Key Takeaway
ปล่อยให้ตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติมา 7 ปี แต่ยังไม่ท้องไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ แต่แสดงถึงความจำเป็นในการประเมินสาเหตุที่อาจมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเกิดจากทั้งฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย หรือปัจจัยร่วมอื่น ๆ การตรวจสุขภาพและการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เช่น การกระตุ้นไข่, IUI, IVF หรือ ICSI จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์และการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์เป็นก้าวสำคัญในการวางแผนการมีลูก ลดการเสียเวลาในการพยายามตั้งครรภ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ
คู่สมรสจำนวนไม่น้อย ใช้ชีวิตร่วมกันมานาน และวางแผนมีลูกอย่างตั้งใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ก็ยังไม่สำเร็จ บางคู่ปล่อยมายาวนานมากกว่า 7 ปี จนเริ่มมีความกังวลว่าจะยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้หรือไม่ และไม่รู้ว่าควรเริ่มทำอย่างไรต่อดี
ในความเป็นจริงแล้ว การตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับภาวะการมีลูกยาก ไม่จำเป็นต้องรอเวลานานหลายปี เพราะถ้าหากคู่รักมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอและปล่อยตามธรรมชาติครบ 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่ตั้งครรภ์ หรือเพียง 6 เดือนสำหรับผู้หญิงที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ก็ถือว่าเข้าข่ายภาวะมีบุตรยากและควรเริ่มหาสาเหตุอย่างจริงจัง ซึ่งการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุมีลูกยาก และแนวทางเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม จะช่วยให้คู่สมรสตัดสินใจเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center
โอกาสในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติสำหรับคนทั่วไป
สำหรับคู่สมรสที่มีสุขภาพปกติและมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่ไข่ตก โอกาสตั้งครรภ์แต่ละรอบเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 15-25% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่สูงมากนัก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่หลายคู่ต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะสำเร็จ
อย่างไรก็ดี ภายในระยะเวลา 1 ปี คู่สมรสที่มีสุขภาพแข็งแรงประมาณ 80-90% จะสามารถตั้งครรภ์ได้เองตามธรรมชาติ แต่หากผ่านพ้นปีแรกไปแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ โอกาสที่ในปีต่อ ๆ ไปจะค่อย ๆ ลดลง โดยปัจจัยสำคัญที่สุดคือ อายุของฝ่ายหญิง เนื่องจากคุณภาพและปริมาณของไข่จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังวัย 35 ปีเป็นต้นไป
ปล่อยมา 7 ปีแล้ว แต่ยังไม่ท้อง สาเหตุหลักของการมีลูกยากมาจากอะไร ?
การมีลูกยากนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย และปัจจัยร่วมที่ส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์ ซึ่งพบได้เป็นส่วนใหญ่ คือ
ปัจจัยฝ่ายหญิง
- คุณภาพไข่ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ไข่จะมีปริมาณน้อยลง และยังมีโอกาสเกิดความผิดปกติทางโครโมโซมสูงขึ้น ทำให้ปฏิสนธิติดยากหรือแท้งง่าย
- ภาวะไข่ไม่ตกสม่ำเสมอ อาจเกิดจากภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือความผิดปกติของฮอร์โมน ทำให้ไม่มีไข่พร้อมผสมในรอบเดือนนั้น ๆ
- ท่อนำไข่อุดตัน เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้อสุจิไม่สามารถเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ได้
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือที่รู้จักกันในชื่อช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในมดลูกและการทำงานของรังไข่
ปัจจัยฝ่ายชาย
- จำนวนอสุจิน้อย หรือมีคุณภาพต่ำ ส่งผลกระทบต่อโอกาสการปฏิสนธิ
- อสุจิเคลื่อนไหวได้ไม่ดี อาจไม่สามารถไปถึงไข่และปฏิสนธิได้
- รูปร่างผิดปกติ ทำให้อสุจิไม่สามารถเจาะเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ได้
ปัจจัยร่วม
- ช่วงเวลามีเพศสัมพันธ์ไม่แม่นยำ นับวันไข่ตกผิด ทำให้พลาดโอกาสทองในแต่ละเดือน
- ความเครียด ความกังวลสะสม จนส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนทั้งชายและหญิง
- น้ำหนักตัว ทั้งการมีน้ำหนักมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ค่า BMI จึงไม่เหมาะสม ส่งผลต่อการตกไข่และการผลิตอสุจิ
- ปล่อยปละละเลยมานาน ไม่ได้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาที่มีอยู่ไม่ได้รับการแก้ไข
