การแช่แข็งไข่และแช่แข็งสเปิร์ม เป็นวิธีสำคัญในการ “หยุดเวลาให้เซลล์สืบพันธุ์” สำหรับคนที่อยากวางแผนมีลูกในวันที่พร้อม แม้อายุจะเพิ่มขึ้นก็ตาม เพราะเมื่ออายุมากขึ้น คุณภาพไข่และสเปิร์มจะค่อย ๆ ลดลง เสี่ยงมีบุตรยาก แท้งง่าย และเพิ่มความเสี่ยงความผิดปกติของโครโมโซม การเข้าโปรแกรมแช่แข็งไข่และแช่แข็งสเปิร์มตั้งแต่ช่วงวัยที่ยังแข็งแรง จึงช่วยเก็บรักษาศักยภาพการเจริญพันธุ์เอาไว้ ให้มีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จและปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต
ด้วยวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านการงานและการเงินก่อนเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงปัจจัยด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ ทำให้หลายคู่รักเลือก “วางแผนมีลูกในวันที่พร้อม” แต่รู้หรือไม่ว่าอายุที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการมีบุตรของทั้งเพศชายและเพศหญิง ดังนั้น การเข้าโปรแกรมแช่แข็งสเปิร์มและการแช่แข็งเซลล์ไข่ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเก็บรักษาศักยภาพของเซลล์สืบพันธุ์ในช่วงวัยที่ดีที่สุด เพื่อให้การตั้งครรภ์ในอนาคตเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีโอกาสสำเร็จสูง
เมื่ออายุมากขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการมีบุตรอย่างไรบ้าง ?
ผลกระทบที่เกิดจากฝ่ายชาย
แม้ว่าร่างกายของผู้ชายจะสามารถผลิตอสุจิได้ตลอดชีวิต แต่คุณภาพของสเปิร์มจะลดลงตามอายุ ทั้งในด้านการเคลื่อนไหว ความสมบูรณ์ของดีเอ็นเอ และจำนวนอสุจิ ซึ่งล้วนส่งผลให้โอกาสในการมีบุตรลดลงตามไปด้วย การแช่แข็งสเปิร์มหรือฝากสเปิร์ม ตั้งแต่อายุยังน้อยจะสามารถช่วยรักษาคุณภาพของสเปิร์มในระดับดีที่สุดเอาไว้ได้
ผลกระทบที่เกิดจากฝ่ายหญิง
สำหรับผู้หญิง อายุมากขึ้นหมายถึงจำนวนเซลล์ไข่ที่ลดลงและคุณภาพที่ถดถอย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก ทั้งยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ ดังนี้
ภาวะแท้งบุตร
สตรีที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป มีโอกาสเกิดภาวะแท้งบุตรสูงกว่าผู้ที่ตั้งครรภ์ในวัยเจริญพันธุ์ตอนต้น เนื่องจากไข่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมมากขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์
คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งก่อนตั้งครรภ์ ขณะคลอด รวมถึงระยะหลังคลอด โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
- เบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายนำอินซูลินไปใช้ได้ไม่เต็มที่ จึงอาจทำให้ระบบควบคุมน้ำตาลในเลือดผิดปกติได้
- ครรภ์เป็นพิษ เนื่องจากร่างกายมีภาวะความดันโลหิตสูง
- รกเกาะต่ำ เนื่องจากรกเกาะอยู่ที่ผนังมดลูกส่วนล่าง ซึ่งใกล้กับปากมดลูก เมื่ออยู่ในระยะใกล้คลอด มดลูกจะขยายออกและปริแตก ทำให้เกิดเลือดออกในช่องคลอด เสี่ยงต่อการตกเลือด หรือทำให้ทารกในครรภ์ขาดออกซิเจนได้
- ท้องนอกมดลูก เนื่องจากตัวอ่อนฝังนอกโพรงมดลูก จึงไม่สามารถเจริญเติบโตตามปกติได้
- คลอดก่อนกำหนด ซึ่งโดยปกติแล้วอายุครรภ์จะอยู่ที่ 37 สัปดาห์ แต่เนื่องจากมดลูกมีการบีบตัว ปากมดลูกจึงเปิดก่อนครบกำหนด ทำให้เด็กในครรภ์เจริญเติบโตไม่สมบูรณ์เต็มที่
นอกจากนี้ ทารกในครรภ์ยังเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของโครโมโซม และมีโอกาสเกิดภาวะดาวน์ซินโดรมสูงมากขึ้นอีกด้วย
นอกจากนี้ ทารกในครรภ์ยังเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของโครโมโซม และมีโอกาสเกิดภาวะดาวน์ซินโดรมสูงมากขึ้นอีกด้วย
การเข้าโปรแกรมแช่แข็งเซลล์ไข่ คืออะไร ?
