เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

ตรวจ HBeAg ก่อนตั้งครรภ์ ป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในทารก

ผู้หญิงกำลังปรึกษากับแพทย์ถึงความกังวลว่าแม่เป็นไวรัสตับอักเสบบีลูกติดหรือไม่ ?

Table of Contents

Key Takeaway :

ไวรัสตับอักเสบบีสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณแม่มีปริมาณไวรัสในเลือดสูง แต่ปัจจุบันสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากทารกได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและอิมมูโนโกลบูลินภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด รวมถึงได้รับวัคซีนครบตามกำหนด การตรวจสุขภาพและวางแผนการตั้งครรภ์ร่วมกับแพทย์ก่อนตั้งครรภ์จึงมีความสำคัญ เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมการป้องกันอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในทารกและเพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

สำหรับคู่สมรสโดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่มีภาวะไวรัสตับอักเสบบีอยู่แล้ว หรือเป็นพาหะของโรค ย่อมมีความกังวลระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากคงไม่มีแม่คนไหนอยากเป็นพาหะส่งต่อไวรัสให้กับลูกน้อย ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการติดต่อของไวรัสตับอักเสบบีจากแม่สู่ลูก รวมถึงรู้วิธีป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในทารกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ตรวจสุขภาพและวางแผนมีบุตรกับทีมแพทย์ที่ VFC Center

การติดต่อของไวรัสตับอักเสบบีจากแม่ถึงลูก

โรคไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคติดต่อผ่านทางเลือด สารคัดหลั่ง เช่น น้ำเหลือง และน้ำลาย รวมถึงการติดต่อจากแม่สู่ลูกในระหว่างการตั้งครรภ์หรือการคลอดบุตรได้โดยตรง ดังนั้น คำถามที่ว่าในกรณีที่แม่หรือพ่อเป็นไวรัสตับอักเสบบีแล้วลูกจะติดหรือไม่ คำตอบคือมีโอกาสเสี่ยง โดยเฉพาะในกรณีที่แม่มีค่า HBeAg เป็นบวก ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีปริมาณไวรัสในเลือดสูง โอกาสในการแพร่เชื้อสู่ทารกก็จะยิ่งมากขึ้น และเมื่อไวรัสตับอักเสบบีแพร่เข้าสู่ร่างกายของทารก ทารกมีโอกาสเป็นพาหะของโรคนี้สูงถึง 95% ซึ่งอาจพัฒนาเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง หรือแม้กระทั่งมะเร็งตับในอนาคต

วิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในทารก

แม้ว่าการติดต่อจากแม่สู่ลูกจะมีความเสี่ยงสูง แต่โชคดีที่ปัจจุบันเรามีวิธีการป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในทารกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนให้ทารกในวันแรกหลังคลอด ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการลดความเสี่ยง

1. การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้ทารกในวันแรกหลังคลอด

กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีแก่ทารกทุกคนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา ซึ่งช่วยป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฉีดวัคซีนนี้ต้องทำภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทารกที่แม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี

2. การฉีดอิมมูโนโกลบูลิน (HBIG)

หากแม่มีค่า HBeAg เป็นบวก นอกจากทารกจะได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ยังจะต้องได้รับอิมมูโนโกลบูลิน (Hepatitis B Immune Globulin: HBIG) เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดโอกาสการติดเชื้อได้อีกระดับ

3. การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีให้ครบตามกำหนด

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีสำหรับทารกประกอบด้วยการฉีด 3 เข็ม โดยเริ่มในวันแรกหลังคลอด จากนั้นจะต้องฉีดเพิ่มเติมตามกำหนดเวลา การได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตรวจสุขภาพและวางแผนมีบุตรกับทีมแพทย์ที่ VFC Center

การตรวจเลือด HBeAg และความสำคัญของการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์

สำหรับผู้หญิงที่เป็นพาหะของโรคไวรัสตับอักเสบบี ควรได้รับการตรวจเลือดเพื่อประเมินค่า HBeAg ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีปริมาณไวรัสมากน้อยเพียงใดในร่างกาย หากผล HBeAg เป็นบวก หมายความว่าคุณแม่มีปริมาณไวรัสสูง การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์จะต้องมีการวางแผนร่วมกับแพทย์เพื่อให้ทารกได้รับการป้องกันที่เหมาะสม

อีกทั้งการตรวจสุขภาพและวางแผนการตั้งครรภ์กับแพทย์ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณแม่สามารถดูแลสุขภาพของตนเองและทารกได้อย่างถูกต้อง ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ไปจนถึงช่วงใกล้คลอด

ผลกระทบของไวรัสตับอักเสบบีในทารก

ในกรณีที่ทารกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ทารกอาจไม่มีอาการเจ็บป่วยที่ชัดเจนในช่วงแรก แต่เมื่อโตขึ้นอาจมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง โรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ ดังนั้น การป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในทารกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทารกที่ติดเชื้อในช่วงแรกเกิด มักมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหล่านี้เมื่อโตขึ้นสูงถึง 25% ดังนั้น การป้องกันตั้งแต่ก่อนและหลังคลอดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ดูแลสุขภาพก่อนตั้งครรภ์และวางแผนมีบุตรกับทีมแพทย์ที่ VFC Center

VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร พร้อมดูแลเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีแก่ทารก

หากคุณหรือคู่สมรสเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี และกังวลเกี่ยวกับโอกาสในการมีบุตรที่ปลอดภัย VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เราให้บริการตรวจวินิจฉัยและป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในทารก ด้วยมาตรการที่ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อให้คุณแม่และทารกมีสุขภาพแข็งแรง มั่นใจได้ในทุกขั้นตอนของการตั้งครรภ์ มาร่วมสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบไปกับเรา !

บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline : 082-903-2035

Line : @vfccenter

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดต่อและป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในทารก (FAQs)

ไม่จำเป็นว่าทารกทุกคนจะติดเชื้อ หากได้รับการป้องกันอย่างถูกต้อง โดยทารกควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีร่วมกับอิมมูโนโกลบูลิน (HBIG) ภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด ซึ่งสามารถลดโอกาสการติดเชื้อได้อย่างมาก

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยและได้รับการใช้ทั่วโลกมานาน โดยมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อ ทารกควรได้รับวัคซีนเข็มแรกตั้งแต่วันแรกหลังคลอด และฉีดต่อเนื่องตามตารางวัคซีนที่แพทย์แนะนำ

ผู้หญิงที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีสามารถตั้งครรภ์และคลอดบุตรได้ตามปกติ โดยทั่วไปโรคนี้ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงระหว่างการตั้งครรภ์ แต่ควรได้รับการดูแลและติดตามอาการจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อสู่ทารก

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีออกจากร่างกายได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นพาหะส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม และตรวจติดตามการทำงานของตับกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

Consult with Dr. Sorramon Songveeratham at our leading fertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.