Key Takeaway: พังผืดในมดลูกและอุ้งเชิงกรานเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยาก โดยอาจเกิดจากการอักเสบ การติดเชื้อ หรือการผ่าตัดในอุ้งเชิงกรานและโพรงมดลูก ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องเรื้อรัง ประจำเดือนผิดปกติ และอาจทำให้ท่อนำไข่ตันหรือการฝังตัวของตัวอ่อนผิดปกติได้ อย่างไรก็ตาม ภาวะพังผืดสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาเพื่อลดอาการหรือการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเลาะพังผืดออก ดังนั้น การตรวจวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วกับแพทย์เฉพาะทางจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สำเร็จได้มากขึ้น

ปัญหาพังผืดที่เกิดขึ้นบริเวณมดลูก ไม่เพียงแต่สร้างความเจ็บปวดทางร่างกายให้แก่คุณผู้หญิง หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่สำหรับคู่แต่งงานที่ต้องการมีบุตร หากฝ่ายหญิงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นพังผืดในโพรงมดลูกหรือพังผืดในอุ้งเชิงกราน อาจเกิดความกังวลใจว่าจะมีลูกยากไหม หรือต้องมีกระบวนการรักษาอย่างไร เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรได้สำเร็จ
คงต้องบอกว่า อาการพังผืดในมดลูก รวมถึงภาวะพังผืดในอุ้งเชิงกรานสามารถทำให้มีบุตรยากได้จริง แต่อย่าเพิ่งกังวลใจไป เพราะยังมีวิธีการรักษา วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับปัญหาพังผืดของผู้หญิงกันให้มากขึ้น พร้อมจะมาบอกถึงวิธีการที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้สำเร็จ
ตรวจสุขภาพและวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
เข้าใจปัญหาพังผืดในผู้หญิง
ปัญหาพังผืดในมดลูกที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิง แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ
พังผืดในอุ้งเชิงกราน
สาเหตุ
พังผืดในอุ้งเชิงกราน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุหลัก คือ
- เกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อภายในอุ้งเชิงกราน
- เกิดจากการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เนื่องจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดปกติ
- เกิดจากการผ่าตัดช่องท้อง ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดคลอดบุตร ผ่าตัดเนื้องอกบริเวณมดลูก หรือผ่าตัดไส้ติ่ง
อาการ
เมื่อเกิดภาวะพังผืดในอุ้งเชิงกราน จะมีอาการปวดท้องเรื้อรัง ปวดแบบตื้อ ๆ หรือรู้สึกปวดแบบบิด ๆ โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ แม้ไม่ใช่ช่วงที่มีประจำเดือนก็ยังมีอาการปวด และจะยิ่งปวดมากในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ อีกทั้งยังมีอาการข้างเคียงอื่น ๆ ร่วมด้วย คือท้องผูก ปัสสาวะบ่อย กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลำไส้ตีบตัน และท่อไตบวม
ผลกระทบต่อการมีบุตร
พังผืดในอุ้งเชิงกรานส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากพังผืดจะรัดท่อนำไข่ ส่งผลให้ท่อนำไข่ตัน ทำให้ไข่และอสุจิไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิกันได้
การรักษา
ในส่วนของแนวทางการรักษาพังผืดในอุ้งเชิงกรานแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ
- รักษาแบบประคองอาการ ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดและต้านการอักเสบ เพื่อช่วยลดอาการปวดท้อง รวมถึงการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือการฉีดยาคุมกำเนิด เพื่อลดการมีประจำเดือน และลดอาการปวดที่เกิดขึ้นระหว่างการมีประจำเดือน
- รักษาด้วยการผ่าตัดแบบส่องกล้อง MIS เพื่อให้เกิดแผลผ่าตัดที่เล็กที่สุด ลดโอกาสที่พังผืดจะกลับมาเป็นซ้ำ
ตรวจสุขภาพและวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