โปรแกรมการแช่แข็งไข่ (Egg Freezing) คือกระบวนการเก็บรักษาเซลล์ไข่ของผู้หญิงไว้ในอุณหภูมิต่ำมาก เพื่อคงคุณภาพและความสมบูรณ์ของไข่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ในอนาคต และไข่ที่เก็บไว้จะถูกนำมาละลายและผสมกับสเปิร์มเมื่อต้องการมีบุตรเพื่อสร้างตัวอ่อน ก่อนจะย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นกระบวนการเดียวกับการแช่แข็งตัวอ่อนที่ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology) อย่างปลอดภัย
นัดหมายเพื่อเริ่มต้นกระบวนการฝากเซลล์ไข่ที่ VFC Center ได้เลย
การเข้าโปรแกรมแช่แข็งสเปิร์ม คืออะไร ?
โปรแกรมแช่แข็งสเปิร์ม หรือการแช่แข็งอสุจิ คือกระบวนการเก็บรักษาอสุจิในอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อให้สเปิร์มยังคงมีชีวิตและคุณภาพสมบูรณ์ สามารถนำมาใช้ในการผสมเทียมหรือปฏิสนธิกับไข่นอกร่างกายได้ภายหลัง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ชายที่ต้องการเก็บสเปิร์มก่อนเข้ารับการรักษาทางการแพทย์จากโรคร้ายแรง และอาจกระทบต่ออัณฑะ เช่น เคมีบำบัด หรือผู้ที่ต้องการวางแผนมีลูกในอนาคตโดยไม่ให้คุณภาพอสุจิลดลงตามอายุ
ข้อดีของการเข้าโปรแกรมแช่แข็งสเปิร์มและเซลล์ไข่
โปรแกรมแช่แข็งสเปิร์มและเซลล์ไข่ มีข้อดีทั้งในแง่การวางแผนมีบุตรและทางการแพทย์ เช่น
- ช่วยให้คู่รักสามารถเลือกช่วงเวลาการตั้งครรภ์ที่เหมาะสมโดยไม่เสี่ยงต่อปัญหาด้านอายุ
- เพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์ด้วยไข่และสเปิร์มที่มีคุณภาพสูง
- ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์
- หากการตั้งครรภ์ไม่สำเร็จในรอบแรก ยังสามารถนำไข่หรือตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้มาใช้ซ้ำได้
- ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากระยะยาว
โปรแกรมแช่แข็งเซลล์ไข่ เหมาะกับใคร และควรทำตอนอายุเท่าไรถึงจะดีที่สุด ?
การแช่แข็งไข่เหมาะกับผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 30–35 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ไข่มีคุณภาพและปริมาณสูงที่สุด อีกทั้งยังเหมาะกับกลุ่มที่อยู่ในภาวะเหล่านี้
- ผู้หญิงที่ต้องเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือยาที่มีผลต่อรังไข่
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็ว
- ผู้ที่อยู่ในโปรแกรมทำเด็กหลอดแก้วแต่ฝ่ายชายไม่สามารถมาเก็บสเปิร์มได้ในวันเดียวกัน
- ผู้หญิงโสดที่ต้องการรักษาความสามารถในการเจริญพันธุ์ไว้ก่อนมีครอบครัว
โปรแกรมแช่แข็งสเปิร์ม เหมาะกับใคร และควรทำตอนอายุเท่าไรถึงจะดีที่สุด ?
การแช่แข็งสเปิร์มเหมาะสำหรับผู้ชายที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต หรือผู้ที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป รวมถึงกรณีต่อไปนี้
- ต้องการฝากสเปิร์ม เพื่อเก็บไว้ใช้กับการผสมเทียมในอนาคต
- ผู้ที่กำลังจะทำหมันและอยากเก็บอสุจิสำรองไว้ ในกรณีที่ต้องการมีบุตรในอนาคต
- มีโรคประจำตัวที่ต้องเข้ารับการรักษาซึ่งอาจกระทบต่อการผลิตอสุจิ เช่น เคมีบำบัดหรือการรักษาอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่ออัณฑะ
- ไม่สามารถมาเก็บเชื้อในวันเดียวกับฝ่ายหญิงที่ทำการเก็บไข่
- ผู้มีภาวะหลั่งอสุจิยากหรือมีจำนวนตัวอสุจิน้อยมาก
โปรแกรมแช่แข็งสเปิร์มสามารถเก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ ?
