหน่วงคล้ายอาการปวดประจำเดือน ซึ่งเกิดจากรังไข่บวม จากการที่เจาะดูดไข่ออกมา แต่โดยทั่วไปจะปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง และสามารถทุเลาลงได้ด้วยการพักผ่อนหรือทานยาแก้ปวดที่แพทย์แนะนำ
- มีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย : อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอดเล็กน้อยภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังการเก็บไข่ ซึ่งเกิดจากการสอดเครื่องมือระหว่างทำหัตถการ หากมีเลือดออกเพียงเล็กน้อยมักจะหยุดได้เอง แต่หากเลือดออกมากผิดปกติ ต้องรีบไปพบแพทย์
- ท้องอืดและรู้สึกแน่นท้อง : มักเกิดจากการใช้ยาฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้มีไข่จำนวนมาก ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ท้องป่อง หรือแน่นท้องได้เล็กน้อย
-
อาการอื่น ๆ ที่พบได้
- คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะเล็กน้อย : อาจเป็นผลมาจากยาชาหรือยาระงับความรู้สึกที่ใช้ระหว่างการทำหัตถการ
- อ่อนเพลีย : ร่างกายต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อฟื้นตัวหลังการทำหัตถการ
- คัดตึงเต้านม : โดยเฉพาะผู้ที่เก็บไข่ได้จำนวนมาก เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้น
คำแนะนำ : อาการเหล่านี้อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงและจะดีขึ้นตามลำดับ การดูแลตนเองด้วยการพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนหลังเก็บไข่ที่ควรระวัง
แม้อาการส่วนใหญ่จะเป็นภาวะปกติ แต่ในบางกรณีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
ภาวะที่พบบ่อยสุด : OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome)
ภาวะ OHSS หรือ Ovarian Hyperstimulation Syndrome เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้จากรังไข่ตอบสนองต่อฮอร์โมนกระตุ้นไข่มากเกินไป ทำให้เกิดการรั่วไหลของของเหลวเข้าสู่ช่องท้อง โดยจะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา เช่น
- ปวดท้องหลังเก็บไข่หรือปวดหน่วงที่รุนแรงกว่าปกติ
- ท้องอืด และแน่นท้องมาก คลื่นไส้ อาเจียน
- ปัสสาวะน้อยลง และน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความรุนแรง
ส่วนใหญ่อาการจะอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและหายได้เอง แต่หากรุนแรงมาก (Severe OHSS) อาจส่งผลกระทบต่อระบบหายใจ (หายใจลำบาก) และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด (Blood Clot) ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ภาวะเฉียบพลันที่ต้องเฝ้าระวัง
สัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนหลังเก็บไข่ที่บ่งบอกถึงความผิดปกติแบบเฉียบพลัน ที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- เลือดออกมากผิดปกติ : มีเลือดออกทางช่องคลอดมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง หรือมีก้อนเลือดใหญ่ออกมาด้วย
- การติดเชื้อ : ไข้สูง (มากกว่า 38 องศาเซลเซียส) ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หรือตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ
- รังไข่บิดตัว : ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลันด้านใดด้านหนึ่ง และอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน
- อาการอื่น ๆ ของภาวะ OHSS ที่รุนแรง : หายใจเหนื่อยหอบ และปัสสาวะน้อยลง
หากพบสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนในระดับที่รุนแรงขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที
จองคิวปรึกษาที่ VFC Center เพื่อเริ่มต้นเก็บไข่และวางแผนอนาคต

การดูแลตนเองหลังการเก็บไข่
การปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังเก็บไข่ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ : ใน 1-2 วันแรกหลังเก็บไข่ ควรลดกิจกรรมต่าง ๆ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย
- ใช้ยาบรรเทาอาการตามแพทย์สั่ง : หากมีอาการปวดหน่วงท้องน้อย หรือแน่นท้องเล็กน้อย สามารถรับประทานยาแก้ปวดชนิดที่แพทย์สั่ง เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol)
-
หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก
- งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากแพทย์
- งดการออกกำลังกายหนัก หรือการเคลื่อนไหวที่รุนแรง
- งดการยกของหนัก
- ดื่มน้ำและรับประทานโปรตีน : ดื่มน้ำให้เพียงพอ และเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะ OHSS
- สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด : หมั่นสังเกตอาการต่าง ๆ ของตนเอง แต่หากพบสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนหลังเก็บไข่ดังที่กล่าวไปข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที ไม่ควรปล่อยให้อาการรุนแรงขึ้น
วางแผนฝากไข่ เพื่อมีบุตรในวันที่พร้อมอย่างมั่นใจ
การเก็บไข่เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้หญิงที่ต้องการรักษาภาวะเจริญพันธุ์ การเข้าใจอาการหลังเก็บไข่ และภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง จะช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัย
เลือกโปรแกรมฝากไข่ กับ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V Fertility Center) ที่มุ่งเน้นการดูแลเฉพาะบุคคล มีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์คอยดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อให้ขั้นตอนการเก็บไข่ทั้งปลอดภัยและราบรื่น พร้อมกับมีโอกาสตั้งครรภ์บุตรที่แข็งแรงในอนาคต
บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
หลังเก็บไข่จะมีเลือดออกทางช่องคลอดมากแค่ไหนถึงเป็นอันตราย ?
หากมีเลือดออกเล็กน้อยใน 24 ชั่วโมงแรกถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีเลือดออกมาก ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง หรือตรวจพบก้อนเลือด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
OHSS คืออะไร และมีสัญญาณเตือนอย่างไร ?
OHSS (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากรังไข่ตอบสนองต่อฮอร์โมนมากเกินไป โดยมีสัญญาณเตือนที่สำคัญ เช่น ท้องอืดรุนแรง ปวดหน่วง คลื่นไส้ น้ำหนักเพิ่มเร็ว ปัสสาวะน้อย และหากรุนแรงอาจหายใจลำบาก
ควรดูแลตัวเองอย่างไรหลังเก็บไข่เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ?
พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง งดมีเพศสัมพันธ์และทำกิจกรรมหนัก อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานโปรตีนช่วยบำรุงร่างกาย อีกทั้งยังควรสังเกตอาการผิดปกติ จะได้ไปพบแพทย์ได้ในทันที

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.