เปิดทุกวัน 8:00 น. - 17.00 น

เวลาทำการ

Follow Us

ไม่มีประจำเดือนนาน ๆ จากภาวะ Amenorrhea ยังมีโอกาสท้องไหม ?

ผู้หญิงเป็นกังวล เพราะประจำเดือนมาไม่ปกติ เสี่ยงมีบุตรยาก

Table of Contents

เมื่อประจำเดือนหายไปนานหลายเดือน หลายคนเริ่มกังวลทันทีว่า “ไม่มีประจำเดือนนาน ๆ จะยังมีโอกาสท้องไหม” หรือจะกระทบต่อสุขภาพสืบพันธุ์หรือไม่ ความจริงแล้วการไม่มีประจำเดือน หรือภาวะ Amenorrhea เป็นสัญญาณสำคัญว่าระบบฮอร์โมนและการตกไข่อาจกำลังมีความผิดปกติ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อโอกาสตั้งครรภ์

ปรึกษาปัญหามีบุตรยากเพื่อวางแผนตั้งครรภ์ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)

ไม่มีประจำเดือนนาน ๆ ถือว่าผิดปกติหรือไม่

การไม่มีประจำเดือนติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน หรือหายไปเป็นปี ถือว่าเป็นสัญญาณผิดปกติของระบบสืบพันธุ์และระบบฮอร์โมน เพราะประจำเดือนสัมพันธ์โดยตรงกับการทำงานของรังไข่และการตกไข่ หากประจำเดือนไม่มาเป็นเวลานาน อาจบ่งบอกได้ว่าไข่อาจไม่ตกตามรอบ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์โดยตรง จึงควรตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันภาวะมีบุตรยากในอนาคต

ภาวะ Amenorrhea คืออะไร ?

Amenorrhea คือ ภาวะที่ผู้หญิง “ไม่มีประจำเดือน” เกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

  • Primary Amenorrhea คือ ผู้หญิงที่อายุ 15–16 ปี แต่ยังไม่เคยมีประจำเดือนเลย
  • Secondary Amenorrhea คือ ผู้หญิงที่เคยมีประจำเดือนปกติ แต่ประจำเดือนหายไปนานเกิน 3 เดือนติดต่อกัน

ทั้งสองแบบล้วนเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบฮอร์โมนหรือการทำงานของรังไข่อาจมีความผิดปกติ เช่น ภาวะไข่ไม่ตก, ความเครียด, ฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ, เกิดภาวะ PCOS (กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ) รวมถึงภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัย การตรวจร่างกายและตรวจฮอร์โมนจึงมีความสำคัญอย่างมาก

ภาวะ Amenorrhea ทำให้ไม่มีประจำเดือน ยังมีโอกาสท้องไหม ?

คำตอบคือ ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ แต่โอกาสจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากการไม่มีประจำเดือนนาน ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะ “ไข่ไม่ตก (Anovulation)” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดของการตั้งครรภ์ เมื่อไม่มีการตกไข่ตามรอบเดือน โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติก็จะลดลง อย่างไรก็ตาม หากได้รับการประเมินสาเหตุและรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถทำให้กลับมาตกไข่ได้ หรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI, IVF หรือ ICSI เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่มีประจำเดือน (Amenorrhea)

  • ภาวะ PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบมากที่สุด ทำให้ไข่ไม่โตและไม่ตก ส่งผลให้ประจำเดือนมาน้อยหรือไม่มาเลย อีกทั้งเมื่อฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงขึ้นยังจะทำให้เกิดสิว ขนดก และมีปัญหาน้ำหนักตัวร่วมด้วย
  • รังไข่เสื่อมก่อนวัย (Premature Ovarian Failure) เกิดจากการที่รังไข่ผลิตฮอร์โมนลดลงเร็วกว่าปกติ ทำให้ประจำเดือนหยุด อาจเกิดในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 40 ปี และมีผลต่อโอกาสตั้งครรภ์โดยตรง
  • มีความเครียด พักผ่อนน้อย น้ำหนักขึ้นลงเร็ว หรือออกกำลังกายหนัก ร่างกายอาจหยุดการตกไข่ชั่วคราวเพื่อลดการใช้พลังงาน จึงทำให้ไม่มีประจำเดือนในช่วงหนึ่ง
  • ปัญหาไทรอยด์หรือโปรแลคตินสูง ฮอร์โมนเหล่านี้ควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ หากผิดปกติจะทำให้วงจรไข่ตกหยุดชะงัก
  • ผนังมดลูกบางผิดปกติ แม้รังไข่จะยังทำงานได้ แต่ผนังมดลูกที่บางมากอาจไม่มีเลือดออก จึงเหมือนกับไม่มีประจำเดือน หรือทำให้การฝังตัวเกิดขึ้นได้ยาก

แนวทางรักษาเพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ หากไม่มีประจำเดือนนาน ๆ

เมื่อมีภาวะ Amenorrhea หรือไม่มีประจำเดือนเป็นเวลานาน การรักษาจะต้องอาศัยการตรวจประเมินอย่างละเอียดทั้งด้านฮอร์โมน การทำงานของรังไข่ และระบบสืบพันธุ์ทั้งหมด เพราะแนวทางรักษาจะแตกต่างไปตามสาเหตุของแต่ละคน โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้รอบเดือนกลับมาเป็นปกติ กระตุ้นให้มีการตกไข่ และเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

1. ปรับฮอร์โมนและกระตุ้นรอบเดือนให้กลับมาปกติ

หากตรวจพบว่า ภาวะไม่มีประจำเดือนเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเพศต่ำ ไทรอยด์ผิดปกติ หรือไข่ไม่ตกเรื้อรัง แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาปรับฮอร์โมน หรือยากระตุ้นไข่เพื่อให้รอบเดือนกลับมาสม่ำเสมอ การมีรอบเดือนที่ปกติช่วยให้ตรวจสอบวันไข่ตกได้ง่ายขึ้นและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์อย่างเป็นธรรมชาติ

2. รักษาตามสาเหตุ เช่น PCOS ไทรอยด์ หรือโปรแลคตินสูง

กรณีที่ไม่มีประจำเดือนเกิดจากโรคหรือความผิดปกติเฉพาะ เช่น ภาวะ PCOS, ภาวะโปรแลคตินสูง และโรคของต่อมไทรอยด์ แพทย์จะรักษาที่ต้นเหตุเป็นหลัก เมื่อควบคุมโรคได้แล้ว เช่น ลดระดับโปรแลคตินให้ปกติ ควบคุมฮอร์โมนไทรอยด์ หรือวางแผนรักษา PCOS ประจำเดือนก็จะเริ่มกลับมา และเกิดการตกไข่ที่มีคุณภาพมากขึ้น

3. ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น IUI / IVF / ICSI

หากรักษาตามสาเหตุแล้ว รังไข่ยังไม่ตอบสนอง และไม่มีการตกไข่อย่างต่อเนื่อง หรืออายุเกิน 35 ปี การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จะเป็นทางเลือกสำคัญ ตัวอย่างเช่น

  • การกระตุ้นไข่เพื่อเก็บไข่ สำหรับผู้ที่ไข่ไม่ตกเป็นเวลานาน
  • การทำ ICSI เหมาะกับผู้ที่มีไข่น้อย คุณภาพไข่ไม่ดี หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วม ซึ่งช่วยให้การปฏิสนธิเกิดขึ้นได้แม้มีไข่จำนวนจำกัด

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในผู้ป่วยกลุ่มที่มี Amenorrhea ร่วมกับภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ที่ VFC Center

อาการประจำเดือนมาไม่ปกติอื่น ๆ ที่ควรพบแพทย์

นอกจากภาวะไม่มีประจำเดือนแล้ว ยังมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่บ่งบอกว่าระบบฮอร์โมนหรือระบบสืบพันธุ์อาจทำงานผิดปกติ ซึ่งควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด ดังนี้

รอบเดือนสั้น หรือยาวกว่าปกติ

โดยทั่วไปแล้วรอบเดือนจะอยู่ที่ 21-35 วัน หากมากหรือน้อยกว่านั้น อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ เช่น ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ไทรอยด์ฮอร์โมนผิดปกติ การตั้งครรภ์ หรือภาวะ PCOS ซึ่งเป็นกลุ่มของอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ

เลือดออกมาก หรือน้อยผิดปกติ

หากมีเลือดประจำเดือนออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง หรือเลือดออกน้อยจนผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะโลหิตจาง เนื้องอกมดลูก ภาวะขาดฮอร์โมนเพศ ภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ระยะเวลาการมีประจำเดือนไม่เป็นตามปกติ

ตามปกติแล้ว ระยะเวลาการมีประจำเดือนจะอยู่ที่ 2-7 วัน ดังนั้น หากมีประจำเดือนน้อยกว่า 2 วัน หรือมากกว่า 7 วัน อาจบ่งบอกได้ถึง ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล

ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ

ผู้หญิงจะมีประจำเดือนทุก ๆ 28-30 วัน และต้องเป็นเช่นนี้อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหากประจำเดือนไม่มาตามรอบ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะฮอร์โมนผิดปกติ หรือมีโรคที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ ซึ่งนำไปสู่ภาวะตั้งครรภ์ยากได้

มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน

การมีเลือดออกกะปริดกะปรอยก่อนหรือหลังมีประจำเดือน รวมถึงในระหว่างรอบเดือน ถือเป็นอาการผิดปกติที่อันตราย เพราะบ่งบอกได้ถึงความเสี่ยงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ การมีเนื้องอก หรือติ่งเนื้อในโพรงมดลูก การติดเชื้อในโพรงมดลูก ภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล รวมถึงการเป็นมะเร็งที่บริเวณปากมดลูก หรือภายในโพรงมดลูก ควรรีบปรึกษาแพทย์อย่างเร่งด่วน

ผู้หญิงตรวจสอบว่าประจำเดือนมาไม่ปกติมีโอกาสท้องไหม

ปรึกษาเพื่อรักษาภาวะมีบุตรยากที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center)

สรุป ! ไม่มีประจำเดือนนาน ๆ ยังมีโอกาสท้องไหม ?

การไม่มีประจำเดือนเป็นเวลานาน หรือภาวะ Amenorrhea เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าไข่อาจไม่ตกหรือระบบฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เลย เนื่องจากหากตรวจพบสาเหตุและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมก็สามารถตั้งครรภ์ได้

เพราะการปรับฮอร์โมน การรักษาโรคพื้นฐานที่เป็นสาเหตุของการไม่มีประจำเดือน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์อย่าง IUI, IVF หรือ ICSI สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น การไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการฟื้นฟูระบบสืบพันธุ์และวางแผนมีบุตรอย่างปลอดภัยเมื่อสังเกตว่าประจำเดือนไม่ปกติ

หากคุณกำลังประสบปัญหา ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือไม่มีประจำเดือนนาน ๆ จนกังวลเรื่องโอกาสตั้งครรภ์ สามารถนัดหมายปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V Fertility Center) เพื่อวางแผนมีลูกอย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับสุขภาพของคุณ

บทความโดย แพทย์ศรมน ทรงวีรธรรม

สูติ-นรีเวชวิทยา – เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ได้ที่

VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร

Hotline: 082-903-2035

LINE Official: @vfccenter

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q : ประจำเดือนไม่มาเป็นปีถือว่าผิดปกติไหม ?

A: ประจำเดือนไม่มาเป็นปีถือว่าผิดปกติ เพราะภาวะ Amenorrhea แสดงถึงการทำงานของฮอร์โมนหรือรังไข่ที่ไม่สมดุล โดยปกติรอบเดือนควรมาอย่างน้อยทุก 21–35 วัน หากไม่มาเกิน 3 เดือนติดต่อกัน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทันที

Q : ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีโอกาสท้องไหม ?

A: ประจำเดือนมาไม่ปกติยังมีโอกาสท้องได้ แต่โอกาสจะลดลง เนื่องจากภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติมักเกิดจากการตกไข่ที่ไม่สม่ำเสมอ หรือบางรอบไม่มีการตกไข่เลย การประเมินด้วยแพทย์และการใช้ยากระตุ้นไข่หรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์สามารถช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้

Q : สาเหตุของภาวะไม่มีประจำเดือน (Amenorrhea) คืออะไร ?

A: ภาวะ Amenorrhea เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) รังไข่เสื่อมก่อนวัย ฮอร์โมนโปรแลคตินสูง โรคไทรอยด์ ความเครียด น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงมาก หรือการใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน การตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์จำเป็นต่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

Q : ถ้ามีผนังมดลูกบางจากประจำเดือนผิดปกติ จะส่งผลอย่างไร ?

A: ผนังมดลูกบางกว่า 8 มิลลิเมตร ในระยะก่อนตกไข่ จะส่งผลให้ประจำเดือนมาน้อยหรือมาไม่สม่ำเสมอ และทำให้ตัวอ่อนฝังตัวยาก เสี่ยงต่อการแท้ง และตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ โดยเฉพาะในผู้ที่เคยขูดมดลูกหรือใช้ฮอร์โมนไม่ถูกต้อง การรักษามักใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับการดูแลโภชนาการและการพักผ่อนที่เพียงพอ

Q : วิธีดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อประจำเดือนมาไม่ปกติหรือไม่มีประจำเดือน ?

A: หากไม่มีประจำเดือนหรือประจำเดือนไม่ปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมดูแลสุขภาพควบคู่กันไป เช่น นอนพักให้เพียงพอ ลดความเครียด ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทั้งหมดนี้ช่วยให้ระบบฮอร์โมนกลับมาสมดุลและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ในอนาคต

Consult with Dr. Sorramon Songveeratham at our leading fertility clinic

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.