พังผืดในโพรงมดลูก
สาเหตุ
พังผืดในโพรงมดลูก มักเกิดจากการที่ผนังเยื่อบุโพรงมดลูกถูกทำลาย จนกลายเป็นพังผืดติดกัน ซึ่งผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิดพังผืดในโพรงมดลูกคือผู้ที่เคยมีอาการเหล่านี้
- เคยได้รับการทำหัตถการในโพรงมดลูก เช่น การขูดมดลูก การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเอาเนื้องอกในโพรงมดลูกออก หรือการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเอาแผ่นกั้นในโพรงมดลูกออก
- เคยได้รับการผ่าตัดเนื้องอกในโพรงมดลูกทางหน้าท้อง
- เคยมีภาวะแท้งค้าง แท้งไม่ครบ หรือเศษรกค้าง
- เคยมีภาวะอักเสบหรือติดเชื้อที่เยื่อบุโพรงมดลูก
อาการ
หากมีภาวะพังผืดในโพรงมดลูกจะมีอาการที่รุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละราย ขึ้นอยู่กับปริมาณพังผืดว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งอาการที่มักพบได้ คือ
- ประจำเดือนออกน้อย กะปริบกะปรอย หรือเป็น ๆ หาย ๆ
- ปวดประจำเดือน เพราะพังผืดอุดตัน ทำให้ประจำเดือนไหลไม่สะดวก
ผลกระทบต่อการมีบุตร
ภาวะพังผืดในโพรงมดลูกเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาแท้งซ้ำซาก เนื่องจากรกเกาะตัวกับโพรงมดลูกได้ไม่ดี และส่งผลให้มีบุตรยากด้วยเช่นกัน
การรักษา
สำหรับการรักษาภาวะพังผืดในโพรงมดลูก สามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องโพรงมดลูกเพื่อเลาะพังผืดออก ร่วมกับการใช้ฮอร์โมน Estrogen เพื่อให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้นและเป็นการซ่อมแซมเยื่อบุโพรงมดลูกที่ถูกทำลายด้วย
ตรวจสุขภาพและวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

เมื่อรักษาพังผืดแล้วสามารถมีบุตรได้หรือไม่ ?
หากใครที่ยังสงสัยว่าเป็นพังผืดที่มดลูกจะมีลูกได้ไหม ต้องบอกว่าโอกาสในการตั้งครรภ์ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของพังผืดก่อนผ่าตัด และการเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วและเหมาะสม ดังนั้น คุณผู้หญิงจึงควรเข้าตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรให้ประสบความสำเร็จ
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพและประเมินภาวะมีบุตรยากได้ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และพร้อมช่วยคุณวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีบุตร
บทความโดย แพทย์หญิงศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline : 082-903-2035
Line : @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพังผืดในอุ้งเชิงกรานและในโพรงมดลูกทำให้มีบุตรยาก (FAQs)
Q: พังผืดในอุ้งเชิงกราน ทำให้มีบุตรยากได้อย่างไร ?
A: พังผืดในอุ้งเชิงกรานอาจทำให้ท่อนำไข่เกิดการรัดตัว ตีบ หรืออุดตัน ส่งผลให้ไข่และอสุจิไม่สามารถพบกันเพื่อให้เกิดการปฏิสนธิได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะดังกล่าวมักมีอาการปวดท้องเรื้อรังหรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมจากแพทย์
Q: รักษาพังผืดมดลูก วิธีไหนได้ผลดีที่สุด ?
A: การรักษาพังผืดมดลูกขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระดับความรุนแรงของพังผืด โดยแพทย์อาจเริ่มจากการใช้ยาเพื่อลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการปวด หากพังผืดมีผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะหรือการมีบุตร อาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเลาะพังผืดออก ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขสาเหตุของปัญหาและช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้
Q: หลังรักษาพังผืดในมดลูกแล้ว สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ?
A: หลังการรักษาพังผืดในมดลูก ผู้หญิงจำนวนมากยังสามารถตั้งครรภ์ได้ โดยโอกาสในการตั้งครรภ์จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความรุนแรงของพังผืด อายุของผู้หญิง และสุขภาพระบบสืบพันธุ์โดยรวม ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IVF หรือ ICSI เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้สำเร็จ
Q: ควรไปพบแพทย์เมื่อสงสัยว่ามีพังผืดในมดลูกหรือไม่ ?
A: หากมีอาการปวดท้องเรื้อรัง ประจำเดือนผิดปกติ หรือพยายามตั้งครรภ์เป็นเวลานานแต่ยังไม่สำเร็จ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด การตรวจและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการมีบุตรได้มากขึ้นในอนาคต

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.