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center

วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ สำหรับคู่ที่มีลูกยาก
สำหรับคู่สมรสที่ยังต้องการทดลองวิธีธรรมชาติ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ โดยมีวิธีการ ดังนี้
- จับรอบไข่ตกอย่างถูกต้อง ใช้ชุดตรวจการตกไข่ (LH Test) หรือการวัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อหาช่วงเวลาที่ไข่ตกที่แม่นยำที่สุด
- ปรับความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ ควรมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงก่อนและวันที่มีการตกไข่
- ดูแลพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหากิจกรรมช่วยสร้างความผ่อนคลาย
- ตรวจสุขภาพพื้นฐานของทั้งสองฝ่าย เพื่อตรวจหาอุปสรรคเบื้องต้นที่อาจไปขัดขวางการตั้งครรภ์
การเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
หากคู่สมรสปล่อยตามธรรมชาติมานานถึง 7 ปี แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ การพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์มักเป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งขั้นตอนการเริ่มต้นมี ดังนี้
ประเมินภาวะมีบุตรยาก
ขั้นแรก คือการเข้าไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อประเมินภาวะมีบุตรยาก โดยแพทย์จะซักประวัติสุขภาพ พฤติกรรม และระยะเวลาที่พยายามมีลูก เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าควรเน้นการตรวจเชิงลึกในด้านใดเป็นพิเศษ
ตรวจร่างกาย
- ฝ่ายหญิง ตรวจระดับฮอร์โมน เช่น AMH หรืออัลตราซาวนด์ดูมดลูกและรังไข่ รวมถึงการฉีดสีดูท่อนำไข่
- ฝ่ายชาย ตรวจวิเคราะห์อสุจิ ทั้งจำนวน ความแข็งแรง และรูปร่าง
เลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
เมื่อเข้าใจสาเหตุที่แน่ชัด แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะเลือกวิธีที่เหมาะกับระดับปัญหาและอายุของคู่รัก เช่น
- การรับประทานยา หรือฉีดยากระตุ้นไข่ เพื่อให้รังไข่ผลิตไข่ที่สมบูรณ์ และตกตามเวลาที่กำหนด เหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่มีปัญหาไข่ไม่ตกเรื้อรัง แต่ท่อนำไข่ปกติ รวมถึงอสุจิฝ่ายชายแข็งแรงดี
- IUI (Intrauterine Insemination) เป็นการคัดกรองเฉพาะอสุจิที่แข็งแรง แล้วฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงในช่วงไข่ตก เพื่อลดระยะทางและเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ เหมาะสำหรับฝ่ายชายที่มีปัญหาอสุจิเล็กน้อย หรือฝ่ายหญิงที่มีมูกปากมดลูกเหนียวข้นขัดขวางการว่ายของอสุจิ
- ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นการคัดเลือกอสุจิที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงตัวเดียว ต่อไข่หนึ่งใบ แล้วใช้เข็มขนาดเล็กฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง เพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิ เหมาะสำหรับฝ่ายชายที่มีปัญหาด้านคุณภาพอสุจิขั้นรุนแรง รวมถึงฝ่ายหญิงที่มีอายุมากและเปลือกไข่หนา
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และวางแผนการตั้งครรภ์ ที่ VFC Center
หากปล่อยตามธรรมชาตินานหลายปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะตั้งครรภ์ อาจสะท้อนว่าควรได้รับการประเมินภาวะมีบุตรยากเพื่อหาทางเลือกในการรักษาอย่างเหมาะสม ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมให้คำปรึกษาและช่วยวางแผนการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อให้คู่สมรสที่เผชิญปัญหามีบุตรยาก สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จและปลอดภัย
บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline: 082-903-2035
LINE Official: @vfccenter
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะมีลูกยากและการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ (FAQs)
Q: ควรทำการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์เมื่อไร ?
A: คู่สมรสควรทำการตรวจสุขภาพพื้นฐานทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายก่อนวางแผนมีบุตร หรือหากหลังจาก 1 ปีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุมกำเนิดแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ก็ควรตรวจสุขภาพด้วยเช่นกัน
Q: การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จะเสี่ยงหรือไม่ ?
A: การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น ICSI มีความปลอดภัยและมีโอกาสตั้งครรภ์สูง แต่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และการประเมินสุขภาพอย่างถูกต้องก่อนการตัดสินใจ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.