โดยทั่วไป การแช่แข็งอสุจิ สามารถเก็บรักษาอสุจิไว้ได้นานเกิน 10 ปี โดยไม่ทำให้คุณภาพลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมและใช้สารป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพ (Cryoprotectant) ที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ ความสำเร็จในการนำอสุจิที่แช่แข็งมาใช้ผสมเทียมจะขึ้นอยู่กับหลายกรณี เช่น
- อสุจิที่นำมาแช่แข็งมีคุณภาพดี
- ชนิดและความเข้มข้นของสารที่ช่วยป้องกันอสุจิจากการถูกทำลาย
- อุณหภูมิที่ใช้ในการแช่แข็งมีความเหมาะสม
- อุณหภูมิที่ใช้ในการละลายอสุจิก่อนนำไปผสมเทียมมีความเหมาะสม
สำหรับใครที่สนใจใช้บริการแช่แข็งอสุจิและเซลล์ไข่ในราคาที่เหมาะสม ติดต่อ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เพื่อสอบถามโปรโมชันได้เลย
นัดหมายเพื่อปรึกษาภาวะมีบุตรยากกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ที่ VFC Center วันนี้
วางแผนมีลูกในวันที่พร้อม กับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก VFC Center
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยใด การวางแผนเก็บรักษาคุณภาพของสเปิร์ม+เซลล์ไข่ตั้งแต่วันนี้ คือการเตรียมความพร้อมเพื่อโอกาสการมีบุตรที่ดีที่สุดในอนาคต ที่ VFC Center ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร (V-Fertility Center) เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ พร้อมเทคโนโลยีการแช่แข็งสเปิร์ม แช่แข็งไข่ และการแช่แข็งตัวอ่อนที่ปลอดภัย ได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในทุกขั้นตอนของการสร้างครอบครัว
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q: อายุเท่าไรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการแช่แข็งไข่เพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต ?
A: ช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดในการแช่แข็งไข่คือระหว่าง 30–35 ปี เนื่องจากไข่ในช่วงวัยนี้มีคุณภาพสูงและมีปริมาณมาก ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ในอนาคตได้มากกว่าการแช่แข็งไข่ในวัยที่สูงขึ้น
Q: ผู้ชายที่มีจำนวนน้ำเชื้อน้อยมากยังสามารถแช่แข็งสเปิร์มได้หรือไม่ ?
A: ได้ หากยังมีอสุจิที่มีคุณภาพเพียงพอ แพทย์สามารถคัดแยกอสุจิที่แข็งแรงและนำไปแช่แข็งไว้ได้ โดยในบางกรณีอาจใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ร่วมด้วย เช่น การทำ ICSI เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีบุตรในอนาคต
Q: โปรแกรมแช่แข็งสเปิร์มหรือเซลล์ไข่เหมาะกับคนโสดหรือไม่ ?
A: เหมาะอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้หญิงหรือผู้ชายโสดที่ยังไม่พร้อมมีครอบครัว แต่ต้องการรักษาความสามารถในการมีบุตรไว้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมในอนาคต การแช่แข็งไข่หรือสเปิร์มเป็นทางเลือกที่ช่วยป้องกันปัญหาภาวะเจริญพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
Q: หลังแช่แข็งไข่หรือตัวอ่อนแล้ว สามารถนำมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้จริงหรือไม่ ?
A: การนำไข่หรือตัวอ่อนที่แช่แข็งไว้ออกมาใช้งาน ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนให้ร่างกายพร้อมสำหรับการฝังตัวอ่อน เช่น การปรับสมดุลฮอร์โมน หรือประเมินสภาพโพรงมดลูกก่อนเริ่มกระบวนการ
Q: ถ้าแช่แข็งสเปิร์มไว้หลายปี คุณภาพจะลดลงหรือไม่ ?
A: โดยทั่วไป การแช่แข็งสเปิร์มที่ทำตามมาตรฐานทางการแพทย์จะไม่ทำให้คุณภาพลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเก็บไว้นานหลายปี อย่างไรก็ตาม คุณภาพสเปิร์มตั้งต้นก่อนแช่แข็งมีผลต่ออัตราความสำเร็จในการปฏิสนธิ จึงควรได้รับการประเมินก่อนการเก็บรักษา
บทความโดย แพทย์หญิงวนากานต์ สิงหเสนา
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายแพทย์ ได้ที่
VFC ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร
Hotline : 082-903-2035
Line : @vfccenter
อ่านบทความสุขภาพ : https://www.v-ivf.com/article/

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสูติ-นรีเวชวิทยาและเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์




No Comments
Sorry, the comment form is closed at this time.